ห้องเรียนของคนหลายวัย
ในการไปชี้ชวนแม่ใหญ่มานอนศึกษาดูงาน หลายท่านอาจจะเป็นครั้งแรกที่ทิ้งบ้านเรือนมานานอย่างนี้ หลายคนห่วงใยหลานที่เลี้ยง หรือไม่ก็วัวควายเป็ดไก่ ตัดสินใจไม่เด็ดขาด ผมบอก..แม่ใหญ่ก็เอาหลานน้อยไปด้วยสิ แกแทบจะกระโดดไชโย! ดร.ศักดิ์พงศ์ ขอฝากเด็กเยาวชนกลุ่มที่จะจบออกจากโรงเรียนเร็วๆนี้มาด้วย ภาพรวมของกลุ่มอบรมจึงเป็นไปตามที่เม็กดำ1ตั้งชื่อว่า..ห้องเรียนของคนหลายวัย
อาบแดด บังเอิญว่าช่วงนี้อากาศเปลี่ยน เมื่อเช้านี้อุณหภูมิลดวูบ ผมเกรงว่าจะมีคนไม่สบาย อาจารย์หมูก็ยังมาไม่ถึงจึงได้แต่หวั่นใจอยู่เงียบๆ พอรุ่งสางแดดเรื่อเรือง..แม่ใหญ่หิ้วตะกร้าหมากชวนกันลงมาอาบแดด เห็นภาพนี้แล้วประทับใจ เกิดคำถามว่าเราจะจัดอบรมแบบไหนถึงจะมีความสุข เอ๊ะแบบที่เห็นนี่พอไหวไหมนะ ก็แหม..จะมีการอบรมที่ไหนแถมรายการอาบแดดให้ด้วย ..แม่ใหญ่ตั้งวงสนทนาภาษาดอกไม้ มีหลานน้อยวิ่งไล่กันอ้อมเอว ร่าเริงเรียบง่ายด้วยรอยยิ้ม
เดินชนความรู้ ช่วงบ่ายคณะวิทยากรนำลูกทีมไปชมสวนผัก สวนไผ่ชนิดต่างๆ เพื่อต่อเติมกระบวนการรู้แล้วรู้อีก กลุ่มนี้สนใจปลูกต้นไม้ พี่เลี้ยงก็จะแนะนำให้เห็นในสภาพจริง ว่าการปลูกไม้ระยะยาวไม้ติดแผ่นดินเป็นอย่างไร ปลูกไม้ใช้สอยเป็นไม้ระยะกลางอย่างไร ปลูกไม้ระยะสั้นเป็นอย่างไร ตรงจุดนี้นอกจากจะทำให้คิดได้แล้ว ยังไปแก้ขมวดปมในใจที่ว่า
· ปลูกต้นไม้แล้วมันเบียดเบียนพืชอื่น
· ปลูกต้นไม้ใช้ระยะเวลานาน รอไม่ไหว
· ปลูกต้นไม้แล้วจะเสียพื้นที่ทำกิน
· ปลูกต้นไม้แล้วจะกินอะไร
เรื่องดีๆแต่ทำไม่ได้ดี ประเทศเราพยายามรณรงค์ปลูกป่ากันมานาน ซึ่งก็มีหลายรูปแบบหลายลักษณะ บางโครงการทำลายพื้นที่ป่าไม้มากกว่าที่จะได้ต้นไม้ บางโครงการยืมมือกฎหมายฮุบป่า หรือเป็นโครงการที่เกิดจากนโยบายของรัฐ ดังที่ได้ข่าวเรื่องรัฐบาลจะเอาพื้นที่ลุ่มน้ำทั่วประเทศมาปลูกไม้ยูคาลิปตัส นี่ก็บ้ามหาวายป่วง คนไทยแย่ตรงไม่ศึกษาวิจัยให้รู้จริง หรือไม่สามารถคิดอะไรแบบโปร่งใส
ปลูกยูคาดีไหม เรื่องนี้ตัดสินไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่าคนปลูกมีความรู้เกี่ยวกับยูคาลิปตัสแค่ไหน ถ้าเรียนรู้รอบด้านจะแจ้งเจนจบก็ปลูกได้ เพราะคนรู้จริงจะคิดรอบครอบ ทำอะไรคำนึงถึงผลกระทบ ไม่ใช่จ้องแต่จะกอบแล้วโกยเหมือนหมาขี้เรื้อนจรจัด พวกความรู้งูๆปลานี่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เป็นพวกลิ่วล้อรอชงเรื่องประหลาดๆในช่วงเปลี่ยนรัฐบาล ระยะนี้จับตาดูให้ดี จะมีโครงการอภิมหาแกล้งเซ่อมาให้เราตามจ่ายค่าโง่อีกหลายกระบุงโกย
วิธีออกแบบการปลูกต้นไม้สำหรับเกษตรกรรายย่อย ขอออกตัวก่อนว่าที่เสนอนี้เป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว สำหรับชาวหนองบัวแปะไม่ต้องพูดกันมากเพราะใส่ใจอยู่แล้ว เพียงแต่เราควรจะออกแบบกิจกรรมให้สอดรับกับศักยภาพของชุมชน พวกมีเงินเดือนมีงบประมาณก็ปลูกอย่างหนึ่ง พวกหนี้เยอะยากจนก็ต้องปลูกอีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนกันนะจ๊ะต๋อย
1.ปลูกพืชผักระยะสั้น ผักล้มลุกตามฤดูกาล ผักพื้นบ้านยืนต้น เช่น มะรุม แค ชอม ตำลึง มะกอก มะนาว ขิง ข่า ตะไคร้ และไผ่ ฯลฯ
2.ปลูกพืชระยะกลาง ส่วนมากจะเป็นไม้ใช้สอย ไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้กระถินณรงค์ ไม้ก้ามปู ไม้ขี้เหล็ก มะม่วงหิมพานต์ สะเดา มะพร้าว ยางพารา ฯลฯ
3.ปลูกไม้ระยะยาว (ติดแผ่นดิน) ไม้ยางนา ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้สัก ฯลฯ
มีคนถามว่า กลุ่มไหนปลูกก่อนปลูกหลังอ้าว! ก็ปลูกพร้อมกันนั่นแหละ เตรียมพื้นที่ เตรียมพันธุ์ ออกแบบการจัดวางกลุ่มไม้ ชนิดไหนควรปลูกตรงไหนถึงจะสอดรับกัน เรื่องต้นไม้ไม่มีเหตุจะต้องรอซื้อตั๋วเหมือนไปขึ้นรถไฟ เตรียมให้พร้อมเมื่อไหร่ก็ปลูกเลย ผลที่ตามมาก็จะได้รับประโยชน์ตามชนิดและประเภทนิสัยไม้กลุ่มนั้นๆ ต้นไม้มันไม่หลอกใครหรอก ถึงเวลาก็ออกดอกออกผลตามวัย ไม่เห็นมีไม้ต้นไหนออกลูกเป็นซองมาม่าสักต้น! อิ อิ ..
เออ.. ทุกทีเห็นครูบาเชียร์ปลูกยูคาลิปตัส
ผมเกรงว่า พื้นที่ลุ่มน้ำที่เหลือทั่วประเทศ จะโดนพวกควายออกอุบายฮุบเอาที่สาธารณะนะสิ จึงนั่งยันนอนยันว่า ..เกษตรกรรายย่อยควรปลูกป่าแบบผสมผสาน โดยเฉพาะไม้ไผ่น่าสนใจมากๆเลย! จะได้ไม่เจ็บใจไปปลูกยูคาฯให้โรงงานกดคอรับซื้อ ไม้ไผ่นั้นชาวบ้านสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องไปง้อไปพึ่งพาใคร สามารถอธิบายได้ว่านี่คือกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นรูปธรรม
รักในหลวง ควงแขนกันไปรดน้ำให้กอไผ่
แต่งานใหม่ ปลูกไผ่ไว้หักแขนง ตีก้นพ่อบ้านขี้ดื้อ
ไผ่นี้ น่าสนไหมครับ
สวัสดีตอนเช้าค่ะ ครูบา
ต้นไม้มันไม่หลอกใครหรอก ถึงเวลาก็ออกดอกออกผลตามวัย ไม่เห็นมีไม้ต้นไหนออกลูกเป็นซองมาม่าสักต้น! อิ อิ ..
ชอบจังเลยค่ะ…..อ่านแล้วได้แฮงหลาย…..
ต้นทับทิมที่เอาเมล็ดพันธุ์สเปนมาลองเพาะกำลังโตค่ะ …ทนสำลักน้ำและอดน้ำได้ด้วย(แฮ่ๆ ช่วงก่อนก็ให้น้ำมากไป ช่วงนี้ก็ลืมให้น้ำ…จะรอดไหมเนี่ย)…มือใหม่หัดปลูกค่ะ
สวัสดีตอนเช้าค่ะ พ่อครูบา
อ. บัว
ทำจริงๆสนุกมาก ส่วนใหญ่คนไม่ชัดในใจ เลยทำให้ค่าศิวิไลวิถีเศรษฐกิจพอเพียงตกต่ำ เราต้องช่วยกันตอกย้ำด้วยการ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น ยิ้มโชว์ได้อย่าง อิอิ
พ่อขา
ปลูกไผ่ไว้กินหน่อไม้ดีกว่าเอาไว้ตีก้นเด้อ...กลัวๆๆๆ แต่เอ๊ะ..หนิงไม่ใช่คนขี้ดื้อนี่นา อิอิ
หลักสูตรนี้ เตรียมไว้เสนอในหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสันติสุข
ของสถาบันพระปกเกล้า จึงต้องการข้อเสนอแนะจากพวกเราทุกคน
ถ้ารักษาหน้า คนแซ่เฮ ไม่ได้ พวกเราจะยิ้มออกได้จะได
บ่แม้งานอบรมเล่นๆ
แต่พยายามจะสร้างทฤษฎีการพัฒนา สไตล์ทุ่งกุลาร้องไห้
ที่อาจารย์พูดถึงทฤษฎีผมถึงเข้าใจและเห็นด้วย
เพียงแต่เราไม่เรียนของคนอื่นอย่างเดียว แต่เรากำลังสร้างทฤษฎีด้วยมือด้วยใจของเราเอง
ก็บอกแล้วทุกคนมีความรู้ มีประสบการณ์ แต่ก็ยี่หยักยี่หย่อน ไม่ลุกจากเก้าอี้มาสักที
คนที่ลุกมาได้กอดกันสัมพนธไมตรี กอดสามามัคคี่โดยตรง ดีกว่ากอดทางบล็อก อิอิ ไม่เชื่อถามหมอสุธี ลุงเอก ลูกหว้า ราณี อ.หมู อ.สร้อย น้าอึ่งอ๊อบ เออ เจ้าหนิงด้วย ถูกนี้เจอหน้าผวากอดกันทั้งนั้น
เรียกว่า กอดแบบพอเพียง
สวัสดีค่ะ พ่อคะ
ยอดเยี่ยมมาก