ต่างคนก็ใช้บุญ เป็นสิ่งเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างภพ ระหว่างชาติกัน ทั้งเพื่อการใยดีต่อกัน และการขออโหสิกรรมต่อกัน

  ขณะนี้ ผู้เขียนได้มีบันทึก อีกหนึ่งบล็อก ที่ชื่อ" เชื่อมใจ สายใยบุญ ตอบแทนคุณ สองแผ่นดิน" ซึ่งเกิดขึ้นจาก โครงการที่ผู้เขียนจะเดินทางไปเป็น อาสาสมัครที่วัดไทยกุสินารา ในส่วนของกุสินาราคลินิก ที่พระธรรมทูตไทย และคนไทย ในอินเดีย ก่อตั้งขึ้น เพื่อให้การรักษาพยาบาล ผู้ยากไร้ ไม่จำกัดเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ในบล็อกนั้น จะมีผู้ที่ผลัดกันเขียนคือ ท่านพลเดช  วรฉัตร และตัวผู้เขียนเอง จะเป็นเรื่องราว ที่บันทึกเหตุการณ์ ในการไปอินเดีย และเรื่องที่จะเกิดขึ้น เมื่ออยู่อินเดีย และหลังจากกลับคืนสู่ประเทศไทย เพื่อหวังให้เป็น ประสบการณ์ และบันทึกประวัติศาสตร์ ให้ผู้คนรุ่นหลัง ได้ศึกษา กันต่อไป

  วันนี้ผู้เขียน เพิ่งจะบันทึก เส้นทางการลำเลียงผ้าไตร ในส่วนของประเทศไทยเสร็จสิ้น และได้กลับมา เล่าเรื่อง "เรื่องราว  บนผ้าไตร" ในบล็อก เล่าสู่กันฟัง แห่งนี้ เผื่อท่านใด ไม่ได้เข้าบันทึก เชื่อมใจฯ ก็จะได้ทราบความคืบหน้าต่อไป

   เมื่อคราวที่จัดส่งหนังสือหนึ่งคนวาด หนึ่งคนแต่ง ผู้เขียนก็ ต้องขนหนังสือ ครั้งละมากๆ ขนจนลืมเหนื่อย เพราะคนก็สั่งซื้อน่าชื่นใจ วันเดียว เป็นพันเล่ม แม้หลังจากนั้นจะมีอาการ ที่เรียกว่า ไข้เส้น คือยกของหนักไปเสียหลายวัน มาคราวนี้ ผู้เขียนก็มีโอกาส ต้องยกผ้าไตร ร้อยกว่าชุด ขึ้นลงรถ สองรอบ รอบละร้อยกว่ากิโลกรัม อีก ยังไม่มีอาการอะไร  แต่มีเรื่องที่อยากจะนำมาเล่าให้ฟังกันมากกว่า นั่นคือ ขณะที่ขนผ้าไตรขึ้นลงนั้น ผู้เขียนสังเกต ว่า มีเรื่องราว ของผ้าไตรแต่ละผืนปรากฏอยู่ ซึ่งจะยกมาเล่าให้ทราบดังต่อไปนี้

   บางชุดจะมีการเขียนชื่อ นามสกุล หรือฉายา(พระ) ที่อยู่ และลงท้าย Thailand เป็นภาษาอังกฤษดังนี้ แสดงว่าเจ้าภาพผ้าไตร ทราบดีว่า ผ้าเหล่านี้ จะเดินทาง เชื่อมสายบุญให้ ไกล ถึงต่างแดน จึงใช้ภาษาอังกฤษ

  บางชุด จะมีการระบุนี้ไตรครอง(ผ้าไตรชุดใหญ่ มีรัดประคต) นี้ไตรอาศัย มีเพียงผ้าสามผืน ห่อรวมกัน

บางชุด มีการเขียนอุทิศผลบุญ และแสดงเจตจำนงค์ ในการสร้างบุญกุศลนี้ อย่างมีเป้าหมาย คือ

" ชื่อ......นามสกุล.....อุทิศให้ดวงวิญญาณ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร ทุกภพทุกชาติ ขอให้มารับ เมื่อรับแล้ว ก็ขอให้เลิกแล้วต่อกันเทอญ

 ขอให้พ้นทุก ขอให้มีความสุข ตลอดไปทุกท่านเทอญ."

  ต่างคนก็ใช้บุญ เป็นสิ่งเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างภพ ระหว่างชาติกัน ทั้งเพื่อการใยดีต่อกัน และการขออโหสิกรรมต่อกัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า บุญเท่านั้น เป็นที่พึ่งของพวกเราทั้งหลาย ก็ในเมื่อเรามีโอกาสได้รู้ ได้ศึกษา แล้วก็ลงมือทำเท่านั้น แต่สิ่งที่เรียกว่าบุญฝ่ายเดียว ก็น่าจะมั่นใจได้ว่า เรามีที่พึ่งแล้ว

   จะทำบุญเพื่อหนีบาป หรือจะสร้างเหตุใหม่ ก็ล้วนแต่น่าสรรเสริญ ทั้งหมดนี้ ไม่มีใครกำหนด นอกจากตัวเราเอง

   หวังว่าเรื่องราว บนผ้าไตรจีวรเหล่านี้ ที่ยกตัวอย่างมา ถ้าเพียงจะหยุดทบทวน ก็จะทำให้ทุกครั้งที่เราจะทำบุญ ได้มีเวลาสักนิด คิดอุทิศบุญ ที่เป็นสิ่งที่ใครๆ ในทุกภพ ต่างต้องการ แล้วจะกล่าวด้วยน้ำใสใจจริง หรือจะบรรยายกันลืม เป็นตัวอักษรบนวัตถุที่ทำ ก็ตามแต่ และผู้เขียนก็มีความเห็นส่วนตัวว่า สิ่งเหล่านี้ จะทำให้เรา ทำบุญอย่างมีสติอีกด้วย