๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ช่ื่อบันทึกไม่ผิดครับ และผมก็ไม่ได้เขียนถึง อ.ธวัชชัย ที่กำลังช่วย อาจารย์จัน เลี้ยง น้องต้นไม้ อยู่ตอนนี้ด้วยนะครับ

ความที่เจ้าโซดาเป็นแผลต้องกินยาปฏิชีวนะและงดให้นมลูก ทำให้ผมต้องรับบทป้อนนมให้เจ้าตัวน้อยท้งสี่ ๒ รอบ คือ รอบดึกกับรอบเช้า จากจำนวนหลายมื้อของพวกมันทั้งวัน ทำให้ผมถูกหลานแซวว่าเป็น พ่อหมา และ มีอาการแปลกๆ ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • เลิกงานแล้วรีบร้อนกลับบ้าน จนลืมกระเป๋า โทรศํพท์ ไว้ที่ทำงาน
  • ไม่เดินทางไปไหน อยู่ติดบ้าน
  • ย่องลงมาชั้นล่างกลางดึก ได้แอบดูสักนิดก็ยังดี
  • นอนหลับไม่่ค่อยสนิท ต้องคอยเงี่ยหูฟังเสียงหงิงๆ
  • อยากให้ถึงเวลาให้นมไวๆ เพราะจะได้อุ้มพวกมันซะที

การให้นม
ตอนแรกผมใช้หลอดฉีดยาขนาด ๑ ซีซี ที่ทางร้านหมอแนะนำ และให้มา พร้อมนมแพะกระป๋องที่ผมซื้อมาตอนพาเจ้าโซดาไปทำแผลฉีดยา แต่เวลาให้นมพวกมันทีไร ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่มันทุรนทุรายเอามากๆ ดิ้นหนีมากกว่าดิ้นหา และสามารถให้ได้คราวละไม่เกิน ๕ ซีซี ดูมันทรมานมากกว่ามีความสุขที่ได้กินนม

ต่อมาผมเปลี่ยนเป็นใช้ถ้วยกาแฟพลาสติกที่การบินไทยใช้ เทนมใส่ก้นถ้วยแล้วให้พวกมันก้มหัวมุดลงไปเลียเอาเอง ปรากฏว่าพวกมันกินนมได้มากขึ้น เร็วขึ้น แต่หน้าตาเลอะเทอะเปรอะไปหมด

แม่บ้านของผมลองใช้ถุงพลาสติกใส่นมให้มันดูด ปรากฏว่ามันดูดกันดังสนั่น จึงคิดไปซื้อขวดนมเด็กมาใช้แทน

ตอนนี้เราใช้ขวดนมขนาด ๕๐ ​ซีซี ป้อนให้พวกมันทีละตัว วันละสี่ครั้ง แต่ละตัวดูดนมกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา และกินได้ถึงครั้งละเกือบ ๑๐๐ ซีซี เล่นเอาผมต้องซ์ื้อนมแพะกระป๋องมาให้พวกมันแทบไม่ทัน

แต่พอหลังจากเจ้าสี่ตัวฟาดนมแพะกระป๋องไปวันอาทิตย์วันเดียว ๔ กระป๋อง ผมก็เริ่มหน้าซีดเผือด เปลี่ยนไปซื้อนมยูเฮชทีชนิดจืดมาให้มันกินแทน ..ฮา

ผมคงไม่สามารถเปรียบตัวเองกับคุณพ่อคุณแม่ลูกอ่อนตัวจริงอย่างอาจารย์ธวัชชัยแและอาจารย์จัน แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ ก็ทำให้ผมได้สัมผัสเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกที่ดีๆ ที่น่าจดจำครับ

บนทึกนี้ เพื่อคารวะ คุณพ่อลูกอ่อน ทุกคนครับ คู่กับบันทึกนี้