การเรียนรู้มีอยู่ทั่วระแหงก็ว่าได้ ลูกลูก ต้องเรียนรู้อีกมาก จะรู้เรื่องอื่นๆได้ดี ลูกก็ต้องรู้ตนเองก่อน บ่นลูกแล้วมองตนเอง

เมื่อคืนนี้  ครอบครัวของเราไม่ได้ไปเวียนเทียนที่วัด  แต่ได้ฟังธรรมที่บ้าน 

ผู้เทศนาธรรมก็คือ  .....ผู้เขียน  ครูอ้อย 

ครูอ้อยได้ไปเวียนเทียนกับนักเรียนแล้ว...ไปเวียนเทียนที่วัดกันบ้างไหม   ทำจิตใจให้ผ่องใส  และมาอยู่เวรประจำวันหยุดที่โรงเรียนในวันพระ  มีโอกาสทำดีในวันพระด้วยการ..ทำดี 

ทำดีนั้นก็คือ...บ่นลูกแล้วมองตนเอง   ที่ว่าบ่นลูก  เพราะน้องขวัญ.....ลูกสาวคนเล็กสุด  เรียนจบชั้น ม.3  และต้องสอบไปเข้าเรียนต่อในระดับ ม.4 โรงเรียนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง  ตามคำขอร้องของผู้เป็นแม่..ก็คือ  ครูอ้อย 

เนื่องจาก...เอ้อ..ต้องการให้ลูกได้พบ ได้เรียน ได้มีประสบการณ์  ที่ดีขึ้น  ดีกว่า 

จากการที่น้องขวัญ  เอาตารางการเรียนพิเศษ  และแจ้งการเล่าเรียนให้แม่ทราบ 

ครูอ้อย  ไม่ได้ห่วง หรือ  หวง  ที่จะให้ลูกไปเรียนพิเศษ  ที่เรียกว่า กวดวิชา  แต่น้อยเลย   แต่ใจจริงของครูอ้อย  ไม่ได้ต้องการให้ลูก  ไปคิดหวังพึ่งพาการไปเรียนกวดวิชา 

เพราะ..ไม่เห็นด้วยกับการเรียนพิเศษ หรือกวดวิชามาตั้งแต่ไหนแต่ไร    ในจุดนี้...ลูกตั้งใจเรียน  เพียรพยายามหรือยัง....นี่เป็นจุดเริ่มของการบ่น...ไม่กล้าใช้คำว่า...เทศนา 

การอ่านหนังสือของลูก  มีจุดมุ่งหวัง  เตรียมการ  ดูเวลา นานเท่าไร กว่าจะถึงวันสอบ  ลูกได้อ่าน คร่ำเคร่งกับการอ่าน ทบทวนการเรียน  ตั้งแต่ชั้น ม.1- ม.3  .....หรือยัง  

การสอบคัดเลือก  ข้อสอบต้องออกความรู้  ตั้งแต่ชั้น ม.1 และเลยไปชั้น ม.ปลาย  แน่นอน 

ลูกมีความพร้อม...ตัดเพื่อน  ตัดการเที่ยวเล่น  แชท  โทรศัพท์  ทีวี  ..แล้วหรือยัง   ตัวกิเลส ที่จะนำพาลูกไม่ให้อ่านหนังสือนั้น  ลูกเดินหนี หันหน้าหนีหรือยัง...

บ่นไป  มองไป  ดูพฤติกรรมลูก  ว่า  หาหนังสือ  ในกล่องที่เก็บไว้ออกมา  ชีทข้อสอบเก่าเอาออกมาวางที่โต๊ะ  นั่งอ่านแบบกึ่งนอน  ..

สักครู่  การบ่นก็จบลง 

แต่เสียงบ่นนั้นกลับเข้ามาอยู่ในจิตของครูอ้อยเอง...ดูตัวเองล่ะ  ทิ้งเรื่องอื่นๆ  แล้ว หันหน้ามาเรียน..อย่างเดียวหรือยัง...ทิ้งทุกอย่าง  ได้ไหม  แล้วเรียนอย่างเดียว...

เฮ้อ...บ่นลูก....มองตัวเอง