จงภาคภูมิใจว่า เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะได้ช่วยงานสืบทอดพระพุทธศาสนา ให้ศิลธรรม กลับมา นำทางชีวิต ของมวลมนุษย์ชาติต่อไป

                       จากบันทึกที่แล้ว ผู้เขียนเปรียบผ้าไตรจีวร ที่เรากำลังจะส่งไปถวายพระวัดพุทธ ที่บังกลาเทศ ว่าเป็นผ้ามาจากสรวงสรรค์ ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะผ้าแต่ละผืน มีเส้นทางมา และเส้นทางไป ที่ต้องอาศัย คำว่าบุญ เป็นตัวนำทางทั้งสิ้น

  เมื่อเริ่มบอกบุญ ผู้เขียนไม่ได้คิดว่า จะได้ผ้าสักกี่ผืน นึกถึงใครได้ ก็แวะบอก นึกอยากจะแจ้งทางเว็บก็แจ้ง แล้วผ้าไตรจีวร ก็หลั่งไหลมา เป็นจำนวนร้อยๆชุด ถ้าเอาผ้าแต่ละผืน มาต่อๆกัน เราคงได้ผ้ายาวหลายร้อยเมตร การถวายจีวร มีอานิสงส์มากมาย ดังนี้

"ผู้ถวายผ้าไตรได้ชื่อว่า สนับสนุนการบวช ย่อมได้อานิสงส์
ได้เกิดเป็นมนุษย์ในตระกูลสัมมาทิฏฐิ   
เกิดในสถานที่รุ่งเรืองด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ดินแดนที่เจริญด้วยพระพุทธศาสนา
 ได้รับการยกย่องนับถือ เป็นที่รักของมนุษย์และเทวา
มีผิวพรรณวรรณะผ่องใส รัศมีกายสว่างไสว ไม่เป็นโรคทางผิวหนัง
ย่อมได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่าย"

  อุปสรรคในการจัดส่ง ที่เริ่มเป็นปัญหา แต่ผู้เขียน คิดว่าระยะเวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน เป็นช่วงปล่อยวางจริงๆ เพราะไม่ได้คิดต่อเลย ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ตั้งใจทำงานให้ลุล่วงเท่านั้น

 แต่กระแสบุญ ก็ไม่ได้หยุดตามผู้เขียน ยังคงดำเนินต่อไป การบอกบุญ ได้บอกผ่านกันไปเรื่อยๆ จนที่สุด ก็ไปถึงผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่ต่อมา ได้มีส่วนสำคัญ ในการลำเลียงผ้าไตรในครั้งนี้

 ผู้ใหญ่ท่านนี้ ท่านปฏิบัติธรรมเช่นกัน เมื่อทราบข่าว ก็อนุโมทนาสาธุ กับโครงการนี้ และท่านมีน้องสาว อยู่การบินไทย จึงได้ติดต่อสอบถาม เรื่องการส่งผ้าไตรให้ ต่อมาจึงได้วิธีการส่งที่ต้องเรียกว่า พิเศษสุดๆ โดยใช้โควต้า ของแอร์โฮสเตส ที่แต่ละคนจะสามารถ มีของฝากส่งได้ คนละ ๕๐ กก.ต่อเดือน และคราวนี้ จะมีผ้าไตรสักเท่าไหร่ เธอก็ยินดี จะขนในนามของเธอไปให้ฟรี

  แต่ปัญหาก็ยังไม่จบลงง่ายๆ แบบนั้น เพราะการนำของส่งให้คุณแณณ นั้น จะต้องมีค่าใช้จ่าย ที่ผู้เขียน ก็ไม่รู้ว่าอะไร อีกหลายสตังค์ทีเดียว เวลามาขนของจาก สนามบิน  นอกเสียจาก ของเหล่านี้ เป็นของสถานทูต ที่ต้องทำหนังสือ รับรองกันมา ยอมรับว่าถึงตรงนี้ ผู้เขียน เองก็หมดปัญญา จึงได้ ปรึกษาคุณพลเดช  แล้วท่านก็เป็นผู้เปิดทางสว่างให้จริงๆ คงเป็นบุญเฉพาะ ที่ท่านต้องมาเกี่ยวข้องอย่างเต็มตัว

 ในวันต่อมา จึงได้รับข่าวจากคุณพลเดชว่า   อย่าเพิ่งส่งผ้าไตรมา จนกว่าทางสถานทูต บังกลาเทศ จะทำเอกสาร รับรองให้เรียบร้อยเสียก่อน

เออหนอ บางสิ่ง บางอย่าง กว่าจะสำเร็จ ก็ต้องครบองค์ประกอบ ครบคน บุญจึงครบ จึงสำเร็จ ผู้เขียนจึงมีความรู้สึกว่า การสร้างบุญคราวนี้ ต้องใช้ปัญญามากมาย การประสานงาน ที่ต้องทำถึง ๓ ประเทศ

ระหว่างรอคอย วิธีการนี้ ก็ยังมีผู้แจ้งความประสงค์ จะร่วมบุญผ้าไตร มาอย่างต่อเนื่อง การนำผ้าไตรจีวร ไปถวายพระสงฆ์คราวนี้ เหมือนเป็นการช่วยกันฟื้นฟู ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ที่ครั้งหนึ่ง แทบจะหมดไปจากแผ่นดินแห่งนี้ แล้ว เหมือนเรื่องราวที่เล่าต่อๆกันมา ถึงการอธิษฐานจิต ของพระภิกษุสงฆ์ ทีถูกเผา ที่นาลันทา ก่อนมรณะภาพว่า จะขอมาเกิดในปฏิรูปเทส และจะกลับมา เพื่อกู้พระพุทธศาสนา ในแผ่นดินแม่ แห่งนี้อีกครั้ง

   ขอให้ทุกท่าน ที่มีส่วนสนับสนุน และร่วมอนุโมทนาบุญ ในการกุศล จัดหาผ้าไตรจีวร ในครั้งนี้ จงภาคภูมิใจว่า เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะได้ช่วยงานสืบทอดพระพุทธศาสนา ให้ศิลธรรม กลับมา นำทางชีวิต ของมวลมนุษย์ชาติต่อไป

   หากมีความคืบหน้า จะได้แจ้งให้ทราบกันต่อไป