เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสไปอบรมผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งมีโอกาสได้เรียนรู้หลักการเกี่ยวกับการบริหารงานด้านสาธารณสุขมากมาย จนถึงทุกวันนี้ยังเอามาใช้ไม่หมด พอๆกับความรู้ด้านการแพทย์ที่ร่ำเรียนมาจากคณะแพทยศิริราชพยาบาล ที่ใช้ในชีวิตการทำงานมาเกือบ 10 ปี ยังรู้สึกว่ายังใช้ไม่หมด จึงยังคงเป็นแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปอยู่จนถึงทุกวันนี้
ในการไปอบรมครั้งนั้นไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้เข้าอบรมที่อายุน้อยที่สุด เลยได้ใช้คำว่า...พี่..เรียกพี่ๆที่เข้าอบรมด้วยกันทุกวัน และเป็นครั้งแรกที่ได้ยินขื่อ...โรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือ เรียกย่อๆว่า รพ.วัดจันทร์ฯ ซึ่งท่านสาธารณสุขอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พูดขึ้นมา...หมอสนใจไปอยู่ รพ.วัดจันทร์ฯไม๊??? ประโยคนี้เองที่ทำให้คิดตั้งแต่นั้นมาว่า...อยากไปอยู่โรงพยาบาลเล็กๆ สงบๆ บนดอยสูงๆ อากาศดีๆ วิถีชีวิตชาวบ้านเรียบๆง่ายๆ ทำงานกับชาวบ้านแบบเป็นกันเอง ถึงแม้จะเป็นหมอผู้หญิง แต่หัวใจไม่หญิงซักเท่าไหร่ หรือเรียกว่า...ชายในร่างหญิง?? แต่ไม่ใช่ทอมนะ ...
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ความฝันก็เป็นจริง ได้มาอยู่ในโรงพยาบาลเล็กๆ(เปิดใหม่ล่าสุด) บนดอยสูงๆ อากาศดี๊ดี สงบๆ อากาศเย๊นเย็น หนาวสุดๆตอนนี้ (เช้านี้ 9 องศา ส่วนตอนดึกๆ 5 องศา) จากเมืองสู่ดอย จาก รพ. 60 เตียงสู่ 10 เตียง จากผู้ร่วมงาน 130 กว่าคนสู่ 30 กว่าคน เป็นอะไรที่รู้สึกว่า แปลกไปจากเดิมที่เคยอยู่ แต่ยอมรับว่า...มีความสุขในการทำงานมากขึ้นด้วย เพราะอะไรๆก็เล็กลง แต่รู้เลยว่างานไม่เล็กซะแล้ว เพราะเป็นหมอคนเดียวในโรงพยาบาล เลยได้มีโอกาสทำอะไรที่ไม่ค่อยได้ทำนอกเหนือจากงานหลักๆหลายอย่าง ร่วมด้วยช่วยกันกับเจ้าหน้าที่แต่ละงานที่แต่ละคนก็เสียสละ และตั้งใจมาทำงานที่นี่ร่วมกัน ทีวีก็ไม่ได้ดูมา 3 เดือนแล้ว หนังสือพิมพ์ก็ไม่ได้อ่าน แต่มีอินเตอร์เน็ต!!! ชีวิตสงบมาก หลังเลิกงานก็ชวนกันออกกำลังกาย ทำกับข้าวกินด้วยกันตอนเย็น ดูซีดีหนังด้วยกันตอนกลางคืน แยกย้ายกันพักผ่อนซุกใต้ผ้าห่มอย่างน้อย 3 ผืน แล้วก็ตื่นมาเจอกันตอนเช้าอีกที...
ดีใจที่ได้มีโอกาสมาดูแลชาวบ้านที่อยู่ในเขตรอยต่อจังหวัด และเรียกร้องขอโรงพยาบาลมานานนับ 10 ปี มาเริ่มงานได้ 3 เดือนเห็นความยากลำบากของชาวบ้านหลายอย่าง โรคที่เจอก็เป็นโรคที่ไม่ค่อยพบเห็นในชุมชนเมือง ซึ่งสะท้องให้เห็นความต้องการในการพัฒนาด้านสาธารณสุขหลายๆอย่าง ที่ตั้งใจไว้ว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่มีโอกาสมาทำงานในโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทุกๆวันเวลาเดินมาโรงพยาบาลก็จะเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รวมทั้งพระบรมราโชวาทที่เตือนสติในการทำงานตลอดเวลา...ในการปฏิบัติงานนั้นขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์เป็นทั้งรางวัลและประโยชน์อย่างประเสริฐ จะทำให้บ้านเมืองของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง...
สวัสดีค่ะคุณหมอ
น่าดีใจน่ะค่ะที่เรามีหมอที่ใจดี ช่วยเหลืออยู่ในดินแดนที่ห่างไกลเป็นกำลังใจน่ะค่ะ จะรออ่านประสบการณแลกเปลี่ยน คิดว่าต้องมีเรื่องสนุกแน่ๆ
ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจ...ตอนแรกที่มาอยู่อยากจะบอกว่าใช้ชีวิตเป็นหมออนามัยอยู่เดือนกว่า ทำงานที่อนามัย พักที่บ้านพักอนามัย อันเนื่องมาจาก...โรงพยาบาลยังสร้างไม่เสร็จ จริงๆก็ถึงกำหนดเสร็จแต่ไม่พร้อมที่จะเปิดบริการ เพราะมีเจ้าหน้าที่ คือ แพทย์ 1 คนเท่านั้นจริงๆ และแล้วอีก 2 วันต่อมามีน้องเจ้าพนักงานเภสัชกรรม และทันตภิบาลมาอยู่ด้วย เพิ่มเป็น 3 คน เลยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย ช่วยกันทำงานตรวจคนไข้ช่วง 8.00 - 16.00 น. แล้วก็ไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยพิการตอนเย็น ไม่น่าเชื่อ ผู้ป่วยพิการบ้านอยู่หน้าสถานีอนามัยนี่เอง...เป็นเด็กศีรษะโตผิดปกติ หรือเรียกว่า Hydrocephalus น้องเค้าเก่งมาก อายุ 9 ขวบ ถึงแม้จะนอนตลอดทั้งวัน แขนขาเกร็งเป็นพักๆ แต่คุยเก่งมากได้ทั้งภาษากะเหรี่ยง ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น พูดภาษาเหนือได้ด้วย โชคดีที่ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดใส่สายเพื่อระบายน้ำในสมองมาลงช่องท้องเพื่อลดความดันในกระโหลกศีรษะ จึงมีชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระราชินีฯ ที่รับเด็กคนนี้ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ปัญหาที่น้องเค้าเจอคือเค้าอยากจะดูโลกภายนอกรอบๆตัว แต่ไม่มีเก้าอี้นั่ง และควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ปัสสาวะอุจจาระราดตลอด
...ก็เลยคุยกันกับเจ้าหน้าที่อนามัยว่า น่าจะต้องหาเก้าอี้พับให้น้องเค้าซักตัว จะได้นอนปรับหัวสูงได้ แล้วก็ชวนกันซื้อผ้าอ้อมหรือแผ่นรองปัสสาวะให้น้องคนนี้ จะได้ไม่เปียกทั้งวัน โดยเฉพาะกลางคืน หนาวก็หนาว ถ้าเปียกปัสสาวะคงนอนไม่สบาย เลยช่วยเหลือตามที่คุยกันมาจนทุกวันนี้ ครอบครัวนี้ยากจนมาก แม่ต้องไปทำนา พ่อไปทำงานต่างจังหวัด ลูกคนโต อายุ 12 ปี ต้องดูแลน้องที่บ้าน ทาง อบต.ก็ให้ความช่วยเหลืออยู่โดยสนับสนุนค่าครองชีพทุกเดือน แต่ 5 ชีวิต แม่ ลูก 3 ยายอีก 1 คน ในบ้าน ลำพังเงิน 500 บาทต่อเดือนคงไม่พอใช้จ่าย แต่ดูๆแล้วเค้าก็อยู่กันมาได้โดยใช้ชีวิตแบบพอเพียง แต่ไม่เพียงพอ เพราะไม่มีรายได้มากมาย...นี่แหละค่ะทุกข์ชาวบ้านซึ่งมีหลายครอบครัวมาก...
สวัสดีค่ะคุณหมอ อยากไปทำงานที่นั่นมาก ๆ แต่ไม่รู้ทาง รพ. เค้ายังจะต้องการ เจ้าหน้าที่เพิ่มหรือไม่ ดิฉันชื่อผกาวรรณ ใจพยอม เป็นคนอำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ มีเพื่อนอยู่อำเภอแม่แจ่ม ไปเที่ยวบ้านเพือนทีไร ใจอาลัยหาอยากมาใช้ชีวิตแถวนี้ แต่ไม่รู้จะไปอยู่ยังไงไม่มีงาน ไปทำไร่ก็ไม่มีที่ จะซื้อก็ไม่มีตังค์ ดิฉันจบป.ตรี บริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎ เชียงใหม่เมื่อปี 46 ตอนนี้อายุ 31 ปีค่ะ คุณหมอสนใจหรือพอจะมีงานอะไรที่ดิฉันพอจะทำได้ ขอคุณหมออีเมลล์มาหาได้ตลอดเวลานะคะ ดิฉันจะรอค่ะ ^^
วันนี้ ผมไปสมัครงานมา ที่ สสจ.มา สมัครไปทำงานที่วัดจันทร์ อยากไปทำงานที่นั้นมาก เมื่อวานได้เห็นใบประกาศมาที่โรงพยาบาลอ่านดูสนใจ วันนี้ผมก็รีบไปสมัคร ผมเป็นคนลำพูน ผมทำงานอยู่โรงพยาบาลสันทรายได้ 4 ปี เป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ เห็นทางโรงพยาบาลวัดจันทร์เปิดรับสมัครผู้ช่วยเหลือคนไข้ แต่ผมยังไม่รู้เลยว่าโรงพยาบาลอยู่แถวไหน พี่ที่ สสจ. บอกแค่ไปทางอำเภอปาย ไม่รู้ว่าวันที่ 25 จะไปทันสอบไหม โทรไปถามบอกทางบ้าน ทางบ้านก็เป็นกำลังใจให้เป็นอย่างดี แม่บอกอยากทำงานที่นั้นก็ให้ตั้งใจสอบ
พอไปสมัครมา วันนี้เลยนอนไม่หลับเลย จริงๆแล้วตอนนี้ผมขึ้นเวรดึกครับ แต่อยากรู้เกี่ยวกับโรงพยาบาลวัดจันทร์ ถามพี่พยาบาลที่โรงพยาบาล พี่เขาบอกว่า แถวนั้นเป็นแต่ชาวเขา ไม่มีร้านค้า และก็หนาวมากๆๆ พี่พยาบาลก็ให้กำลังใจผมเป็นอย่างดี บอกว่าให้เอาความรู้ที่ได้เรียนมาและความรู้จากการทำงานไปสอบต้องสอบได้แน่ๆ แต่ผมก็ไม่หวังมากเพราะผมไม่ใช้คนในพื้นที่ คงยากที่เขาจะรับ หมอเป็นคนที่ไหนครับ ที่นั้นคนป่วยฉุกเฉินเยอะไหม (เหตุผลที่ผมมาทำงาน ผมเคยเป็นคนไม่เอาไหน เรียนที่ไหนก็ไม่จบ ประมาณ 6 ปีที่แล้วผมไปเรียนที่ กทม.แค่ไปอยู่กับเพื่อนขอเงินแม่ ด้วยที่ไม่ได้เรียนอะไรเลย อยู่ดีๆแม่ผมโดนรถชน น้าโทรไปบอก น้าโกหกว่าแม่ไม่เป็อะไรมาก แค่กระดูกซี่โครงหัก แต่ผมคิดว่าแม่ต้องเป็นหนักแน่เลย เพราะทุกครั้งถ้าแม่ไม่สบาย แม่จะไม่ยอมบอกผมกลัวว่าผมจะเป็นห่วง ผมเลยรีบกลับบ้าน ตอนขึ้นรถทัวมาลำพูน ผมนอนไม่หลับทั้งคืน กลัวแม่จะเป็นอะไรมาก พอมาถึงบ้าน น้าบอกว่าแม่อาจจะเสีย เพราะหมอให้นอน ICU ผมจึงรีบเข้าไปโรงพยาบาลที่แม่นอนอยู่ ภาพแรกที่ผมเห็น ทุกวันนี้ผมยังไม่เคยลืมมันเลย แม่บวมไปทั้งตัว จนผมจำแม่แทบไม่ได้ แต่คำแรกที่แม่บอกกับผม ว่าโทรศัพที่ลูกซื้อให้มันพังไปแล้ว (โทรศัพที่ผมซื้อให้แม่วันเกิด)พ่อบอกว่าตอนรถชนแม่เสียเลือดมากมือก็กำแต่โทรศัพและบอกพ่อว่าไม่ให้โทรไปบอกผม หมอที่ICU บอกผมว่าอาการแม่ 50/50ถ้าผ่านคืนนี้ไปคงรอด คืนนั้นทั้งคืนผมนอนไม่หลับเลยเฝ้ามองแต่หน้าแม่คิดในใจว่าอยากจะเก็บภาพแม่ไว้มากๆๆความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเรากำลังจะเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปร้องไห้ทั้งคืน กลัวแม่จะหลับไปแล้วไม่ตื่น แม่ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเดือนผมก็คอยดูแลโดนที่ไม่ให้ใครเฝ้า จนพยาบาลสงสาร
ยาวไปไหม ผมเลยตัดสินใจไปเรียนผู้ช่วยเหลือคนไข้
ขอบคุณทั้ง 2 ท่านมากๆเลยค่ะที่สนใจมาทำงานที่โรงพยาบาลวัดจันทร์ฯ ตอนนี้การรับสมัคร และสอบพนักงานราชการในตำแหน่งต่างๆ ก็เสร็จสิ้นไปแล้ว คงต้องรอดูผลการสอบกันอีกที ถ้าน้องกรกฎมาทันสอบก็ต้องลุ้นผลหน่อยนะคะ ถ้าได้จะดีใจมากที่ได้คนที่อยากมาทำงานด้วยกัน ถ้าพลาดไปก็ไม่เป็นไรค่ะ ยังสามารถทำงานที่เดิมต่อได้ ชื่นชมค่ะที่น้องมีความมุ่งมั่น และทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆ ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
สำหรับคุณผกาวรรณ ต้องขอขอบคุณมากค่ะที่สนใจมาทำงานด้วยกัน ตอนนี้ตำแน่งที่โรงพยาบาลต้องการคือ นักวิชาการแพทย์แผนไทยค่ะ เพราะ รพ.มีแผนจะเปิดบริการงานแพทย์ทางเลือกเร็วๆนี้ ถ้ายังไงมีงานที่เข้าได้กับคุณสมบัติของคุณผกาวรรณจะรีบว่งข่าวมาบอกนะคะ แต่คงต้องให้ข้อมูลอย่างหนึ่งคือ โรงพยาบาลวัดจันทร์ ฯ อยู่ติดกับอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน และต้องเดินทางออกจากเชียงใหม่ มาตามถนนสายแม่ริม แม่ม่ลัย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทาง แม่มาลัย - อำเภอปาย มาตามถนนสาย 1965 ประมาณอีก 13 กม.ก่อนถึงตัวอำเภอปาย จะมีป้ายเลี้ยวซ้ายขึ้นหมู่บ้านวัดจันทร์ ต้องเลี้ยวซ้ายขึ้นเขามาอีก 50 กกม.ก็จะถึงโรงพยาบาลค่ะ ถ้าไปทาง อ.แม่แจ่ม อาจจะหา รพ.ไม่เจอนะคะ...
ขอบคุณครับ ทันไปสอบแต่คงไม่มีหวังสักเท่าไหร่ครับคุณหมอ แต่ผมก็ดีใจที่ได้ไปสอบ ได้ไปเห็น โรงพยาบาลที่อยากไปทำ แค่นี้ก็พอ .......ถึงมันจะไกลแต่น่าอยู่มากครับ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ไปวัดจันทร์
ดีใจที่ทำ ถึงมันจะไม่ได้ แต่ผมก็ได้ทำ ยังดีกว่าอยากไปแต่กลับไม่ไปสอบ ถ้าไม่ได้ ผมก็ไม่เสียใจเพราะผมทำดีที่สุดแล้ว (วันหลังคุณเอาเรื่องของโรงพยาบาลมาเล่าอีกนะครับ จะคอยอ่านและเป็นกำลังใจให้นะครับ ถ้าทางวัดจันทร์มีสอบผมก็จะไปสอบอีก)..... From.คำรุ่ง
วันหลังคุณหมอเอาเรื่อง ร.พ.มาเล่าอีกนะครับ
ข้อความที่ 10 ตกคำว่า คุณหมอ มันอาจจะดู ไม่คอยสุภาพ ขอโทษนะครับ พิมแล้ว ไม่ได้อ่านซ้ำ
โรงพยาบาลวัดจันทร์
ตอนแรกที่เริ่มไปหาที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลวัดจันทร์ กว่าจะได้มาช่างยากเย็นแสนเข็น พอได้มาไม่มีมีงบประมาณอีก ต้องใช้หลากหลายสารพัดวิชา กว่าจะได้งบประมาณก้อนแรกจากบริษัทเครือสหพัฒน์ ฯ (มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา) มา 15 ล้านบาท มาเป็นต้นทุนในการก่อสร้าง ปรากฏว่า ยังถูกเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขเชียงใหม่หลายคน ต่อต้านอีก ว่า ไม่ใช่อำเภอจะสร้างโรงพยาบาลอำเภอไม่ได้ ก็ต้องใช้วิชามารกราบเรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์มงคล ณ สงขลา ขึ้นไปเยี่ยมแบบไม่เป็นทางการ และได้เพื่อน ๆ น้อง ๆ จากสาธารณสุขหลายคน ช่วยกันวางแผนกันคนที่ต่อต้านไม่ให้เข้าพบรัฐมนตรี (กลัวท่านจะไม่เห็นด้วย) เพื่อให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน จนท่านเกิดความสงสารชาวบ้าน ให้เร่ิงดำเนินการก่อสร้าง จนเปิดให้บริการภายในปีเดียว และเป็นความโชคดีของพี่น้องวัดจันทร์ ที่ได้ ผอ.คนเก่งมาอยู่ที่นี่ ทนเหนื่อย ทนเหงา ทนสารพัด ทำงานหนักเพื่อพี่น้องวัดจันทร์
เห็นข้อความหลายท่านอยากไปทำงานที่ วัดจันทร์ เราขอบอกว่า ท่านคิดถูกแล้ว เพราะที่นั่นยังมีอะไรอีกมากมายที่ท้าทายความสามารถของท่าน และมีสิ่งดี ๆ รอท่านอยู่
เราชาวบ้านวัดจันทร์ ขอกล่าวคำว่า " สะ คือ ตู่ โละ " สำหรับท่านที่คิดจะทำงานที่นี่ นะ
ต่า บรึอ
เพิ่มเติม ตอนนี้ ทาง รพ.วัดจันทร์กำลังจะเปิดร้าน 108 shop แล้วนะ จะมีของใช้ทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับชีวิต ไม่ต้องกลัวว่าจะอดแล้ว
คนที่ดี คิดดี ทำดี เพื่อสังคมจะดีขึ้น ขอผลบุญแห่งกรรมดี จงคิดและทำสิ่งดี ๆ ค่ะ
สวัสดีครับ
คุณหมอ ปลายฟ้า
ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นและน่าสนใจเป็นอย่างมาก
และที่สำคัญ โรงพยาบาลนี้สนับสนุนการแพทย์แผนไทยด้วย และได้ฟังจาก หมอฟันท่านหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้)เป็นหมอที่ทำงานที่ร.พ วัดจันทร์
ว่าที่ร.พนี้มีการแพทย์แผนไทย และผมเองก็กำลังเรียนแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ศิริราช ม.มหิดล เกิดความสนใจอยากมาทำงานที่นี่มาก เพราะอยากเรียนหมอช่วยเหลือชาวบ้านโดยเฉพาะบนดอย แต่คะแนนแอดมิดชั่นไม่ถึงหมอ เลยเลือกแพทย์แผนไทย เพราะคิดว่าสามารถช่วยเหลือชาวบ้านจนๆได้อย่างเหมาะสม ตอนนี้เรียนอยู่ปีสาม เหลืออีกหนึ่งปีครับ เฝ้ารอว่าจะได้ไปทำงานที่วัดจันทร์หรือไม่ เหอๆๆ คุณลุงบุญธันว์ บอกว่าให้เลือกอยู่สองที่ คือแม่แจ่ม กะ วัดจันทร์
ยังไงคุณหมอช่วยเล่าให้ฟังได้มั้ยครับว่า งานการแพทย์แผนไทยของที่โรงพยาบาลเขามีไรมั่ง ทำไรมั่ง น่าสนใจมากน้อยเพียงไหน แล้วชาวบ้านให้การตอบรับกับศาสตร์นี้มากน้อยเพียงไหน และสวนสมุนไพรของที่นั่นเป็นอย่างไร เพราะฟังจากหมอฟันท่านนั้นเล่าให้ฟังแล้ว น่าตื่นเต้น น่าสนใจมากๆ
ไงก้อรบกวนคุณหมอหน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ
ดิฉันเรียนจบพยาบาลมาค่ะ และทำงานมาได้ สองปีแล้ว ดิฉันอยากไปทำงานที่นั้นมากค่ะ แต่ดิฉันยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพยังเลย ถ้าดิฉันได้ใบประกอบแล้วดิฉันจะไปทำงานที่นั่นนะค่ะ ดิฉันจะพยายามเอามาให้ได้ค่ะ
ดีใจค่ะที่มีเพื่อนๆหลายๆคนอยากมาอยู่ที่วัดจันทร์ น้องกรกฏที่เคยเข้ามาแสดงความคิดเห็นและมาสอบตำแหน่งผู้ช่วยเหลือคนไข้ก็ประสบความสำเร็จจากความตั้งใจจริง กรรมการที่สอบสัมภาษณ์เล่าให้ฟังว่าน้องกรกฏตั้งใจที่อยากจะมาอยู่จริงๆ และทำคะแนนข้อเขีนยได้ดีมาก ตอนนี้เลยกลายมาเป็นผู้ร่วมงานของชาว รพ.วัดจันทร์อีก 1 คน ... ตอนนี้ รพ.วัดจันทร์มีเจ้าหน้าที่รวม 44 คนแล้วนะคะ จากเริ่มต้น 3 คนเมื่อปีที่แล้ว น้องๆทุกคนมีความสุขที่ได้มาช่วยกันดูแลสุขภาพชาวบ้านบนพื้นที่สูง ออกหน่วยกันทุก 2 สัปดาห์เลย ไปหาชาวบ้านที่อยู่ไกล รพ. และสถานีอนามัย ถนนหนทางก็ไม่เรียบเอาเสียเลย กลับมาถึง รพ.ทีไร บ่นปวดหลัง ปวดต้นคอกันเกือบทุกคน โดยเฉพาะหมอเองค่ะ สงสัยเริ่มจะแก่แล้ว เลยเป็นมากกว่าเด็กๆ แต่ทุกคนก็กลับมาด้วยความรู้สึกที่ดีๆ มีความสุขที่ได้ออกไปช่วยพี่น้องชาวเขาที่อยู่ไกลๆ ทำให้เห็นความเป็นจริงของชีวิตว่า ... ยังมีคนไทยอีกหลายหมู่บ้านที่มีความทุกข์ ต้องการการช่วยเหลือจากทางราชการ ตอนนี้ได้ข่าวว่าพื้นที่นี้จะได้อำเภอใหม่ แต่ยังติดขัดเรื่องที่ดินที่จะสร้างสถานที่ราชการต่างๆ เจ้าหน้าที่ รพ.ทุกคนก้รอลุ้นว่าจะได้กำหนดสร้างที่ว่าการอำเภอเมื่อไหร่ โดยเฉพาะชาวบ้านจาก 3 ตำบลที่อยู่ใกล้เคียงกันก้จะได้สะดวกในการติดต่อกับทางหน่วยราชการ ตอนนี้แจ้งเกิดก็ต้องข้ามเขาไปทางลูกรัง 4 ชั่วโมง กว่าจะถึงที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม ถ้าไปทางถนนลาดยางต้องผ่าน 5 อำเภอกว่าจะถึงใช้เวลา 6 ชั่วโมง หมอเคยไปทั้ง 2 ทางแล้ว เห็นใจชาวบ้านจริงๆ จะทำบัตรประชาชนก็ไปลำบาก แจ้งตาย จดทะเบียน แจ้งตำรวจยิ่งไม่ต้องพูดถึง เลยมีอะไรหลายๆอย่างที่เป็นภาระของผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน .... ยังไงก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะได้ฤกษ์สร้างอำเภอเมื่อใด
หวัดดีครับคุณหมอปลายฟ้า
วันนี้ปิดเทอมแล้ว
กลับมาอยู่ที่แม่แจ่มมาช่วยงานคุณลุงบุญธันว์
อยากไปวัดจันทร์มากเลยครับ อยากไปดูงานด้านการแพทย์แผนไทย
ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอและทุกคนที่ทำงาน ที่ ร.พ แม่แจ่มนะครับ
สักวันผมอาจจะเป็นหนึ่งในทีมงานออกหน่วยของคุณหมอ เพราะนั่นคือความใฝ่ฝันสูงสุดในชีวิตละมั้ง แต่ตอนนี้ขอเก็บเกี่ยวความรูจากเมืองหลวงให้เต็มที่ก่อนครับ
และจะไปลุยกะคุณหมอนะครับ
เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณกี่ชมคะ
ตอนนี้มีพี่เป็นหมอคนเดียวเหรอคะ..คนไข้เยอะมั้ยอ่ะ..แล้วเหงามั้ยอ่ะ