เพราะฉะนั้น KM ที่ว่าจะเป็นภาระนั้น ... ไม่ใช่แล้ว

 

"ส้วม" ใครคิดว่าไม่สำคัญ ... เพราะว่าเป็นกรณีที่ประชาชนมีความต้องการนานมาแล้ว เรื่อง ส้วมที่สะอาด ปลอดภัย ไร้กลิ่น (อันนี้อิฉัน เพิ่มเติมเพื่อความคล้องจองละค่ะ)

วันนี้ น้องกบ CKO วัยยังเอ๊าะ ของกองสุขาภิบาลชุมชนฯ ที่เมื่อปีที่แล้ว ทำกิจกรรมเรื่องส้วม โดยได้นำ KM เข้าไปใช้ในการประชุมใหญ่ น้องมาเล่าให้ฟังในเรื่องการขับเคลื่อนงานส้วมสาธารณะ โดยเอา KM เข้าไปใช้ในการดำเนินงาน

  • จุดเริ่มต้นที่มีโครงการส้วม ... พี่หลี เป็นเจ้าของโครงการส้วม ตอนที่ทำนั้น ก็มีกระแสการจัดประชุมส้วมโลก และโครงการส้วมเป็นโครงการสำคัญของกรมอนามัย ที่มีหนึ่งในกิจกรรมของโครงการส้วม คือ การประกวดสุดยอดส้วมแห่งปี
  • แต่พอสุดยอดส้วมเกิดขึ้นปุ๊บนี่ ก็ทำให้เห็น Best practice ดีดีจากขุนพล ที่เรียกว่าขุนพลคนใจแกร่ง ที่เขาไปขับเคลื่อนเรื่องส้วม
  • ... เรื่องส้วมนี่ไม่ได้ทำได้ง่ายๆ นะคะ เพราะว่ามันเป็นประเด็นที่ต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งจริงๆ ที่จะไปขับเคลื่อนได้ มันเป็นเรื่องใกล้ตัวก็จริง แต่การพัฒนาไปถึงเกณฑ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย
  • พอจัดประกวดสุดยอดส้วมได้ ปีสองปี ก็ทำให้เห็น Best practice ค่ะ ... มองเห็นคุณกิจที่เขาลงไปทำจริงๆ ใน setting ต่างๆ ที่ของส้วม ตอนนั้นเยอะมาก 10-11 setting
  • คนที่เป็นแกนสำคัญจริงๆ คือ ตัวท่าน ผอ.ธีชัช เรื่องของ KM ท่านให้นโยบายของท่านชัดเจน ว่า ถ้าหากว่า ทำ KM ต้องเอามาใช้ในเนื้องาน
  • เพราะฉะนั้น KM ที่ว่าจะเป็นภาระนั้น ... ไม่ใช่แล้ว
  • ประมาณปีที่แล้ว KM กรมฯ กำหนดให้เอา KM ไปใช้ในยุทธศาสตร์ของกรมฯ เราก็มองแล้วว่า เป็นโอกาส พร้อมกับการจัดปีสุดยอดส้วมแห่งปี
  • ก็เลยไปขายไอเดียพี่หลี ว่า ... ถ้าโครงการของพี่นี้ เอาคุณกิจมาแลกเปลี่ยนกันระหว่างภาคี ให้เขาเห็นความสำเร็จแบบนี้ เรื่องส้วมนี้นำไปขับเคลื่อน มันไม่น่าจะยากนะ เพราะว่ามันมีตัวอย่างที่ดีดีเยอะ ... ก็ไปขายไอเดีย KM เพราะว่าตัวเองเป็น CKO แต่ต่อรองกับพี่เขาว่า กบคงช่วยเรื่องของกระบวนการ แต่เนื้อหาต้องมาจากพี่ เพราะว่า KM ได้ 1 แต้ม ส้วมก็ได้ 1 แต้ม (โอ้ เทคนิคสุดยอด win-win จ้ะ)
  • พี่เขาก็บอกว่า OK พี่เอาด้วย
  • ปัญหาก็คือ ตอนแรกมันเป็นเวทีเหมือนกับเวทีจัดประชุมธรรมดา และพอเอา KM ไปจับ ก็คิดต่อว่าจะทำยังไง เพราะว่าตัวเองไม่เคยทำ KM ในระดับนี้เลย
  • พี่ศรีวิภา พี่อ้วน พี่วิมล ก็เคยมาพูดคุย ก็มาขอความช่วยเหลือ มาคุยกันว่า จัด KM วัตถุประสงค์คืออะไร ... พี่เขาก็บอกว่า จะต้องมี Fa, Note taker นะ มีมั๊ย ... ก็เรียนตรงๆ ว่า ไม่มี แต่ว่ามีน้องอายุน้อยๆ และ ผอ. ก็เปิดไฟเขียว
  • อีกสิ่งหนึ่งที่บอกพี่เขาไป คือ เป้าหมายที่เราอยากได้ ก็คือ อยากให้เขาไปดู Best practice คือ ไปศึกษาดูงานด้วย
    ... สิ่งที่เราอยากเห็นคือ ไม่ใช่ไปแค่เพราะศึกษาดูงาน เขาต้องไปศึกษาในสิ่งที่เขามีเป้าหมาย
    ... พี่อ้วน (ฉัตรลดา) แนะนำให้ใช้เทคนิค Benchmarking การทำงานส้วมนี่ หลายคนมีจุดอ่อนและจุดแข็งในแต่ละเรื่อง เพราะฉะนั้น ตัวเขาเองต้องประเมินตัวเองก่อน เมื่อเทียบกับ Benchmarking ก็คือ "ขุนพลที่เขาไปขับเคลื่อน เขามีองค์ประกอบอะไร ที่ทำให้เกิดความสำเร็จได้ และตัวเราที่จะไปขับเคลื่อนต่อ เรามีจุดอ่อนและจุดแข็งในเรื่องไหน"
  • ในวันที่ไปดูงาน ก็จะได้ไปดูในส่วนที่เป็นจุดอ่อน และแต่ละคนก็จะมีสถานะไม่เท่ากัน
  • และที่สำคัญคือ การที่คุณเอาคุณกิจมาเล่า ต้อง Capture knowledge ให้ได้ทันทีทันใด เพื่อที่จะเอาเป็น Checklist ให้กับผู้ดูงานในวันรุ่งขึ้น เพื่อที่เขาจะได้เอาประเด็นไปดู
  • และที่ต้องทำต่อ คือ Fa จะเป็นใคร
    ... พอดีคุณกิจที่ทำเรื่องส้วม เป็นรองอธิบดีระดับกรมการปกครองค่ะ เป็นภาคีเครือข่ายที่เข้ม
    ... รวมทั้งมีท่านอธิบดี 2 ท่านของเรา คือ ท่านรองฯ โสภณ และท่านรองฯ ประดิษฐ์ ท่านก็เห็นว่าเรื่องส้วมเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และท่านสนุกกับการเคลื่อนเรื่องส้วม เราเลือกท่านเป็น Fa
  • การทำ KM ทีมงานต้องไปทำการบ้าน เพื่อไปเตรียม Fa
    ... พี่หลี ก็ทำการบ้านว่า คนที่เป็นคุณกิจ มี background อย่างไรบ้าง เขาทำยัง เขาเป็นอย่างไร
    ... และไป inform ให้กับท่านรองอธิบดี ที่ทำหน้าที่เป็น Fa
  • Note taker ตอนแรกเขาหนักใจ เพราะว่าไม่เคยจดเลย ก็บอกว่า ไม่เป็นไร จดทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ก็ OK
  • ทีมบริหารจัดการไม่ต้องห่วง เพราะว่าฝ่ายบริหารจัดการค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
  • เวทีครั้งนี้จัดที่สุราษฎร์ธานี เพราะตรงนั้นมี Best practice เรื่องส้วมหลายที่ ได้แก่ เรื่องปั๊มน้ำมัน เรื่องวัด
    ... หัวปลาตอนเช้า หัวปลาจะเป็นเรื่อง ความสำเร็จของการขับเคลื่อนเรื่อง ส้วม โดย ท่านรองอธิบดีกรมการปกครอง ท่านพินัย หัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎร์ อีกท่านหนึ่งเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน ก็มาร่วมแลกเปลี่ยน ท่านรองประดิษฐ์ ท่านเป็น Fa ที่เก่งมาก ท่านดึง tacit ออกมา ที่รู้เพราะว่าทุกคนในห้องแทบจะไม่ลุกไปไหนเลย วันนั้นจะมีเจ้าที่ สสจ. ศูนย์ หน่วยงานท้องถิ่น ที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงมาฟัง เต็มห้อง
    ... ตอนบ่ายเป็นหัวปลาในเรื่อง Toilet Embassador มีท่านรองฯ โสภณ เป็น Facilitator เชิญ Toilet Embassador 4 ท่าน มีท่านพระครูสุทธิโสภณ จากวัดท่าการ้อง คุณสันติ คุณชัยรัตน์ จากตำนานป่า และคุณพงษ์ศักดิ์ 4 ท่านนี่คุยเก่ง และเวลาเขาเล่านั้น tacit ล้วน จริงๆ เวลาเขาเล่า เขาจึงทึ่ง และอึ้งจริงๆ
  • สุดท้ายทำ AAR ถามว่าได้อะไรจากการฟังเวที ก็มารวบรวมปัจจัยสำเร็จในการดำเนินงาน
  • และตอนไปดูงาน เราก็เอาไปใส่มือเขา ให้ได้รู้
  • หลายคนเกิดปิ๊งแว๊บ ว่าจะไปขับเคลื่อนอะไรของเขาในการทำงาน
    และแต่ละคนเขาก็จะมีเป้าหมายในการทำงานต่อ เพราะเขาก็จะรู้ว่า เขายังขาดในเรื่องของอะไร เช่น ถ้าเขายังขาดเรื่องของคนที่จะไปจัดการเรื่องส้วม เช่น คนที่เป็นพนักงานทำความสะอาด เขาก็จะไปเจาะที่พนักงานทำความสะอาด หรือบางคนก็จะไปเติมเต็ม เอาความรู้กลับไปพัฒนาเรื่องส้วมในจังหวัดของเขา
  • ครั้งนั้น เป็นการที่เราทำ KM แล้วได้อะไรที่เยอะแยะเลย

นี่ก็เป็นการนำ KM ไปใช้ในการประชุมใหญ่ๆ ที่หวังผลการเกิดประกายการทำงานในพื้นที่ต่อๆ กันไปละค่ะ

รวมเรื่อง "วันนัดพบ แกนนำ KM กรมอนามัย"