"...และสำหรับบรรดาชายนั้นมีฐานะเหนือพวกนางขั้นหนึ่ง..."

 

"แล้วพระเจ้าของพวกเขาก็ตอบรับพวกเขาว่า แท้จริงข้าจะไม่ให้สูญเสียซึ่งงานของผู้ทำงานคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม..." อาละอิมรอน : 195

การฉายภาพของกุรอานอายะฮฺนี้บ่งบอกถึงความเท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงสำหรับการตอบแทนความดีจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา คือส่วนหนึ่งที่อิสลามได้นำเสนอต่อสังคมโลก

                กระนั้นหลายคนก็ไม่วายมองอิสลามว่าไม่เป็นธรรมบ้าง มอบสิทธิให้บุรุษมากกว่าสตรีบ้าง ถ้าจะใช้มารตรฐานของตะวันตกก็คงต้องเข้าใจอย่างนี้ต่อไป..ผมในฐานะมุสลิมคนหนึ่งขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่จาบจ้วงอิสลามโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์รวมถึงข้อกล่าวหาแรกว่าอิสลามไม่เป็นธรรม แต่ต้องยอมรับโดยสิโรราพในข้อที่สองว่าบุรุษมีสิทธิมากกว่าสตรี (ในบางเรื่อง) จริง อันนี้ผมไม่เถียง

                ก่อนจะฟังเหตุผล ถ้าต้องการความจริง กรุณาถอดแว่นตาอันเก่าออกก่อน แว่นที่ใช้เลนส์มองของยิว นะซอรอ และผู้ไม่หวังดีต่ออิสลาม..แล้วมองอิสลามใหม่อีกครั้ง เป็นงัยบ้าง..ไม่เป็นไรถ้ายังเบลออยู่พักสายตาด้วยเรื่องเล่าเบาสมองย่อหน้าถัดไปนี้

                ณ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองหลวง นักเรียนมาเรียนยามเช้าตามปกติ ที่ไม่ปกติคือครูยังไม่มา นักเรียนจึงคุยกันแซ่ดดดดทั้งห้อง..ลุกเดินกันจ้าละหวั่น พอครูมาถึงเข้าห้องเรียน เริ่มสอน เหตุการณ์กลับตาลปัตรทุกคนนั่งเงียบ ปล่อยให้ครูเดินไปมาและพูดคุยอยู่คนเดียว

                คุณคิดว่านักเรียนเหล่านี้กำลังถูกริดรอนสิทธิจากกฎระเบียบของโรงเรียน ครูกำลังเอาเปรียบนักเรียนใช่มั๊ย?   

                หรือว่า...?

                ถ้าครูมีหน้าที่รับผิดชอบ (ด้านการสอนและเตรียมสอน) ก็สมควรได้รับสิทธิบางอย่างมากกว่านักเรียน

                ครูจะนั่งสอน ยืนสอน หรือเดินสอนก็ได้ แต่นักเรียนไม่มีสิทธิยืนหรือเดินในห้องเรียนนอกจากได้รับอนุญาตจากครู

                ครูจะพูด หรือเขียนตอนไหนก็ได้ แต่นักเรียนต้องฟังครูพูด และเขียนเมื่อครูสั่งให้จดตาม

                นักเรียนทำความผิด ครูมีสิทธิว่ากล่าวตักเตือน จนถึงลงโทษเพื่อสั่งสอนได้ แต่หากครูทำผิดสิทธิในการลงโทษจะเป็นของครูใหญ่ทันที ตรงนี้นักเรียนไม่มีสิทธิ

                คุณกล้าพูดมั๊ยว่าโรงเรียนนี้ไม่ให้ความเป็นธรรมกับเด็ก..? ที่พูดได้เต็มปาก คือทุกคนยอมรับว่าครูมีสิทธิ (และหน้าที่) มากกว่านักเรียน

                เอาล่ะครับเริ่มปรับตาได้แล้วใช่มั๊ย..ทีนี้ลองมามองอิสลามอีกครั้ง

                อิสลามมอบสิทธิ (พร้อมหน้าที่) ให้บุรุษมากกว่าสตรีเนื่องจากสรีระทางธรรมชาติที่ต่างกัน

                เหตุที่ลูกชายมีสิทธิรับมรดกมากกว่าลูกสาว เพราะถ้ามีครอบครัวฝ่ายชาย (สามี) มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูฝ่ายหญิง (ภรรยา)

                ฝ่ายชายมีหน้าที่จ่ายมะฮัรให้ฝ่ายหญิงเมื่อต้องการแต่งงาน ขณะเดียวกันศาสนาก็มอบสิทธิแก่สามีในการหย่าขาดภรรยาได้โดยตรง

                ภรรยามีหน้าที่เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของสามี และมีสิทธิได้รับการปกป้อง คุ้มครองจากสามีเช่นกัน

ลืมไม่ได้อีกประเด็นนึงที่สังคมมักกล่าวถึง เรื่องการมีสิทธิของผู้ชายในการครอบครองภรรยาได้มากกว่าหนึ่งคน

                มองมุมหนึ่งผู้ชายนั้นได้เปรียบชัดๆ มีเมียได้หลายคน แต่หากลองมองต่างมุมผู้หญิงนั่นแหละที่ได้เปรียบ

                ผู้ชายไม่มีสิทธิแต่งงานกับหญิงที่มีคู่ครองแล้ว แต่สิทธิของผู้หญิงยังคงมีอยู่ตราบใดที่ชายคนนั้นยังมีภรรยาไม่ครบโควต้า (อิอิอิ) อย่าคิดมากไปแค่นำมาเล่าเรียกรอยยิ้มของผู้อ่านเท่านั้น ไม่อยากให้มองโลกแง่ร้ายเกินไป

                จริงๆ แล้วเรื่องนี้สำหรับมุสลิม (ะฮฺ) เค้าเลิกต่อต้านกันนานแล้ว เพราะรู้ เข้าใจ และรับได้กับหลักการอิสลามที่อัลลอฮฺกำหนดไว้ เหลือแต่ต่างศาสนิกเท่านั้นที่ต้องหาเหตุผลมาอธิบายกันต่อไป (รายละเอียดไว้ว่ากันทีหลัง)

                สำคัญว่า เราต้องขจัดความเชื่อเก่าๆ ออกไปก่อน ความเชื่อที่ว่าความยุติธรรมคือการที่สองฝ่ายได้รับอย่างเท่าเทียมกัน

                ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าของครอบครัวหนึ่ง ลูกชายสองคนกำลังแย่งส้มที่พ่อให้มาหนึ่งใบ แม่ตัดสินด้วยการแบ่งส้มให้คนละครึ่งใบ ทั้งๆ ที่พี่ชายอยากได้แค่เปลือกส้มทั้งใบไปทำการฝีมือ และน้องชอบกินส้มเป็นที่สุด

                ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า ความยุติธรรมมิใช่การที่ทุกคนจะได้รับเท่ากันเสมอไป อยู่ที่ประโยชน์สูงสุดของแต่ละฝ่ายต่างหาก..

                ถามต่อ แล้วจะมีใครที่รู้ถึงผลประโยชน์ที่มนุษย์พึงได้รับดีกว่าอัลลอฮฺอีกเล่า?

                ถ้าสังคมยังรั้นยืนกรานตามเดิมว่า ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน (ในทุกเรื่อง) ต่อไป..ระวังให้ดี

                วันดีคืนดีอาจเห็นนักเรียนฟ้องร้องขอความเป็นธรรมจากครูใหญ่ให้ครูมีสิทธิเท่ากับนักเรียน

                ทีนี้ในชั้นเรียนใครจะลุกเดินไปไหน เข้า ออกห้องเมื่อไหร่ จะคุยกับใคร ทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน ครูไม่สามารถดุ ว่ากล่าวตักเตือน หรือลงโทษนักเรียนได้ ถึงเวลาแห่งการปลดแอกจากความป่าเถื่อนของระบบเก่าอันคร่ำครึเสียที

                 เท่าที่ผ่านชีวิตมา (เกือบ) ยี่สิบปียังไม่เคยเห็นนักเรียนคิดเพี้ยนๆ อย่างนี้ซักที พวกเขายังคงอ่อนเยาว์เกินกว่าที่มลทินจะเจือปนกับความคิดอันบริสุทธิ์

                แต่ไม่รับประกันอนาคตนะขืนปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตัวเองผิดต่อไป อีกหน่อยนักเรียนอาจรวมตัวประท้วงหน้ากระทรวงศึกษาธิการ โวยวายให้เปลี่ยนระบบการศึกษา ให้ครูมานั่งเรียนแล้วนักเรียนผลัดกันสอน.. ไม่ไหวเลยพวกครูเนี่ยะสอนเก่งแต่ทฤษฎี

                มุสลิมคงไม่ต้องรอให้ถึงวันนั้น เพียงแค่ฟังอัลลอฮฺสอน ร่อซูลสั่ง ไม่ว่าหน้าไหนชายหรือหญิงก็ขานรับเป็นเสียงเดียวกันว่า เราเชื่อฟัง และปฏิบัติตามแล้ว

ตราบใดที่มนุษย์ทั่วไปเชื่อว่ายังงัยๆ ครูก็เป็นครูอยู่วันยันค่ำ ตราบนั้นมุสลิม (ที่แท้จริง) ก็เชื่อว่าสิทธิ (และหน้าที่) ของบุรุษและสตรีย่อมต่างกันอยู่คืนยันรุ่ง

                "...และสำหรับบรรดาชายนั้นมีฐานะเหนือพวกนางขั้นหนึ่ง..." อัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺ : 228