ยุคสมัยเศรษฐกิจย่ำแย่อยู่ขณะนี้ ผู้คนย่อมหาที่พึ่งทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ คงไม่มีอะไรดีเท่าการเสริมดวงชะตา บารมี ให้กับตัวเองเป็นดีที่สุด..นั่นเอง
เมื่อวานเป็น วันมาฆบูชา หรือ วันเพ็ญเดือนสาม
คนไทยน้ำใจงาม มาร่วมทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียน ฟังธรรมกันตามวัดวาอาราม
ผมเองได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่ว่าวัดใกล้ๆ บ้านที่แม่พักอยู่มีพิธีบูชาเทพยดานพเคราะห์และสวดภาณยักษ์
พอดีได้หยุดงานและสนใจอยากเข้าร่วมพิธี จึงตอบตกลงกับแม่ว่า เดี๋ยวจะไปร่วมงานพร้อมกับนำลูกสาวไปด้วย
เที่ยงเศษๆ ถึงวัด รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ หนาแน่น ถนนแคบ การจราจรติดขัดพอควร เข้าถึงในวัดรีบไปบูชาขันครู เข้าไปจับจองหาที่นั่งในบริเวณประรำพิธี มีประชาชนมาร่วมงานครั้งนี้ ดูแล้วไม่น่าต่ำกว่าสองหมื่นคน มีทั้งนั่งบนเก้าอี้ บนเสื่อ บนศาลา โดยทางวัดจัดเตรียมไว้เพื่อให้นั่งร่วมทำพิธี

 

 

เวลาล่วงเลยไปจนถึง 13.39 น. ถือเป็นฤกษ์เริ่มทำพิธี ประธานจุดเทียนชัย จุดธูปปักเครื่องเซ่นไหว้ พระคุณเจ้าซึ่งนิมนต์มาจากวัดพระเชตุพนฯเริ่มสวดนำทำพิธี ใช้เวลา 2 ชั่วโมงนิดๆ เสร็จพิธีบูชาเทพยดานพเคราะห์ทั้ง 9 องค์
หลังจากนั้นอนุญาตให้ผู้ร่วมพิธีลุกจากที่นั่งเพื่อยืดอริยบท เข้าห้องน้ำ หาน้ำดื่มทานอาหารได้ประมาณ 30 นาที แล้วจะเริ่ม เทศนาเรื่อง "ภาณยักษ์"

 

 

เมื่อเทศน์จบ เริ่มพิธีที่ทุกคนรอคอยคือ พิธีสวดภาณยักษ์ โดยพระคุณเจ้าอธิบายไว้ก่อนหน้านี้ว่า เป็นการสวดเพื่อขับไล่หรือปัดเป่าสิ่งไม่ดี ภูต ผี ปีศาจ ที่ไม่ประสงค์ดีออกจากตัวเรา  ท่านบอกว่าแม้แต่สัตว์ที่เกิดมาเป็นอาหารของมนุษย์เช่น วัว ควาย หมู เป็ด ไก่ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีชีวิต มีวิญญาณ เรากิน เราฆ่าเขาไป เขาอาจอาฆาตมาดร้ายแล้วมาสิงสถิตย์อยู่ในตัวเรา การสวดภาณยักษ์จึงเป็นการทำพิธีขจัดปัดเป่าให้สิ่งเหล่านี้ได้ไปผุดไปเกิด และมีการสวดแผ่เมตตาให้ดวงวิญญาณทั้งหลายด้วย

 

 

ขณะที่พระทำพิธีสวดภาณยักษ์รอบแรก และสวดภาณพระรอบสอง ผมเองได้เห็นผู้เข้าร่วมพิธีหลายๆคนที่มีอาการเหมือนมีของเข้าอย่างเช่น หนุมาน เสือ ลิง ออกมาเต้นโชว์อยู่หลายตัว บางคนหวีดร้องครวญครางเหมือนมีผีร้ายเข้าสิง และบางคนนั่งสั่นสะท้านไปทั้งตัว นี่เป็นเพราะเสียงสวดของพระที่ร่ำเรียนวิชาอาคมมาพร้อมกับเสียงสวดที่ กึกก้อง กังวาน ทำนองภาณยักษ์ 
    นี่ถ้าเป็นการโฆษณาหาคนมาร่วมงานเหมือนเมื่อก่อนที่มีพระบางกลุ่มออกตะเวนไปขอจัดพิธีสวดภาณยักษ์ตามวัดต่างๆ ทั้งปริมณฑลและภุธร ผมคิดว่าพวกนี้อาจจะเป็นหน้าม้า แสดงโชว์ เพื่อความเชื่อถือต่อพิธีก็เป็นได้  แต่งานนี้ทางวัดจัดงานโดยความศรัธาของลูกศิย์ที่เคารพนับถือต่อวัดและตัวหลวงพ่อที่นี่เอง

 

 

และอีกอย่างก็คือยุคสมัยเศรษฐกิจย่ำแย่อยู่ขณะนี้ ผู้คนย่อมหาที่พึ่งทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ คงไม่มีอะไรดีเท่าการเสริมดวงชะตา บารมี ให้กับตัวเองเป็นดีที่สุด..นั่นเอง

 

 

สาธุ  สาธุ  สาธุ...จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด

อย่าได้เบียดเบียน  มีเวรซึ่งกันและกันเลย...สาธุ