ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจ...ตอนแรกที่มาอยู่อยากจะบอกว่าใช้ชีวิตเป็นหมออนามัยอยู่เดือนกว่า ทำงานที่อนามัย พักที่บ้านพักอนามัย อันเนื่องมาจาก...โรงพยาบาลยังสร้างไม่เสร็จ จริงๆก็ถึงกำหนดเสร็จแต่ไม่พร้อมที่จะเปิดบริการ เพราะมีเจ้าหน้าที่ คือ แพทย์ 1 คนเท่านั้นจริงๆ  และแล้วอีก 2 วันต่อมามีน้องเจ้าพนักงานเภสัชกรรม และทันตภิบาลมาอยู่ด้วย เพิ่มเป็น 3 คน  เลยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย ช่วยกันทำงานตรวจคนไข้ช่วง 8.00 - 16.00 น. แล้วก็ไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยพิการตอนเย็น ไม่น่าเชื่อ ผู้ป่วยพิการบ้านอยู่หน้าสถานีอนามัยนี่เอง...เป็นเด็กศีรษะโตผิดปกติ หรือเรียกว่า Hydrocephalus น้องเค้าเก่งมาก อายุ 9 ขวบ ถึงแม้จะนอนตลอดทั้งวัน แขนขาเกร็งเป็นพักๆ แต่คุยเก่งมากได้ทั้งภาษากะเหรี่ยง ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น พูดภาษาเหนือได้ด้วย โชคดีที่ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดใส่สายเพื่อระบายน้ำในสมองมาลงช่องท้องเพื่อลดความดันในกระโหลกศีรษะ จึงมีชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระราชินีฯ ที่รับเด็กคนนี้ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ปัญหาที่น้องเค้าเจอคือเค้าอยากจะดูโลกภายนอกรอบๆตัว แต่ไม่มีเก้าอี้นั่ง และควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ปัสสาวะอุจจาระราดตลอด

...ก็เลยคุยกันกับเจ้าหน้าที่อนามัยว่า น่าจะต้องหาเก้าอี้พับให้น้องเค้าซักตัว จะได้นอนปรับหัวสูงได้ แล้วก็ชวนกันซื้อผ้าอ้อมหรือแผ่นรองปัสสาวะให้น้องคนนี้ จะได้ไม่เปียกทั้งวัน โดยเฉพาะกลางคืน หนาวก็หนาว ถ้าเปียกปัสสาวะคงนอนไม่สบาย เลยช่วยเหลือตามที่คุยกันมาจนทุกวันนี้ ครอบครัวนี้ยากจนมาก แม่ต้องไปทำนา พ่อไปทำงานต่างจังหวัด ลูกคนโต อายุ 12 ปี ต้องดูแลน้องที่บ้าน ทาง อบต.ก็ให้ความช่วยเหลืออยู่โดยสนับสนุนค่าครองชีพทุกเดือน แต่ 5 ชีวิต แม่ ลูก 3 ยายอีก 1 คน ในบ้าน ลำพังเงิน 500 บาทต่อเดือนคงไม่พอใช้จ่าย แต่ดูๆแล้วเค้าก็อยู่กันมาได้โดยใช้ชีวิตแบบพอเพียง แต่ไม่เพียงพอ เพราะไม่มีรายได้มากมาย...นี่แหละค่ะทุกข์ชาวบ้านซึ่งมีหลายครอบครัวมาก...