นั่งนับทุกวัน ไม่ใช่อยากให้จบแล้วจะได้กลับบ้าน แต่เป็นห่วงว่าเราเรียนรู้มากพอที่จะไปถ่ายทอดต่อได้จริงหรือ

 

     หลังการเรียนรู้ผ่านไป 4 วันมีหลายคนบอกว่าเริ่มเบื่อ นั่งอยู่แต่ในห้อง เครียด เหนื่อย ไม่สนุก คงมี สายลับของกระบวนกรแทรกตัวอยู่ในพวกเราเป็นแน่  วันนี้ มาแปลก บอกให้ไปนั่งข้างนอกห้องสัมมนา ตรงที่อยู่ระหว่างสระว่ายน้ำกับสระบัวอันสวยงาม

     กระบวนกรเปิดเวทีด้วยการให้เล่นเกมสิงโตกินแกะ เป็นการเรียนรู้การทำงานเป็นทีมอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือการเตรียมการใดๆ มากมายอย่างที่เราเคยเห็น เคยจัดกันมา เกมสะท้อนพฤติกรรมความเป็นผู้นำสี่ทิศด้วยว่าใครเป็นแบบไหน สำหรับเราแล้วไม่ถนัด และไม่ชอบเกมการต่อสู้ที่ต้องเจ็บตัวแบบนี้ ไม่ค่อยอยากเล่น คอยแต่ระวังว่าจะมีความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นหรือเปล่า  หลายคนก้นจ้ำเบ้าไปกับพื้นตอนวิ่งหนีสิงโต  บางคนกันสิงโตไม่ให้เข้ามากินแกะ ชักเก้าอี้หนี นั่งผิดที่เจ็บไปตามๆ กันแต่ไม่ได้หนักหนาอะไร มีคนเดียวที่เกิดแผลยาวที่แขนช่วงใต้ข้อศอกเลือดไหลมากจนต้องทำแผลปิดผ้าก๊อซ เพราะพลาสเตอร์ยาเอาไม่อยู่

     หลังจบกิจกรรม เปิดคำถามให้ตอบว่า

เกิดการวางแผนไหม

ทำตามแผนหรือไม่

เรียนรู้ที่จะชนะเกมอย่างไร

มีการปรับกลยุทธ์บ้างหรือเปล่า

ขณะเล่นเห็นตัวเองหรือไม่ว่ามีพฤติกรรมประเภทใด

พฤติกรรมของคนทั้งกลุ่มเป็นอย่างไร

 คำถามที่อาจารย์ใช้ สอนให้รู้ว่า การตั้งคำถามเพื่อเชื้อเชิญให้คนพูดต้องเป็นคำถามเปิด และกระตุ้นให้คิดในแง่มุมที่หลากหลาย

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

    ก่อนเที่ยงทีมงานจัดค่ายน้องใหม่เข้ามาชี้แจงกิจกรรมที่พวกเราต้องไปช่วยงาน ตอนบ่ายพวกเราเลยต้องมาแบ่งกลุ่มช่วยกันระดมสมองคิดกิจกรรมของค่ายน้องใหม่โดยใช้วิธีการของ World Café 3 รอบ รอบละครึ่งชั่วโมง

    ในวันนี้มีเหตุบังเอิญเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด มีน้องคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่าพบ อาจารย์ คนไร้กรอบมาปรากฎตัวที่ใกล้ห้องสัมมนาช่วงที่พวกเรากำลังทำ World Café เรารู้สึกประหลาดใจ และเริ่มเชื่อในเรื่องของ Bonding ......ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

    <<< ระหว่างช่วงอาหารกลางวันเรามองไปที่โต๊ะอาหารของกระบวนกร ...


แล้วเกิดนึกถึง อ.คนไร้กรอบขึ้นมา จึงพูดกับน้องๆ ที่ร่วมโต๊ะเดียวกันว่า ตอนปีที่แล้วที่ไปฝึกกับ อ.รู้สึกเกิด Bonding กับอาจารย์ได้รวดเร็วมาก ทั้งที่ก่อนหน้านั้นโดยส่วนตัวไม่เคยรู้จักสนิทสนมมาก่อนเลย แต่ด้วยท่าที บุคลิก ความเมตตาของ อาจารย์ทำให้เรากล้าที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยน  พอตกเย็นไปที่ห้องพักกำลังจะเดินเข้าห้องก็ไปปะทะอาจารย์ที่หน้าห้องพักที่อยู่เยื้องกันนั่นเอง อ.ไปขี่จักรยานไม่นานก็มาร่วมวงลิงชิงบอลในสระน้ำกับพวกเรา  ช่วงกลางคืน อ.แวะมานั่งฟังเรื่องเล่าร่วมวงกับเราอีก >>>

จอมยุทธกระบวนกร

     ค่ำคืนนี้เหมือนกับจะฉลองอะไร บรรยากาศสบายมาก อ.ณัฐดีดกีต้าร์ให้พวกเราขอเพลง น่าสงสารน้องๆ Gen Y บางคนบอกว่า พี่ๆ ร้องเพลงอะไรกัน หนูไม่รู้จัก ร้องไม่เป็น เกิดช่องว่างระหว่างวัยอีกแล้ว ช่วงร้องเพลงเหมือนเราได้ปลดปล่อยความเครียดออกไป เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนั้น เป็นเวที Story Telling เส้นทางชีวิตกระบวนกร มี อาจารย์กระบวนกร 3 ท่านเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นมาก่อนที่จะมาพบกัน ทำงานร่วมกัน เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ และช่วยให้เกิดการเรียนรู้จากเรื่องเล่า และรู้จักอาจารย์มากขึ้น ยังสงสัยว่าทำไมไม่เล่าตั้งแต่วันแรกๆ จะได้สนิทกัน หลอมรวมกันได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้นกว่านี้

    ***กลับมาเติมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า กิจกรรมอีกอันหนึ่งที่สำคัญมาก คือ การเดินไปหาคนในห้องที่เราอยากขอบคุณ เขามากที่สุด ให้จับมือ มองหน้ากัน ไม่ต้องใช้คำพูด ใช้เพียงการสื่อสารผ่านมือและสายตา ชอบกิจกรรมนี้มากเช่นกัน สำหรับน้องผู้หญิงกับผู้หญิง หรือ ชายกับชาย ก็กอดกันได้ กิจกรรมนี้แหละ ที่ อ.คนไร้กรอบก็เข้ามาร่วมด้วย ตอนที่ อ.เดินมาเจอ อ.บอกก่อนที่จะวางมือบนศีรษะเรา เป็นการถ่ายทอดพลังผ่านฝ่ามือ ที่รู้สึกว่าได้รับสิ่งมีค่าจากท่านอาจารย์ให้เรามีพลังก้าวต่อไป***

    อารมณ์ที่เกิดขึ้นจากช่วงร้องเพลง ก่อเกิดกิจกรรมยามราตรีต่อเนื่อง มีการเปิดวงร้องเพลงกันจนถึงตีหนึ่ง ในขณะที่เราไปร่วมวงได้แค่ห้าทุ่มเพราะเกรงใจน้องร่วมห้องพักที่เขาไม่ร่วมร้องด้วย และเราก็ไม่อยากไปเคาะประตูเรียกกลางดึก  แม้จะไม่ได้อยู่ในวงร้องเพลง แต่ฟังจากสิ่งที่คนร่วมวงมาเล่าให้ฟังในวันถัดไป ก็พอจะเห็นภาพลางๆ และผลลัพธ์ว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้างในหมู่วงที่ไม่เป็นทางการในบรรยากาศชิล ชิล แบบนี้

    โดยส่วนตัว แม้ว่าพลังจะกลับคืนมามาก แต่ยังคาใจกับคำถามที่แขวนไว้ เมื่อไรจะได้คำตอบพรุ่งนี้ เหลือเวลาอีกครึ่งวันเอง กับเรื่องที่ยังต้องคุยอีกหลายเรื่อง จะมีพื้นที่ได้คุยเกี่ยวกับการจัดการกับความกลัวหรือไม่ ???