ผมเคยเป็นเด็กแว้นมาแล้ว อิอิ..จิงจิ๊ง....
เด็กแว้นสมัยนี้ไม่ได้ครึ่งผมร็อก อิอิ..จิงจิ๊ง..
ปี 2518 นั้นผมเข้าทำงานพัฒนาชนบทที่ อ.สะเมิงเชียงใหม่กับมูลนิธิ ฟริดริช เนามัน ในสังกัดสำนักงานเกษตรภาคเหนือ ซึ่งมี ดร.ครุย บุญยสิงห์ เป็นผู้อำนวยการ อาคารสำนักงานที่ตั้งใหม่ๆสมัยนั้นกลางคืนไม่ค่อยมีใครกล้าขึ้นไปหรอกครับ เพราะต้องผ่านสุสานตระกูลนิมมานเหมินทร์ แต่ปัจจุบันนี้คนแห่กันขึ้นไปนั่งกินอาหารมื้อเย็นที่ร้านกาแลเพื่อเอาบรรยากาศมองดูเชียงใหม่ยามค่ำกัน ที่นั่งเต็มทุกคืน

เราไม่ได้นั่งที่นี่ประจำหรอกครับ แต่ 1-2 เดือนจะออกมาประชุมกันที่นี่ ส่วนใหญ่ก็ประชุมในพื้นที่ มูลนิธิใจป้ำซื้อมอเตอร์ไซด์ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนคนละคัน เมื่อทำงานครบ 3 ปี เอารถไปเล้ย.. ดังนั้น มร.เคล้าส์ เบทเทนเฮาเซน ผู้แทนมูลนิธิบอกว่า “คุณต้องดูแลมอเตอร์ไซด์เหมือนเทคแคร์ผู้หญิง” อิอิ เท่านั้นเองแหละ เราก็ไปที่ศูนย์ขายรถมอเตอร์ไซด์แล้วขอให้ช่างสอนวิธีการซ่อมและดูแลรักษา มอเตอร์ไซด์เบื้องต้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในพื้นที่ที่ลำบาก
อำเภอสะเมิงนั้นเป็นชนบทชั้นสาม ความจริงอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ยากลำบากเพราะต้องขึ้นภูเขาด้วยเส้นทางที่เป็นถนนลูกรัง มีฝุ่นกับโคลน คือฝุ่นในฤดูแล้ง และโคลนในฤดูฝน และเป็นดินเหนียวจึงมีความลื่นมาก มีอันตรายเมื่อถนนเป็นทางลาดชัน เกิดอุบัติเหตุทุกปีและมีการเสียชีวิต
ทุกวันเราจะขับมอเตอร์ไซด์ไปตามหมู่บ้านต่างๆทั้งอำเภอ พบปะเกษตรกร ประชุม พูดคุย บางทีก็กลับมาดึกดื่นเพราะกลางวันชาวบ้านทำไร่ทำนาก็อาศัยช่วงกลางคืนประชุมกัน และหลายครั้งก็คุยกันเพลินถึงตีหนึ่งตีสองก็ขับมอเตอร์ไซด์กลับที่พัก และบ่อยครั้งก็นอนที่บ้านชาวบ้านนั้นเลย เราเฉลี่ยวันหนึ่งเราขับมอเตอร์ไซด์ 60-80 กม.

ปีหนึ่งท่านนายอำเภอจัดงานประจำปีและให้มีการแข่งมอเตอร์ไซด์วิบาก เป็นระยะทาง 80 กม. มีมอเตอร์ไซด์เข้าแข่ง มากกว่า 20 คันในจำนวนนี้มีมืออาชีพประมาณ 5 คัน แน่นอนผมในฐานะเจ้าถิ่นลงแข่งด้วย อิอิ ปรากฏว่าผมชนะครับรับถ้วยรางวัลและเงินสด 3,000 บาท เสร็จแล้วเอาเงินไปเลี้ยงเพื่อนและชาวบ้านหมดไป 4,000 บาท อิอิ สม...
ทุกวันหยุดเราจะถอดฝาสูบออกมาขัดรอยขะเม่า ทำความสะอาดแหวนลูกสูบ ถอดเอาโซ่มาต้มอุ่นๆกับน้ำมันเกียร์ เพื่อให้น้ำมันแทรกไปในข้อโซ่ ซึ่งเป็นการยืดอายุการใช้งาน มอเตอร์ไซด์เราต้องบรรทุกหนัก บางทีเราก็รับชาวบ้านซ้อนท้ายไป 2 คน แอ่นไปเลยครับ ขึ้นภูเขาด้วย บางทีเราก็ช่วยชาวบ้านขนหมู ขนไม้ การรับน้ำหนักของมอเตอร์ไซด์จึงต้องดัดแปลงเป็นพิเศษ เพื่อกิจกรรมที่เราคาดไม่ถึง ดังนั้นการดัดแปลงเราใช้ลวดมารัดตรงซี่รถล้อหลังที่ไขว้กัน มัดให้แน่นจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งการบรรทุกได้ ระบบความปลอดภัยนั้น แน่นอนที่สุดหัวหน้างานเป็นชาวต่างประเทศจึงบังคับให้สวมหมวกกันน็อค ใส่ถุงมือ ใส่รองเท้าหุ้มหน้าแข้ง ก่อนใช้รถต้องสำรวจความพร้อมเรื่องไฟ เรื่องน้ำมันเครื่อง ฯลฯ
เส้นทางในพื้นที่เป็นไหล่เขาเลี้ยวไปเลี้ยวมา ด้านหนึ่งเป็นภูเขาสูง อีกด้านหนึ่งก็เป็นหุบเหว อิอิ หากขับรถโดยประมาทละก็ โน่น ก้นเหว...ซึ่งเราไม่เคยเกิดขึ้นครับ

สภาพพื้นที่สองข้างทางในอำเภอสะเมิงนั้นก็คล้ายๆภาคเหนือทั่วไปที่มีต้นสนขึ้นโดยทั่วไป ท้องถิ่นเรียกสนเกี๊ยะ ที่ชาวบ้านจะไปขุดตรงโคนเพื่อรองเอาน้ำมันสนไปขาย และนี่คือสาเหตุการทำลายทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เพราะต้นสนเมื่อโดนขุดโคนต้นก็จะทำให้เป็นจุดอ่อน ไม่มีความแข็งแรง เมื่อฤดูฝนมาถึงต้นสนจำนวนไม่น้อยล้ม โค่นลงเพราะแรงลม และหลายครั้งโค่นลงมาปิดถนนที่เราใช้สัญจรไปมา หมดสิทธิ์ใช้ถนน ดังนั้นรถปิคอัพที่วิ่งในสะเมิงจะต้องมี มีด เลื่อยติดรถทุกคันเอาไว้แก้ปัญหา อันนี้ไม่เท่าไหร่ครับช่วยกันได้ แต่ขณะขับรถแล้วเกิดพายุฝนมานี่ซิ กลัวโดนแจ๊คพอท ซึ่งก็เคยมีจริงๆที่ต้นสนโค่นลงมาทับรถที่วิ่งบนถนนนั้น จะเหลือหรือ..
เรื่องรถล้มไม่ต้องถาม เรานับกันว่าแต่ละปีใครทำสถิติมากที่สุด รถที่เราทนุถนอมอย่างสาวสวยนั้น พังหมดเพราะรถล้มนี่เองโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนนี่แหละครับ
ผมเองเคยซิ่งมอเตอร์ไซด์สุดชีวิตสองครั้งครับ ครั้งหนึ่งลูกชาวบ้านอายุสัก 5 ขวบ เกิดกินน้ำมันก๊าดเข้าไปในท้องโดยไม่รู้ กำลังทุรนทุลาย ผมต้องซิ่งสุดชีวิตเอาเขาส่งสถานีอนามัยที่อำเภอ ปรากฏรอดครับ เพราะล้างท้องทัน แต่น้องน้อยคนนั้นเข็ดไปจนตายเลย
อีกครั้งหนึ่งเราขึ้นไปเยี่ยมพื้นที่ชาวเขาเผ่าลีซอด้านติดกับเส้นทางไปอำเภอปาย ถนนไปหาน้องเอก น้องหมอสุพัฒน์ น้องกาแฟ นั่นแหละ แถวนั้นเราเรียกป่าเมี่ยง เพื่อนรักเกิดโดยตัวต่อป่าต่อยเอาตรงคอครับ เพียงไม่กี่นาทีเพื่อนเขาหายใจไม่ออก แค่นั้นเองครับ เขาทิ้งมอเตอร์ไซด์แล้วมาซ้อนท้ายผม ผมก็ซิ่งสุดชีวิตอีกเช่นกันไปอนามัยอำเภอ เป็นการขับมอเตอร์ไซด์ที่เร็วที่สุดในชีวิต ผมว่าเร็วกว่าตอนลงแข่งอีกครับ คุณอนามัยบอกว่า อีก 10 นาทีเขาแย่แน่เลย(ระยะทางเป็นสิบกิโลบนเขา) เพราะพิษตัวต่อป่าทำให้เขาเกิดหลอดลมบวมด้านใน ทำให้ตีบหายใจไม่ออก
โชคดี เขาทำบุญไว้มาก ที่สถานีอนามันมียาฉีดขยายหลอดลม ไม่เช่นนั้น เพื่อนรักคงไม่ได้มานั่งเป็นเศรษฐีส่งออกหัวไม้ดอกไปเมืองนอกคนนั้นหรอกครับ
เฒ่าแว้น...อย่างผมก็มีประโยชน์นะครับ ช่วยชีวิตคนได้ถึงสองคน ..ยิ้ม ยิ้ม..
สวัสดีค่ะ พี่บางทราย
นึกภาพตามได้เลยค่ะ…สนุกดี แถมยังนึกถึงด้านหลัง มช ก่อนจะมีโครงการเกษตรมาทำอ่างเก็บน้ำ ตรงนั้นจะเป็นลำธารเล็กๆ ใสๆและมีทางลัดเดินขึ้นหาของป่าดอยสุเทพด้วยค่ะ…เป็นถนนลูกรังเดินๆไปบางทีก็เจอช้างผ่านมาเนิบๆเป็นโขลง …. เมื่อก่อนเพื่อนเกษตรคนหนึ่งจบแล้วไปทำงานที่ขุนช่างเคี่ยนสภาพก็พอๆกับสะเมิงต้องใช้รถเหมือนที่พี่ใช้ ดูแล้วก็เท่ห์มากและรู้เลยว่าทำงานบนดอยเพราะคนในเมืองยุคนั้นไม่ใช้รถแบบนั้น
รูปที่พี่นำมาประกอบยังแจ่มชัดมากเลยนะคะ เก็บรูปไว้ดีจังเลยค่ะ
สวัสดีค่ะท่านพี่
ปี ๒๕๑๘ ผมยังนอนเปลยังพูดภาษาคนไม่เป็นครับ ...อิอิ ตัวคงแดงๆอยู่นะครับ
นึกภาพตามแล้วมีความสุขดีนะครับ พี่บางทรายคงเท่ห์มากครับ สมัยก่อนท่านไหนได้ขับเอนดูโร่คงเท่ห์มากๆ สาวๆคงกรี๊ดกันนะครับ
ไอ่หนุ่มในเมืองขับมอเตอร์ไซต์ ส่วนอ้ายเป็นหนุ่มบ้านเฮา ขี่รถถับขี้เมี้ยงเก่า น้องจะสนใจอ้ายผ่องก่อ
จะหื้อเหมือนฮอนด้า หรือยามาฮ่ามันได้จะได
ปี 2518 คุณเอกยังเป็นตัวแดงๆ แต่ต้อมสิ เป็นลอยล่องอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้เลย อิอิ (( แซ๊ววววววว แซว ))
ต้อมไม่รู้นะค่ะ ว่าเด็กแว้นที่เขาพูดถึงกันนี่เท่ห์ยังไง.. แต่ต้อมว่า คุณบางทรายเท่ห์จังค่ะ
เออ รถมอเตอร์ไซค์ค้นนี้ เขาเรียก "เอนเตอร์โร่" หรือเปล่าคะ?
อ่านที่พี่เล่าแล้วนึกเห็นภาพเลยนะครับ ผมใจไม่ถึง เพราะแค่ ๑๐ ขวบถีบจักรยานก็โดนรถจักรยานยนต์บีเอ็มดับบลิว ชนลอยไป ๗ เมตร ขยาดแมงกะไซค์ไปเลย แต่พอเป็นวัยรุ่นนั่งซ้อนท้ายเพื่อนไปเที่ยวเขารัง ขากลับมันดันสนุกดับเครื่องแข่งกันลงเขา ดีว่าสมัยก่อนรถไม่ค่อยมี ถ้าเป็นสมัยนี้สงสัยไม่ได้มาเป็นอัยการ อิอิ
พี่บู๊ทขา
รูปแรกนี่ แนวตลิ่งอ่างเป็นร้าน กาแล แล้วใช่ป่าวคะ
และหนิงก็เห็นด้วยกับน้องต้อมค่ะ ว่า พี่บู๊ทเท่ห์มั่กๆมากกกก
สวัสดีน้อง
1. จันทรรัตน์
นึกภาพตามได้เลยค่ะ...สนุกดี แถมยังนึกถึงด้านหลัง มช ก่อนจะมีโครงการเกษตรมาทำอ่างเก็บน้ำ ตรงนั้นจะเป็นลำธารเล็กๆ ใสๆและมีทางลัดเดินขึ้นหาของป่าดอยสุเทพด้วยค่ะ...เป็นถนนลูกรังเดินๆไปบางทีก็เจอช้างผ่านมาเนิบๆเป็นโขลง
ใช่แล้วครับ นั่นแหละสำนักงานเกษตรภาคเหนือ เป็นทางผ่านที่เด็กมอ เดินขึ้นยอดดอยสุเทพกันหละ ปัจจุบันเขายุบสำนักงานเกษตรทุกภาค เปลี่ยนสถานะเป็นสำนักงานเกษตรสหกรณ์จังหวัด สำนักงานโครงการหลวง และ....
.... เมื่อก่อนเพื่อนเกษตรคนหนึ่งจบแล้วไปทำงานที่ขุนช่างเคี่ยนสภาพก็พอๆกับสะเมิงต้องใช้รถเหมือนที่พี่ใช้ ดูแล้วก็เท่ห์มากและรู้เลยว่าทำงานบนดอยเพราะคนในเมืองยุคนั้นไม่ใช้รถแบบนั้น รูปที่พี่นำมาประกอบยังแจ่มชัดมากเลยนะคะ เก็บรูปไว้ดีจังเลยค่ะ
ใช่ดอยขุนช่างเคี่ยนก็ลำบากเหมือนกัน จะมากกว่าสะเมิงด้วยซ้ำเพราะอยู่สูงกว่า สมัยนั้นวัยรุ่น แบบ..สนุกตามวัย และกินอุดมการณ์เพราะเราสนใจงานพัฒนาสังคม เพื่อนๆเข้าป่ากันหมด เหลือเราก็ทำงานพัฒนาชนบท แต่ก็ยังโดนจนได้ อิอิ
ครับรูปเก็บอย่างดีเลย งานอดิเรกคือถ่ายรูป หมดเงินไปกับล้างอัดรูปมากจริงๆ ก็มันชอบอ่ะ
น้องอ้อยครับ
2. ครูอ้อย แซ่เฮ
จุ๊ จุ๊..น้องอ้อย สาวๆวิ่งตามยังกะดารา สมัยนี้หรือ หุหุ บวมฉุเลย ยั้งไม่อยู่ เอ้า เลยตามเลย ฮ้า.....
สวัสดีน้องเอกครับ
3. จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ปี ๒๕๑๘ ผมยังนอนเปลยังพูดภาษาคนไม่เป็นครับ ...อิอิ ตัวคงแดงๆอยู่นะครับ
นึกภาพตามแล้วมีความสุขดีนะครับ พี่บางทรายคงเท่ห์มากครับ สมัยก่อนท่านไหนได้ขับเอนดูโร่คงเท่ห์มากๆ สาวๆคงกรี๊ดกันนะครับ
ไอ่หนุ่มในเมืองขับมอเตอร์ไซต์ ส่วนอ้ายเป็นหนุ่มบ้านเฮา ขี่รถถับขี้เมี้ยงเก่า น้องจะสนใจอ้ายผ่องก่อ
จะหื้อเหมือนฮอนด้า หรือยามาฮ่ามันได้จะได
อือ...ใช่แล้ว เอนดูโร สมัยนั้นเท่ห์ระเบิด จอดรถที่ไหน ชาวบ้านมาลูบๆคลำๆ ทั้งวัยรุ่น วัยเฒ่า ตอนนั้นใช้ ซูซูกิ แค่ 2 ปีพังเรียบ เพราะรอบมันจัด และเราใช้มาก ลูกสูบพังหมด ปีที่สามเปลี่ยนมาเป็น ฮอนด้า รุ่นพิเศษ trial มีแค่ 11 คันในเมืองไทย ยิ่งเท่ห์ระเบิดเลย 125 ซีซี ราคาสมัยนั้น สามหมื่นห้าพัน มีตะแกรงตรงเบาะหลัง ชาวบ้านเรียกรถพ่อค้าหมูน้อย อิอิ ใช้ดีมากเพราะรอบต่ำ ขึ้นเขา งี้....สุดยอด ทำงานครบสามปีเขาให้จริงๆ พี่ออกมาแล้วโครงการขอซื้อคืน..
สวัสดีครับน้องสาวต้อม
4. เนปาลี
ธุ คุณบางทรายค่ะ..
ปี 2518 คุณเอกยังเป็นตัวแดงๆ แต่ต้อมสิ เป็นลอยล่องอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้เลย อิอิ (( แซ๊ววววววว แซว ))
ต้อมไม่รู้นะค่ะ ว่าเด็กแว้นที่เขาพูดถึงกันนี่เท่ห์ยังไง.. แต่ต้อมว่า คุณบางทรายเท่ห์จังค่ะ
เด็กแว้น..ก็ซ่าไปตามวัยเมื่อพ้นวัยก็หยุดซ่า ดังนั้นในวัยนั้นหากมีลูกพี่ดีดีนะครับ เอาความซ่าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้มากมายเลยครับ หากเป็นในชนบทนั้น ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านก็ช่วยกันตักเตือนว่ากล่าว เพราะในชนบทนั้น ผู้ใหญ่ทุกคนสามารถจะว่ากล่าวลูกใครๆได้ และให้ความเคารพกัน แต่ในเมืองนี่ซิ การเคารพความอาวุโสนั้นหายาก เด็กซ่าจึงซ่าไม่หยุด.. เด็กแว้นจึงเป็นปัญหา พี่เอาศัพท์มาใช้เล่นๆแต่เราเอาความซ่ามาใช้ประโยชน์น่ะครับ อิอิ โอย..ชมผมเท่ห์รรึ..ขอบคุณครับ อิ
เออ รถมอเตอร์ไซค์ค้นนี้ เขาเรียก "เอนเตอร์โร่" หรือเปล่าคะ? ใช่ครับเขาเรียกเอนเตอรโร่ หรือเอนดูโร่นี่แหละ ใครมีสมัยนั้นก็ถือว่าเป็นที่หมายปองของวัยรุ่นเพราะราคาแพงและหุ่นเท่ห์ เป็นความฝันของวัยรุ่นทั้งสาวทั้งหนุ่ม อิอิ
ท่านอัยการครับ
5. อัยการชาวเกาะ
อ่านที่พี่เล่าแล้วนึกเห็นภาพเลยนะครับ ผมใจไม่ถึง เพราะแค่ ๑๐ ขวบถีบจักรยานก็โดนรถจักรยานยนต์บีเอ็มดับบลิว ชนลอยไป ๗ เมตร ขยาดแมงกะไซค์ไปเลย แต่พอเป็นวัยรุ่นนั่งซ้อนท้ายเพื่อนไปเที่ยวเขารัง ขากลับมันดันสนุกดับเครื่องแข่งกันลงเขา ดีว่าสมัยก่อนรถไม่ค่อยมี ถ้าเป็นสมัยนี้สงสัยไม่ได้มาเป็นอัยการ อิอิ
ผมยังติดใจคุณยายขึ้นเครื่องบินอยู่เลยครับ อิอิ..
โอย...โดนจักรยานยนต์บีเอ็มดับบลิวชน....!! คันเบ่อเริ่มนั่นนะ...โห รอดมาได้นี่เขาเรียกเด็กหัวแข็งแล้ว..อิอิ...
วัยรุ่นหากจับกลุ่มได้ และมีใครคนใดคนหนึ่งแผลงๆสักคนละก็ เป็นแก๊งค์ที่ซ่าตามยุค ตามสิ่งแวดล้อมครับ สมัยนั้นที่ผมอยู่บ้านก็มีแก็งค์เหมือนกัน แต่เป็นแก็งค์หนังสติก ยกโขยงไปยิงกะรอกหลังวัดกัน..นุ๊กอีแหล่ว..
น้องหนิงครับ
6. DSS "work with disability" ( หนิง )
รูปแรกนี่ แนวตลิ่งอ่างเป็นร้าน กาแล แล้วใช่ป่าวคะ
ใช่ครับน้องหนิง ร้านกาแลนั่นแหละ เดี๋ยวนี้พัฒนาเสียสวยงามมากเลยนะ
และหนิงก็เห็นด้วยกับน้องต้อมค่ะ ว่า พี่บู๊ทเท่ห์มั่กๆมากกกก
โอย น้องหนิง จุ๊.จุ๊.จนถึงปัจจุบันนี้พี่ยังหาบุคคลส่งของขวัญให้พี่ไม่พบเลยว่าเป็นสาวคนไหน เธอส่งของขวัญเป็นหนังสือของ เดล คาร์เนกี้ 1 เล่มใหญ่ไปให้ (ปี 20) พี่ตามหาตามที่อยู่ผู้ส่งไม่พบ เธอใส่กระดาษหอมๆไปด้วย ยังขอบคุณเธออยู่เลยครับ เป็นสาวนิรนาม อิอิ...
สวัสดีค่ะ อาจารย์บางทราย
สวัสดีครับน้องสาวกาแฟ
13. coffee mania
เท่ห์ดีนักรถเลยหายไป 1 คัน จอดเอาไว้หัวนอนน่ะแหละเอาโซ่ล่ามไว้ด้วย ตอนนั้นเช่าบ้านในเมืองกันที่หลังวัดสันติธรรม หายจ้อย...จนเดี๋ยวนี้ยังตามไม่เจอเลย..อิอิ ทางโครงการเลยซื้อให้อีกคันเพราะสอบสวนแล้วเราไม่ได้ประมาทแน่นอน อิอิ
ใช้เฉียดตาย มันเลยจำไปจนตายเห็นต่อ เห็นผึ้งที่ไหนไม่ยอมเข้าใกล้เลยครับน้องกาแฟ
รูปนี่อายุเข้าไปเท่าไหร่แล้วล่ะ แระมาณ 30 ปีน่ะครับ อิอิ ยังพอดูได้นะครับ
เป็นเรื่องเล่าที่ classic เยี่ยมยอดครับ
ผมว่าจะถามเรื่องนี้กับพี่แต่ยังไม่ได้ถาม ไม่คิดว่าเรื่องการขับวิบากแข่งของพี่บางทรายจะน่าจดจำขนาดเป็นตำนานขนาดนี้
เดี๋ยวผมคงต้องขอลิ้งค์ไปที่ Thailandbike.com
สวัสดีครับน้องสุมิตร
15. mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
เป็นเรื่องเล่าที่ classic เยี่ยมยอดครับ
ผมว่าจะถามเรื่องนี้กับพี่แต่ยังไม่ได้ถาม ไม่คิดว่าเรื่องการขับวิบากแข่งของพี่บางทรายจะน่าจดจำขนาดเป็นตำนานขนาดนี้
พี่ไม่ได้คิดจะแข่งวิบากหรอกครับ เพราะรถมีไว้ทำงาน แต่นายอำเภอท่านมาขอความร่วมมือให้ช่วยกันหน่อยจะได้ครึกครื้น หัวห้นางานก็อนุญาติ เราจึงลงแข่งตามประสงค์ดังกล่าว บังเอิญเราชนะครับ อิอิ เพราเราชินทางมาก ส่วนท่านอื่นๆโดยเฉพาะนักแข่งอาชีพนั้น เขาไม่ชินทาง แม้รถเขาจะ "แรง" แค่ไหนก็ขับเร็วมากไม่ได้ พลาดก็จะตกเขา อิอิ
เดี๋ยวผมคงต้องขอลิ้งค์ไปที่ Thailandbike.com
เชิญเลยครับน้องสุมิตร น้องก็ แควน รถมอเตอร์ไซด์ เคยเอามาลงพี่ยังอิจฉาเล็กๆ เพราะพี่เองก็ฝันอยากได้มอเตอร์ไซด์ใหญ่ๆซักคัน อิอิ ก็มันชอบ...แต่ เอาแค่ชอบไปก่อน...
สวัสดีค่ะ
- ตามมาดูแว้นเฒ่า
- อย่างนี้เรียกว่าแว้นตัวจริง
- น่าไปทำละครช่วงเย็น - กลางคืนนะคะ
- พระเอกก็หล่อค่ะ
-ผ่านโมเดลลิ่งค่ะ
สวัสดีครับ
17. นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
- ตามมาดูแว้นเฒ่า - อย่างนี้เรียกว่าแว้นตัวจริง - น่าไปทำละครช่วงเย็น - กลางคืนนะคะ - พระเอกก็หล่อค่ะ -ผ่านโมเดลลิ่งค่ะ
คุณครูครับ บังเอิญอาชีพเราต้องใช้มอเตอร์ไซด์ จึงคุ้นเคยและชินกับการขับขี่ และทางอำเภอขอร้องให้เข้าร่วมการแข่งขันน่ะครับ เลยเอาก็เอา
สมัยนั้นผอมครับ แต่ตอนนี้ดูไม่จืดเลย อิอิ ขอบคุณครับคุณครู (บ้านใกล้กันเน๊าะ)
โอ้โห..พี่บางทราย เท่ห์น่าดูค่ะ แต่จะเรียกเป็นเด็กแว้นที่ไม่ทำประโยชน์ สร้างแต่ความเสียหายเหมือนปัจจุบันไม่ได้เลยนะคะ ^ ^ แบบนี้แทบจะนำโครงเรื่องมาเขียนเป็นนิยายขายดีที่พระเอกขี่มอเตอร์ไซค์คู่กาย ช่วยคนโน้นคนนี้ได้เลยค่ะ ^ ^
ถ้าเด็กแว้นปัจจุบันรู้จักใช้รถของตัวเองที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์บ้างก็คงดีนะคะ