บทคัดย่อ
สุพจน์ ชุมผาง. 2546. รายงานการใช้หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพกลุ่มสร้างเสริม
ประสบการณ์ชีวิต หน่วยที่ 4 ชาติไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนบ้านท่ามะไฟหวาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2
การรายงานการใช้หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อแก้ปัญหาการไม่ผ่านจุดประสงค์ วิชากลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ดังนี้
จุดประสงค์ที่ 10 วางแนวทางในการทำงานกลุ่ม จุดประสงค์ที่ 11 นำกระบวนการทำงานกลุ่มไปใช้ในการทำงานกลุ่มเป็นประจำ จุดประสงค์ที่ 18 ปฏิบัติตนตามบทบาทที่มีต่อครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ ศาสนา และพระ มหากษัตริย์ ถูกต้องเหมาะสมและปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เสมอเป็นประจำ 2. เพื่อจัดทำหนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพ กลุ่มประสบการณ์ชีวิตชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 ชาติไทย จำนวน 12 เล่ม ดังนี้
เล่มที่ 1 ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา (ตอนสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง)
เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา (ตอนสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ)
เล่มที่ 3 ประวัติบุคคลสำคัญ (ตอนสมเด็จพระสุริโยทัย)
เล่มที่ 4 ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา (ตอนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1)
เล่มที่ 5 ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา (ตอนสมเด็จพระนเรศวรประกาศเอกราช)
เล่มที่ 6 ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา (ตอนสมเด็จพระนเรศวรทำยุทธหัตถี)
เล่มที่ 7 ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา (ตอนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช)
เล่มที่ 8 ประวัติบุคคลสำคัญ (ตอนพระโกษาธิบดี )
เล่มที่ 9 ประวัติบุคคลสำคัญ (ตอนศึกบางระจัน)
เล่มที่ 10 ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา (ตอนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2)
เล่มที่ 11 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เล่มที่ 12 ประวัติบุคคลสำคัญ (ตอน พระยาพิชัยดาบหัก)
3. เพื่อจัดทำแผนการสอน สำหรับเป็นแนวการสอน โดยใช้หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพ ที่จัดทำขึ้นจำนวน 12 แผน 4. เพื่อเผยแพร่ผลงานแก่คณะครู - อาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องสำหรับใช้ประโยชน์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในโอกาสต่อไป มีวิธีการดำเนินการ คือ 1. สร้างหนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพ
2. วิเคราะห์หลักสูตร 3. จัดหน่วยการเรียนรู้ 4. เขียนแผนการสอน 5. สร้างแบบฝึก และแบบทดสอบ นำแผนการสอน แบบฝึก และแบบทดสอบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ 6. ทดลองใช้กับกลุ่มเล็กเพื่อหาประสิทธิภาพ 7. นำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่า1. ประสิทธิภาพของหนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพทั้ง 12 เรื่อง มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 /80 โดยจำแนกแต่ละชุดต่อไปนี้
1.1 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา (ตอนสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง) มีประสิทธิภาพ 100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.2 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา(ตอนสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) มีประสิทธิภาพ 100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.3 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพ เรื่อง สมเด็จพระสุริโยทัย มีประสิทธิภาพ
100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.4 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่องเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 มีประสิทธิภาพ100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.5 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่องสมเด็จพระนเรศวรประกาศเอกราช
มีประสิทธิภาพ 100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่วางไว้
1.6 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่องสงครามยุทธหัตถี มีประสิทธิภาพ 100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.7 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่องสมเด็จพระนารายณ์มหาราช(ยุคทองวรรณคดี) มีประสิทธิภาพ 100 /100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.8 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่องพระโกษาธิบดี (ปาน) มีประสิทธิภาพ
100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.10 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่องเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 มีประสิทธิภาพ 100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.11 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่องพระเจ้าตากสินมหาราช มีประสิทธิภาพ
100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.12 หนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพเรื่องพระยาพิชัยดาบหัก มีประสิทธิภาพที่
100 / 100 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้หนังสือบทกร้อยกรองประกอบภาพทั้ง 12 เรื่อง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้แสดงว่า ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยหนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพ นักเรียนมีความรู้อยู่บ้าง แต่เมื่อได้ศึกษาหนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพทั้ง 12 เรื่องแล้ว นักเรียนเกิดการพัฒนาทั้งทางด้านความรู้และทักษะกระบวนการทำงานกลุ่มได้ดีขึ้นจากแบบสังเกตพฤติกรรมที่ผู้รายงานสังเกตได้และคะแนนมาตรฐาน 80 / 80 ได้มากกว่าเกณฑ์ถึงร้อยละ 20 นอกจากนี้คะแนนจากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนนักเรียนสามารถนำความรู้มาทำแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนมากกว่าก่อนเรียน ฉะนั้นหนังสือบทร้อยกรองประกอบภาพทั้ง 12 เรื่อง จึงเป็นหนังสือประกอบภาพที่มีประสิทธิภาพ ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ 4 ได้เป็นอย่างดี
กระบวนการที่เป็นปัญหาของครูทุกคนคือ การสร้างผลงานทางวิชาการ นั่นคือ นวตกรรมทางการศึกษา เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมาย ครูทุกคนรู้ดีว่า ปัญหาด้านการเรียนการสอนคืออะไร แต่คิดหาวิธีแก้ที่ได้ผล และต่างจากคนอื่นยังไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่พวกเรา ครูมืออาชีพ จะต้องพิจารณาความสามารถของตนเอง และเริ่มพัฒนาตนเองให้ทันกับความก้าวหน้าของสายงาน เพราะไม่มีการลงทุนใดที่คุ้มค่าเท่ากับการลงทุนทางด้านวิชาการ ด้วยเหตุว่า การลงทุนทางด้านการค้าหรือสาขาวิชาชีพอื่นเสี่ยงต่อการขาดทุน แต่การลงทุนทางวิชาการของบุคลากรทางการศึกษามีแต่กำไร ครูพัฒนา ผู้เรียนได้ความรู้ ผู้ปกครองพึงพอใจ ถึงเวลาหรือยังที่พวกเรา จะพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหน้า และความผาสุกของสังคม