เพื่อประชาชน
-
วันนี้(22 ก.พ. 51)นายจิ้ด ผันอากาศ อยุ 64 ปี บ้านเลขที่ 80 หมู่ที่ 4 บ้านยางด่อ ต.เทอดไทย อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า วันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวต้องแบกรับภาระอย่างหนักกับราคาวัวที่ถูกและขายไม่ได้ ก่อนการปฏิวัติ ราคาวัว ตัวละ 10,000 – 50,000 บาท เวลาผ่าน ไป 1 ปี ราคาวัวตกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะวัวหูยาว ราคาน้ำเชื้อวัวพันธุ์อินดูบราซิลผสมหลอดละ 3,000- 4,000 บาท ออกลูกมาราคา 2,000-3,000 บาท เรียกว่าขาดทุนทั้งแต่วัวอยู่ในท้อง ตนเองมีวัว 10 ตัว ต้อเลี้ยงเพื่อใช้มูลใส่นาเท่านั้น
-
นายจิ้ด ผันอากาศ กล่าวว่า ความหวังจากรัฐบาลคือให้เศรษฐกิจดีขึ้น อย่าให้เหมือนช่วงรัฐประหาร หรือช่วงการปฏิวัติ เศรษฐกิจแย่ที่สุด น้ำมันเชื้อเพลิง 3 ลิตร 100 บาท ค่าแรงถูก ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เรียกว่ายุกกข้าวยากหมากแพง แต่ชาวบ้านไม่กล้าร้องเรียนเพราะกลัวอำนาจทหาร ตนเองสงสารพ่อใหญ่สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังไม่ทำงาน ยางไม่ก้าวขึ้นบันได ฝ่ายค้านและ กลุ่มที่จ้องจับผิดบอกว่าจะโกงซะแล้ว ให้รัฐบาลทำงานก่อนค่อนตำหนิ ตนไม่ว่าซักคำ
-
นายสมพร แสนศรี บ้านเลขที่ 17 หม่ที่ 2 บ้านตลาดใหญ่ ต.เทอดไทย กล่าวว่า วันนี้ภาคการเกษตร ต้นทุนการผลิตสูงมาก ปุ๋ยกระสอบละ 700-850 บาท ค่าจ้างไถดะ ไถแปร ราคา 300-450 บาท น้ำมันเชื้อเพลิงแพงมากๆราคา 3 ลิตร 100 บาท ประชาชนระดับรากหญ้า รอวันตาย ราคาสุกร หรือเนื้อหมูขึ้น กก.120 บาท เป็นปัญหาทั่วบ้านทั่วเมือง น้ำมันราคา 3 ลิตร 100 บาท ไม่โวยวาย หรือไม่มีการแก้ปัญหา สถานการณ์การตลาดสุกร ไม่เกิน 2 เดือน เป็นปกติ ขี้คร้านรัฐบาลจะต้องวิ่งมาแก้สุกรราคาตกต่ำ
-
ทางด้านนายสมพงษ์ ยันทรักษา อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 4 บ้านยางด่อ และนายแดง ศรีแสง อายุ 66 ปี กล่าวว่า เรามีความหวังต่อรัฐบาลเป็นอย่างมากเพราะการรัฐประหารทำให้ประเทศไทยถอยหลังไปอย่างมาก ต้องเดินไปข้างหน้า ตนเองมีวัว 5 ตัว และฝูงวัวกลุ่มนี้ประชาชนมาเลี้ยงรวมกัน ประมาณ 500 ตัว สภาพอากาศที่แห้งแล้ง หญ้าแห้ง ฟางแห้ง บริเวณที่ถูกน้ำท่วม อำเภอทุ่งเขาหลวง หน้าฝนน้ำท่วม หน้าแล้งแล้งแสนสาหัส วันก่อนตนเองซื้อวันตัวละ 25,000-50,000 บาท ราคาขายปัจจุบัน 5,000-8,000 บาท ไม่มีคนซื้ออีกต่างหากฝากรัฐบาลให้เร่งรีบในการดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวด้วย
-
ทางด้านนายสมวงศ์ คงเพชร ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ส่งเสริมการเลี้ยงวัวเนื้อ พันธุ์อเมริกันรามัน ไม่มีการส่งเสริมวัวแฟนซี หรือประเภทหูยาว เพราะไม่เหมาะสมกับสภาพของเมืองไทย ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อนแมลงศัตรูมาก ทั้งแมลงวัน เหลือบ ริ้น วันเป็นสัตว์ใหญ่ประเภทแทะเล็ม วัวหูยาวแทะเล็มหูจะลากไปกับดิน เกิดบาดแผล แมลงวันเจาะ เกิดอาการเน่าเปื่อย ราคาแพงแต่ เนื้อน้อย ภาษาภาคอีสานเรียกว่า “หูยาวตกพูดไม่ได้” จำนวนวัวเพื่อมากขึ้นแสดงให้เห็นว่าการส่งเสริมการปศุสัตว์ได้ผล การตลาดเป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการแปรรูปผลผลิต ราคาวัวจะขึ้นลงในระยะเวลาที่สั้น อีกไม่นานราคาต้องขยับตัวขึ้น เลี้ยงวัวเปรียบดังมีธนาคารไว้ใต้ถุนบ้าน ได้ผลผลิตคือตกลูกทุกปี อาหารคือ หญ้าฟางข้าว หรือหัวอาหารบ้าง สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด อำเภอ คอยให้คำแนะนำ ด้านการสัตวบาล
วัชรินทร์ เขจรวงศ์/ร้อยเอ็ด0868502416
นายจี๊ด ผันอากาศ เลี้ยงวัวหูยาว (ฮินดู บราซิล) ซึ่งมีหูยาว โครงร่างใหญ่ ราคาแพง ซึ่งมีเนื้อประมาณ 30 % ของน้ำหนักทั้งหมด หมายถึง น้ำหนัก 100 กก. จะได้เนื้อ 30 กก.
สมมุติว่า โคตัวโตเต็มที่ได้น้ำหนัก 1000 ก.ก. พ่อค้าซื้อในราคาตามน้ำหนัก ถูก ๆ ก.ก. ละ 45 บาท จะต้องจ่ายเงิน 45,000 บาท ได้เนื้อ 300 ก.ก. จำหน่ายเนื้อในราคา ก.ก.ละ 140 บาท (ราคาเขียง) ได้เงิน 42,000 บาท นี่หมายถึงเชือดเอง ขายเอง ยังขาดทุนเลยครับ
หากถามว่า วัตถุประสงค์จริง ๆ ของการเลี้ยงโคคืออะไร แน่นอนครับคือการบริโภค ไม่ใช่เลี้ยงไว้ดูเล่น ถ้าท่านซื้อโคที่มีน้ำนัก 500 ก.ก. ในราคา 100,000 บาท ท่านซื้อมาแล้วจะขายอะไร.... หากนำมาผลิตน้ำเชื้อจำหน่าย ก็เป็นไปได้ แต่นั่นหมายถึงโคจะต้องงามและให้ลูกงามด้วย จึงจะได้รับความนิยม แต่หากเกษตรกรซื้อในราคาดังกล่าว แล้วจะขายเป็นเนื้อคงเป็นไปไม่ได้ คงต้องฝากท่านวัชรินทร์ถามนายจิ้ด ว่าเขาซื้อวัวมาโดยมีวัตถุประสงค์ใด หากซื้อมาเพื่อจะขายไป ต้องคิดว่าจะขายให้ใคร ขายให้โรงเชือดหรือขายต่อให้กับเกษตรกรรายอื่น แล้วรายอื่นจะขายไปไหน เมื่อทุกคนมีวัวหูยาวในมือแล้วก็จะถึงทางตันของวัวหูยาว ต้องขายให้กับโรงฆ่าสัตว์ ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ เนื้อน้อย กระดูกมาก พ่อค้าเนื้อขาดทุน ดังนั้นเพื่อไม่ให้ขาดทุนต้องซื้อตามราคาเนื้อ ไม่ใช่ราคาหู และนายจี๊ด เองจะต้องสมมุติตัวเองว่าเป็นพ่อค้าขายเนื้อด้วยเช่นกัน ลองคิดดูนะครับว่า ตั้งแต่เกิดมา ราคาเนื้อเขียงเคยลงหรือไม่ ผมเห็นแต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลตามที่กล่าว ไม่เหมือนหมู เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เพราะวัวออกลูกปีละตัว เลี้ยง 2 - 3 ปี จึงจะได้ขาย ส่วนหมู ออกลูกครั้งละเป็นสิบ เลี้ยง 4 เดือนก็ได้ขาย ปีนึงให้ลูก 2 - 3 ครอก ท่านก็คงเคยซื้อหมู 3 โล 100 ก็ยังมี ตอนนี้โลละ 120 บาท เดี๋ยวก็ลงครับ เพราะคนแห่ไปเลี้ยงหมู ถึงปีหน้าก็ล้นตลาด เกษตรกรรายย่อยขาดทุนเลิกกิจการ รายใหญ่ยังอยู่ปีถัดไปหมูแพงอีก
กรมปศุสัตว์ส่งเสริมโคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน ซึ่งให้เนื้อมากกว่า แถมน้ำเชื้อก็ให้ฟรีอีกต่างหาก ไม่ต้องจ่ายเงินค่าน้ำเชื้อหลอดละ เป็นพัน
ผมอยากกราบเรียนให้ท่านลองพาเกษตรกรไปเยี่ยมชมฟาร์มของนายนริศ คำธิศรี อยู่ที่อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ แกเลี้ยงวัวด้วยวิธีของแก ซึ่งต้องฉีกตำราบางตำราทิ้ง แถมเป็นสาชิกของสหกรณ์โพนยางคำด้วย สามารถขายเนื้อได้ในราคา ก.ก.ละ 50 - 55 บาท ขายได้เดือนละประมาณ 100,000 บาท
วันนี้หนูมาเล่เน็ต
ลุงให้มาดูราคา วัวลุงก้อขายไม่ได้ รับภาระทั้งเจ้าของทั้งคนเลี้ยง เดือดร้อนกันหมด
จะขายก้อขาดทุนเกือบล้าน
ขอร้องนะค่ะ ใครมีแนวตลาดหรือข้อมูลราคาวัวดีดี บอกหนูหน่อยนะ
ตอนนี้บ้านหนู จนมากแย่กันแล้ว
ยากครับเศรษฐกิจพังทั้งโลก
อีก10ปีคนจะโหยหา อดีตนายกรัฐมนตรีครับ
นโยบายโคล้านตัว ไม่รู้หรือว่ามีมากมันก็ราคาถูก