มงคลชีวิต

 

มงคลชีวิตที่ชอบคือ มงคลที๒๕ คือความกตัญญู เหตุที่ชอบมงคลนี้เพราะ ความกตัญญูก็คือ ความรู้คุณ หมายถึงเป็นผู้มีใจกระจ่าง มีสติปัญญาบริบูรณ์ รู้อุปการคุณที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตน อีกนัยหนึ่งก็คือ ความกตัญญู คือ ความรู้บุญหรือรู้อุปการะของบุญที่ตนทำไว้แล้ว โดยรวมแล้วนั้นกตัญญูจึงหมายถึง การรู้จักบุญคุณคน อะไรก็ตามที่เป็นบุญหรือมีคุณต่อตนแล้ว ก็ตามระลึกถึงด้วยความซาบซึ้งไม่ลืมเลย และทำให้เรารู้ว่าเราควรกตัญญูแก่ใครบ้าง เราควรจะต้องกตัญญูแก่บุคคลคือเราต้องกตัญญูแก่ผู้ที่มีพระคุณแก่เรา จะต้องระลึกเสมอและต้องพยายามหาโอกาสตอบแทนบุญคุณแก่ท่าน เช่น เราควรเป็นลูกที่ดีของ พ่อและแม่ เป็นศิษย์ที่ดีแก่อาจารย์ เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ กตัญญูต่อสัตว์ คือสัตว์ที่มีคุณค่าต่อเราเราก็ควรที่จะกรุณาปราณีต่อมัน ต้องเลี้ยงดูไม่ให้อดอยาก ไม่ทรมาน ต้องให้ความเอาใจใส่ต่อมัน และควรกตัญญูต่อสิ่งของ คือสิ่งของใดที่มีค่าแก่เรา เช่น หนังสือ ต้นไม้ ป่าไม้ เราก็ควรที่จะปฏิบัติแก่สิ่งเหล่านี้ให้ดี ไม่ทำลาย กตัญญูต่อบุญ คือ รู้ว่าคนเราเกิดมามีอายุยืนยาว ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณดี สติปัญญาเฉลียวฉลาด และสุดท้ายคือเราจะต้อง กตัญญูต่อตนเอง คือรู้ว่าร่างกายของเรานี้เป็นอุปกรณ์สำคัญที่เราจะใช้อาศัยในการทำความดี ใช้ในการสร้างบุญกุศลนานาประการ เพื่อความสุข ความเจริญก้าวหน้าแก่ตนเอง จึงทะนุถนอมดูแลร่างกาย รักษาสุขภาพให้ดี ไม่ทำลายด้วยการกินเหล้า  และที่สำคัญเมื่อเรามีความกตัญญูเป็นพื้นใจแล้ว เมื่อมีความท้อถอย ความเบื่อหน่ายเอือมนะอาเกิดขึ้น เราก็นึกถึงตัวเราและนึกถึงผู้ที่มีบุญคุณแก่เรานั้น ก็คือ พ่อและแม่ของเราว่าเราจะต้องตอบแทนบุญคุณแก่ท่านมีความกตัญญูแก่ท่าน เมื่อเรามีความกตัญญู ก็จะทำให้จิตใจของเราบริสุทธิ์ มุ่งมั่นที่จะทำงานในทุกๆสิ่งที่เราตั้งใจ

 

            มงคลคือทางก้าวหน้า ความสุข ความเจริญ มงคล คือเหตุที่นำมาซึ่งความเจริญ คำว่า มงคลชีวิต จึงความความได้ว่า คือเหตุแห่งความสุขและความเจริญก้าวหน้าของชีวิต เป็นสูตรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เป็นข้อควรประพฤติปฏิบัติ ซึ่งมีอยู่ ๓๘ ประการด้วยกัน

              มงคล เหตุแห่งความเจริญก้าวหน้า ความเจริญก้าวหน้า มี ๔ ประการ คือ

              ๑. ความเจริญก้าวหน้าด้วยสรรพสมบัติทั้งหลายทั้งมนุษย์สมบัติทิพย์สมบัติ และนิพพานสมบัติ
              ๒. ความเจริญก้าวหน้าด้วยปัญญา อันเป็นเครื่องทำลายอุปสรรคของชีวิตและความชั่วความบาปต่าง ๆ
              ๓. ความเจริญก้าวหน้าด้วยความดีงาม ทั้งทางกาย วาจา ในเบื้องต้น เบื้องกลาง และเบื้องสูง
              ๔. ความเจริญก้าวหน้าด้วยประโยชน์ทั้ง ๓ คือ
                            ๑.ประโยชน์ในโลกนี้ คือโลกมนุษย์
                            ๒.ประโยชน์ในโลกหน้า คือสวรรค์
                            ๓.ประโยชน์อย่างยิ่ง คือ พระนิพพาน
              เมื่อเราประพฤติปฏิบัติตามมงคลทั้ง ๓๘ ประการนี้ แม้เพียงมงคลในมงคลหนึ่งก็ตาม ก็ได้ชื่อว่าประกอบ เหตุอันทำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าทั้งประการนี้ ทำให้เราสามารถบำเพ็ญประโยชน์ทั้งแก่ตนเอง แก่ครอบครัวสังคม และแก่ชาวโลกได้เต็มที่

            เหตุที่ต้องเรียนรู้จักมงคล สิ่งที่น่าคิดอยู่ประการหนึ่งคือ การเกิดมาเป็นคน เพียงแค่ศึกษาความรู้สูง ๆ เพื่อให้มีสติปัญญาที่จะทำมาหากินได้สะดวกสบายโดยไม่ติดขัดเท่านี้ยังไม่พอ ยังไม่แน่ว่าจะหาความสุขได้ เพราะความรู้ที่มีอยู่ในโลกทั่วไปเป็นความรู้เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง คือเลี้ยงส่วนที่เป็นกายเท่านั้น แต่ส่วนที่เป็นใจยังไม่มีอะไรไปเลี้ยงเนื่องจากคนเรามีส่วนสำคัญอยู่ ๒ ส่วน คือกายและใจ

            ในเมื่อกายก็ต้องการอาหารไปเลี้ยงเพื่อให้พ้นจากโรคคือความหิว และให้ร่างกายเกิดความเจริญเติบโตขึ้น ใจก็เช่นเดียวกัน ต้องการอาหารคือธรรมะมาหล่อเลี้ยงเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้พ้นจากความโลภ ความโกรธ ความหลง และเพื่อยกระดังจิตใจของเราให้สูงขึ้น จะได้พบกันความสุขควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพทำมาหากิน ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมาเรียนธรรมะโดยเฉพาะเรื่องมงคลสูตรเพราะไม่เพียงมีความสำคัญดังกล่าวแล้ว ยังง่ายต่อการทำความเข้าใจ และการนำไปปฏิบัติตามอีกด้วย

              แม้หลักมงคลที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง จะประกอบไปด้วยเหตุผลอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครสามารถล้างได้ แต่ก็มิได้หมายความว่า คณาจารย์ นักคิด เจ้าลัทธิทั้งหลายจะล้มเลิกความคิดเดิม หันมาเชื่อพระองค์ทุกคนเพราะล้วนแต่หน้าแน่นด้วยทิฏฐิกันทั้งนั้น แม้จะรู้ตัวว่าผิด แต่ยังยืนยันวาทะของตนอยู่ และ สานุศิษย์ของแต่ละสำนักก็ยังทำการเผยแพร่อยู่อย่างไม่หยุดยั่งประกอบกับนิสัยของคนเรามีความขลาดประจำตัวอยู่แล้ว ชอบทำงานอะไรเผื่อเหนียวไว้ก่อน จึงมีผู้ยอมรับนับถือปฏิบัติสืบต่อกันมา เกิดเป็นมงคล ๒ สาย พัวพันกันมาจนถึงปัจจุบันคือ

              ๑. มงคลของนักคิด เรียกว่า มงคลมี ยึดถือเอาว่า การมีสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นมงคล ซึ่งแต่ละที่แต่ละสมัยก็ยึดถือต่าง ๆ กันไป ไม่มีอะไรแน่นอน ของบางอย่างบางที่ถือเป็นมงคล บางที่อาจถือว่าเป็นอัปมงคลก็ได้
              ๒. มงคลของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรียกว่า มงคลทำ ยึดถือเอาการปฏิบัติฝึกฝนตนเองเป็นเกณฑ์เป็นสัจธรรม ที่ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้ใดปฏิบัติตามแล้วย่อมได้ผลแน่นอนมงคลของนักคิดนั้น มีผู้เสนอขึ้นมาแล้ว ก็มีผู้โต้แย้งลบล้างไป แล้วก็มีผู้เสนอขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อย ๆ จนหาข้อยุติไม่ได้ แต่มงคลของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
เมื่อทรงแสดงแล้วก็ไม่มีใครสามารถหาเหตุผลมาลบล้างได้ แม้พระองค์จะทรงเปิดโอกาสให้คัดค้านวิพากษ์ วิจารณ์ได้ตลอดเวลา ดังความในบทสรรเสริญพระธรรมคุณที่ว่า "เอหิปัสสิโก เชิญมาพิสูจน์เถิด

            มงคลชีวิต สามารถนำไปพัฒนาชนบทโดย เหตุแห่งความสุขและความเจริญก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต  สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชนบทได้โดย การปลูกฝังให้เป็นคนดี

            มงคลชีวิต คือ เหตุแห่งความสุขและความเจริญก้าวหน้าของชีวิต เป็นสูตรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เป็นข้อควรปฏิบัติ มี 38 ประการ  จึงเห็นได้ว่ามงคลชีวิตเป็นเหตุและเป็นแนวทางทำให้เกิดความสุขจึงสามารถนำหลักการนี้ไปปรับใช้ในการพัฒนาชนบทได้คือมงคลชีวิตมี 38 ประการ ก็ได้แยกหมวดหมู่ไว้ชัดเจน ตั้งแต่การเลือกคบ ทำให้เราสามารถแยกแยะได้ว่าคนไหนเป็นคนที่ควรคบหรือไม่ควรคบ  การฝึกตน การบำเพ็ญครอบครัว ทำประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ เป็นการพัฒนาตนเองทั้งสิ้น

            ถ้าผู้นำชุมชนหรือบุคคลภายในชุมชนนำเอามงคลชีวิตทั้ง  38 ประการไปปรับใช้ก็จะสามารถพัฒนาทั้งตนเองและชุมชนให้มีทั้งสภาพความเป็นอยู่และสภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมกันนี้ก็จะลดปัญหาต่างๆตามมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้าน เศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาสภาพความเป็นอยู่ ปัญหาอาชญากรรมต่างๆที่เกิดขึ้นซึ่งถ้าชุมชนยึดหลักของมงคลก็จะทำให้ปัญหาเหล่านี้ลดน้อยลง พร้อมกันนั้นก็จะทำให้สภาพชุมชนน่าอยู่เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยคนดีพร้อมแก่การพัฒนา และมงคลชีวิตยังสอนให้คนรักกัน กตัญญูต่อผู้ที่มีบุญคุณและถิ่นฐานบ้านเกิด ถ้าทุกคนมีมงคลและปฏิบัติได้ก็จะทำให้ชุมชนน่าอยู่ขึ้น และถ้าทุกๆชุมชนทำได้ก็จะทำให้ประเทศของเราค่อยๆดีขึ้นตามมาด้วย