วันสุดท้ายแล้ว รู้สึกใจหายที่ต้องจากบรรยากาศดีๆ แบบที่ผ่านมาทั้ง 6 วัน นึกถึงคำที่ อ.ณัฐ พูดในวันแรก ถ้าเรามี bonding กันแล้ว แม้เราจะมองไม่เห็นกัน พันธะทางใจนั้นก็ไม่ขาดหายไป

 

        บันทึกฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายแล้วค่ะ คนเขียนก็สนุกและประทับใจกับการนั่งทบทวนเรื่องราวดีๆ

 

      วันที่ 6 ของการเรียนรู้เป็นวันสุดท้าย ได้เรียนเรื่องความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง ห้าของมนุษย์ ดิน น้ำ ไม้ ไฟ ทอง ก่อนที่จะรำมวยจีนตั้งแต่เช้า อ.คนไร้กรอบมาร่วมออกกำลังกายตอนเช้าด้วย หลังจากที่เมื่อคืน อ. อยู่คุยกับ อ.ที่สอนมวยจีน และ อ.จากมหิดลจนถึง ตีหนึ่ง ไม่รู้เอาพลังมาจากไหนกัน รุ่งขึ้นยังตื่นมาออกกำลังกันแต่เช้าอีก  อ.ที่สอนรำมวยจีนให้กำลังใจดีมาก บอกว่าพวกเรารำได้เป็นธรรมชาติ ไม่ฝืนเกร็งเหมือนสองสามวันแรก

จอมยุทธรวมตัว

 

      หลังอาหารเช้า เริ่มต้นกิจกรรมร้องเพลง Rose เนื้อหาพูดถึงความกลัว และความรัก  พอเห็นเนื้อร้องจากหนังสือเพลง รู้แล้วว่าวันนี้ต้องได้คุยเรื่องความกลัวแน่เลย ถ้าเรามัวแต่กลัวไม่กล้าเผชิญ เราก็จะไม่ได้เรียนรู้

เนื้อเพลง Rose

     วันนี้พี่ที่มาสอน Voice Dialogue กลับมาอีก เพื่อเล่าประสบการณ์เรื่องความตายที่สัมผัสจากเพื่อนสนิท และแม้แต่ตัวเองเคยเฉียดใกล้ความตายมาแล้ว ตอนแรกฟังก็งง พูดเรื่องนี้ทำไม รู้แต่เล่ามา ก็ตั้งใจฟังและคอยอยู่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป บทสรุปของเรื่องเล่านี้ที่ได้รับทราบในช่วงเวลาต่อมาก็คือ เป็นการสอนให้เราเตรียมเผชิญหน้ากับความตาย โดยคิดว่าเขาคือเพื่อนที่สักวันหนึ่งเราจะได้เจอ ถ้าเจอแล้วให้จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาเหมือนเพื่อนรักของเราคนหนึ่ง จนเรารู้สึกว่าไม่มีอะไรที่น่ากลัว น่ากังวลเลย การหยิบยกเรื่องความตายมาเล่า หรือกล่าวถึง คงเป็นเพราะคิดว่าน่าจะเป็นหัวข้อเรื่องที่ทุกคนกลัวเหมือนกัน

  กระบวนกรท่านอื่นช่วยเสริมราวกับกำลังวงบรรเลงเพลง ออเคสตร้า "ถ้าเราต้องการความกล้าเผชิญ เราต้องสร้างพลังฐานกายของเราให้แข็งแกร่ง นั่นก็คือท่ามวยจีน ม้านั่ง กำหมัดชก เป็นท่าหนึ่งที่ทำให้ไตแข็งแรง "

อีกท่าน เสริมว่า " รับรู้ รู้ตัว กล้าเผชิญกับความกลัว ไม่ตัดความกลัว แต่ใช้พลังที่เกิดจากความกลัวเป็นตัวขับเคลื่อนให้เรากล้าทำ"

เสร็จแล้วให้ทุกคนในวงจับมือกัน ส่งมอบความรักความปรารถนาดีให้กับคนที่ช่วยสนับสนุนค้ำจุนเรา รวมทั้งคนที่ทำให้เรายากลำบาก ส่งผ่านพลังนี้ไปถึงคนในครอบครัว ที่ทำงาน สังคม มนุษย์โลก

  ******************************************************************  

     ฉากสุดท้ายที่พวกเราทุกชีวิตมาอยู่ร่วมกันก็คือ เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนพูดถึงตัวเอง อะไรคือต้นน้ำของเรา อะไรเป็นแหล่งกำเนิด พลังขับเคลื่อนของเราไปสู่สิ่งที่เราต้องการ ชีวิตข้างหน้าเราใฝ่ฝันที่จะทำอะไร โดยให้เราเริ่มจากการเขียนออกมาใส่กระดาษก่อนที่จะมาแบ่งปันกันในวง ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่อารมณ์ของคนในวงมีความหลากหลายเหลือเกิน บางคนทำให้เกิดความประทับใจ บางคนทำให้เกิดพลังความมุ่งมั่น บางคนสร้างความสนุกสนาน เฮฮาจนน้ำหูน้ำตาไหล  บางครั้งเกิดความอ่อนไหว เปราะบาง เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากการสั่งสมประสบการณ์ร่วมกันนับตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย

     สำหรับตัวเองคิดว่าสิ่งที่ค้างคาใจ ค่อยๆ คลี่คลาย โดยเฉพาะการนั่งเขียนผ่านการใคร่ครวญจากก้นบึ้งบนพื้นฐานของการสะสม รับรู้ประสบการณ์เรื่องเล่าของกระบวนกร ประทับใจในคำคมของ อ.ที่สอนมวยจีน "ถ้าเราเข้าใจตัวเอง รับรู้ตัวตนของเราอย่างแท้จริง ธรรมชาติจะเป็นผู้จัดการทุกอย่างให้เราเอง"