ติดค้างกันไว้ ระหว่างข้าวหย่ากู๊ ข้าวยาคู ข้าวทิพย์ ไปค้นหาข้อมูลในหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา ( มีต่อ)........
จังหวัดแม่ฮ่องสอน หน้า 279 ได้เล่าถึงประเพณีข้าวหยากกู๊ ไว้ดังนี้ค่ะ
ประเพณีกล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าทรงประชวรด้วยโรคพระอุทร ปวด เสียด พระอานนท์ได้ออกบิณฑบาตและไปพบนางสุชาดาที่กำลังหุงข้าวยาคู ใส่เนย น้ำนม นำมัน จ่าติโผ่ (สมุนไพร) เลยาง ( กานพลู) พิดชาง พิดป้อม (พริกไทย) พอเหลือบเห็นพระอานนท์ นางสุชาดาก็รีบตักข้าวยาคูไปใส่บาตรพระอานน์ทันที พระอานนท์ได้นำข้าวยาคูนั้นไปถวายแด่พระพุทธเจ้า เมื่อฉันข้าวยาคูของนางสุชาดาแล้ว พระพุทธเจ้าทรงหายจากอาการประชวรพระอุทร
ด้วยอานิสงส์การถวายข้าวยาคูนี้ นางสุชาดาได้ไปจุติบนสวรรค์ เสวยผลบุญอย่างเป็นสุข ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงเดือนสาม บรรดาพุทธบริษัทชาวไต (ไทยใหญ่) ต่างนิยมทำบุญถวายข้าวหย่ากู๊ (ยาคู ) หรือข้าวเหนียวแดง ซึ่งเรียกว่า "หลู่ข้าวหย่ากู๊" หรือการบริจาคทานข้าวเหนียวแดง โดยนำข้าวเหนียวมานึ่งให้สุกแล้วคลุกเคล้ากับน้ำอ้อยให้เข้ากันดี บางครั้งก็ใสถั่วลิสงคั่ว โรยด้วยมะพร้าวขูดฝอยนำไปทำบุญที่วัด และแจกเป็นทานในหมู่บ้าน หรือตามบ้านญาติสนิทมิตรสหายสืบต่อกันมา
โดยสรุป ข้าวหย่ากู๊ หรือข้าวหยากกู๊ ข้าวยาคู ข้าวเหนียวแดง มีความหมายเดียวกัน
ก่อนอื่นก็ต้องขอเอ่ยคำว่าสวัสดีครับ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าพี่ หรือว่าอาจารย์ดี ผมขอเรียกอาจารย์ละกันนะครับ
พอดีวันนี้ผมพึ่งสมัครเข้ามาบล็อกวันแรกน่ะครับ พอดีเห็นบล็อกของอาจารย์น่าสนใจมากๆ เพราะตรงกับใจของผมเลย เพราะผมคิดว่าจะทำบล็อกเกี่ยวกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประวัติความเป็นมา สถานที่ท่องเที่ยว ศิลป วัฒนธรรม ประเพณี ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนชนผ่าต่างๆ
แต่ปัญหาของผมกลับกลายเป็นว่าผมเป็นคนนอกพื้นที่ และผมมีความรู้เรื่องพวกนี้น้อยมากๆ ยังคงต้องเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ แต่คิดว่าด้วยความตั้งใจจริง คงต้องสำเร็จสักวัน ยังงัยอาจจะขอคำปรึกษาจากอาจารย์ด้วยนะครับ
สวัสดีค่ะ คุณมนตรี ในฐานะคนไต ก็ยินดีต้อนรับมิตรใหม่
เคยอ่านตอนที่อาจารย์ยกมาเหมือนกันค่ะ ^^
ดีใจ๋ จ๊าดนัก ตี้หนังสือเล่มนี้ เผยแพร่ไปถึง
อ่านแล้ว จ้วยบอกต่อๆ กั๋นเน้อเจ๊า
ยินหลี หนำๆๆ
ฝากเพลง กำลังใจ และเพลงเก็บตะวัน มาหื้อตวยเน้อ
สวัสดีค่ะ คุณขจิต