ชุดนอนสีชมพู

 

                                                            

เรื่องที่ ๑... เงินเดือน...เดือนสุดท้าย

.

                                                               

            CEO คนใหม่ของบริษัทประเทศไทย... ขอโทษ บริษัทประเภทไทยจำกัด เพิ่งมารับงานฟื้นฟูกิจการที่ตกต่ำของบริษัทเป็นวันแรก เขาเรียกประชุมพนักงานทันที แล้วประกาศนโยบายแรก ซึ่งก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ใครทำงานไม่เต็มที่ จะต้องถูกพิจารณาอย่างเด็ดขาด

            หลังการประชุมเขาออกเดินตรวจตราบริษัทพร้อมกับผู้จัดการแผนกอีก 6-7 คน ความสนใจของเขาเพ่งเล็งอยู่ที่ไอ้หนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งยืนพิงผนังดูคนอื่นทำงานอย่างสบายใจ เขาเดินตรงไปที่ไอ้หนุ่มทันทีแล้วถาม

"เงินเดือนคุณเดือนละเท่าไหร่?"

"เจ็ดพันครับ" ไอ้หนุ่มตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่เปลี่ยนแม้แต่ท่ายืนด้วยซ้ำ

เขาควักเงินเจ็ดพันบาทยื่นให้ไอ้หนุ่มทันทีแล้วตะโกนลั่น

"นี่เงินเดือนๆสุดท้ายของคุณ แล้วเชิญคุณออกไปเลย ไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก" ไอ้หนุ่มคว้าเงินแล้วโกยแน่บทันที

ในขณะที่เขาหันหลังกลับมาหาพนักงานบริษัทที่ตะลึงกันถ้วนหน้าแล้วตะโกนถาม

"ใครตอบผมได้บ้างว่าไอ้หนุ่มนั่นทำอะไร เมื่อกี้นี้?"

ความเงียบปกคลุมทั่วสำนักงานเป็นเวลาหลายวินาทีก่อนที่จะมีผู้กล้าพูดออกมา

.

.

.

"เขามาส่งพิซซาครับ!!!"

.

          อำนาจน่ะ...ไม่เข้าใครออกใครหรอกย่ะ...

.

เรื่องที่ ๒...ลีลาภาษาไทย

(อาจมีคำไม่สุภาพเล็กน้อย)

.

                                                                             

            ความหลากหลายลีลาของภาษาไทยที่ว่ากันว่าเป็นภาษาที่สวยงามแต่ถ้าเขียนหรืออ่านไม่ถูกต้องก็จะกลายเป็นเรื่องอย่างที่จะให้ท่านอ่านต่อไปนี้

การสนทนาของ 2 คน

คนที่ 1 ไอ้ชาติหมา กินข้าวหรือยัง

คนที่ 2 ยังไม่ได้กิน

คนที่ 1 งั้นเดี๋ยวจะหาให้กิน ........ อ้าว ไอ้ชาติหมา ไปไหนแล้วอุตสาห์ไปหามาให้กิน

คนที่ 2 อีดอก ไม้ฟืนที่เอาไปตากแห้งหรือยัง

คนที่ 1 ยังมันไม่ค่อยมีแดด

คนที่ 2 อีดอก ไม้ฟืนที่แห้งแล้วก็เก็บเข้ามาซะจะได้ใช้หุงข้าวเย็นนี้

แต่ที่จริงแล้วเป็นการสนทนาระหว่างผัวเมียชาวไร่

ดอกไม้... ไอ้ชาติ หมากินข้าวหรือยัง

สุชาติ... ยังไม่ได้กิน

ดอกไม้... งั้นเดี๋ยวจะหาให้กิน ... อ้าว ไอ้ชาติ หมาไปไหนแล้วอุตสาห์ไปหามาให้กิน

สุชาติ... อีดอกไม้ ฟืนที่เอาไปตากแห้งหรือยัง

ดอกไม้... ยังมันไม่ค่อยมีแดด

สุชาติ... อีดอกไม้ ฟืนที่แห้งแล้วก็เก็บเข้ามาซะจะได้ใช้หุงข้าวเย็นนี้

.

          อืม...ก็ว่ากันไป

.

เรื่องที่๓...ชุดนอนสีชมพู

.

                                                                            

            สมชายกับสมศรีเพิ่งจะแต่งงานกันใหม่ และแล้วในคืนวันฮันนีมูนที่หวานชื่น ซึ่งทั้งสองจะไปฮันนีมูนกันที่เกาะภูเก็ต สมศรีจึงโทรศัพท์ไปหาแม่แล้วบอกว่า

"คุณแม่ขาพรุ่งนี้คุณสมชายจะพาหนูไปเกาะภูเก็ดค่ะ คุณแม่ช่วยซื้อช่วยจัดกระเป๋าให้หนูด้วย แล้วก็อย่าลืมซื้อชุดนอนใหม่ให้ด้วย 1 ชุดนะคะ"

เมื่อวางโทรศัพท์คุณแม่ก็รีบกุลีกุจอไปจัดกระเป๋าให้ลูกสาวสุดที่รัก และแล้วก็ล้มตัวหลับไปจนเช้า รุ่งเช้าคุณแม่ก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ซื้อชุดนอนชุดใหม่ให้แก่สมศรี ทำให้รู้สึกกังวลเป็นยิ่งนัก

ทันใดนั้นก็เกิดความคิดเฉียบพลันขึ้นมาในสมอง คุณแม่จึงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของตนเองหยิบชุดนอนสีชมพูซึ่งเป็นชุดนอนตัว โปรดที่แสนรัก และใช้เมื่อครั้งตนเองส่งตัวเข้าหอ...จัดเตรียมใส่ไปในกระเป๋าสมศรี

เมื่อสมศรีมาถึงบ้านก็คว้ากระเป๋าขึ้นรถไปทันที จากนั้นไม่นานก็มาถึงที่เกาะภูเก็ต เมื่อถึงห้องพักสมชายขอตัวบอกว่า

"ผมขอตัวอาบน้ำอาบท่าก่อน คุณอย่าเปิดประตูดูผมหละ" ว่าแล้วก็เข้าไปอาบน้ำ

สมศรีจัดเสี้อผ้าจากกระเป๋าเข้าตู้ ด้วยความอยากรู้ว่าคุณแม่ซื้อชุดนอนอะไรให้ เมื่อเปิดกระเป๋าและหยิบชุดนอนขึ้นมาก็ต้องร้องอุทาน!ขึ้นมาด้วยความนึกไม่ถึงว่า

"อุ้ย! แม่เจ้า สั้นก็สั้น ย่นก็ย่น เหี่ยวก็เหี่ยว แต่...ยังดีนะที่เป็นสีชมพู " ว่าแล้วเธอก็หยิบชุดนอนแขวนเข้าตู้

เมื่อสมชายได้ยินที่สมศรีพูดก็ตะโกนออกมาจากห้องน้ำทันทีว่า

"..ผมบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งดู...อย่าเพิ่งดู...ก็ไม่เชื่อผม"

.

อิ...อิ...อิ...สมชายจริง ๆ

.

เรื่องที่๔...ขอโทษครับ....ต่อผิด

.

                                                                              

            นักธุรกิจเดินทางไปทำกิจธุระต่างจังหวัด เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว เกิดอาการคิดถึงภรรยาสุดที่รักขึ้นมาทันที รีบต่อโทรศัพท์ทางไกล กลับไปบ้านเพื่อจะบอกภรรยา ถึงความรักที่มีต่อเธอ

"ขอสายคุณผู้หญิงหน่อย" นักธุรกิจบอกกับสาวใช้ที่มารับสาย

"ไม่ได้หรอกค่ะ พูดกับคุณผู้หญิงตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ" สาวใช้ตอบกลับมา

"ทำไมพูดไม่ได้ คุณผู้หญิงกำลังทำอะไรอยู่"

นักธุรกิจชักฉุนสาวใช้ขึ้นมานิดๆ

"ตอนนี้คุณผู้หญิงกำลังนอนอยู่กับคุณผู้ชายค่ะ" ได้ฟังสาวใช้ตอบกลับมาอย่างนั้น นักธุรกิจโกรธขึ้นมาทันที อารมณ์วูบวาบ เลือดฉีดขึ้นหน้า มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ สั่นระริก ตะคอกเสียงสั่งสาวใช้

"แกขึ้นไปที่ห้องทำงานของฉันเดี๋ยวนี้นะ หยิบปืนพกในลิ้นชักโต๊ะทำงาน แล้วเข้าไปยิงทั้งไอ้ผู้หญิงผู้ชายชาติชั่ว ทั้งสองคนนั่น ให้มันตายโหงไปพร้อมๆ กันเลย เข้าใจมั๊ย"

"ค่ะ ค่ะ ค่ะ" สาวใช้ระล่ำระลักรับคำ นักธุรกิจถือหูโทรศัพท์คอยอยู่ ครู่ใหญ่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นสองนัดซ้อน "โป้ง โป้ง ..." อีกสักครู่ สาวใช้กลับมารายงานด้วยเสียงสั่น แสดงความตื่นเต้น

"ยิงแล้วค่ะ ตายทั้งคู่เลย แล้วปืน ปืน ล่ะคะ จะทำอย่างไรดีคะ"

นักธุรกิจสั่งด้วยเสียงเฉียบขาด ช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ

"ฟังนะ...แกเอาผ้าเช็ดด้ามปืนให้สะอาด ลบลายมือของแกเสียให้หมด แล้วเอาไปโยนทิ้งในบ่อหลังบ้าน"

"แต่.. แต่ที่บ้าน ไม่มีบ่ออะไรเลยที่คะ"

"เป็นไปได้อย่างไง ไม่มีบ่อ... ก็บ่อน้ำหลังครัวยังไงล่ะ แต่ เอ๊ะ!

ที่นั่น โทรศัพท์เบอร์โทรอะไรน่ะ" เสียงคนใช้ตอบมาตามสาย

" 919-123 ค่ะ"

"อุ๊ย ขอโทษครับ ต่อผิด" เสียงวางหูโทรศัพท์ดังกริ๊ก

.

อ้าว...งงเลยเจ๊........

.

เรื่องที่๕...แพงยังไง...ก็จะซื้อ

.

                                                                         

            นักสะสมของเก่าเดินผ่านร้านขายของชำแห่งหนึ่ง เขาเห็นแมวตัวหนึ่งกำลังกินอาหารที่เจ้าของ ใส่ไว้ในจานใบเก่า ด้วยสายตาอันแหลมคมเขา จึงรู้ว่าจานเก่าใบนั้นเป็นสังคโลกแท้ ราคาเป็นหมื่น

"ผมอยากได้แมวไปเลี้ยงสักตัว คุณจะขายแมวตัวนี้ให้ผมได้ไหม ครับผมขอซื้อ 500 บาท"

เขาถามเจ้าของร้าน

"ไม่ขายครับ"

"งั้นผมให้ 5,000 แล้วกัน ผมอยากได้แมวไปจับหนูที่บ้าน มันชุมเหลือเกิน"เขาขึ้นราคาพร้อมกับ ควักเงินออกมาให้

"เอ้า ขายก็ขาย"เจ้าของร้านรับเงินและยกแมวให้

"ขอจานข้าวนั่นด้วยแล้วกัน ผมจะได้ไม่ต้องไปหาซื้อของใหม่"นักสะสมของเก่าเจ้าเล่ห์วกมาหา จานสังคโลก

"ผมลดให้ 100 บาทให้คุณไปซื้อจานใหม่ก็แล้วกัน จานนี่มันจานนำโชคจริงๆ อาทิตย์เดียวผม ขายแมวได้ราคาดีแบบนี้มาเกือบ 100 ตัวแล้ว"

ฮา...ฮา...ฮา...สมน้ำหน้างกนัก

.                                                  สวัสดีครับ