๓...ปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

 

 

                                       

 

ปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

1)
ประสิทธิภาพการทำงาน

การทำงานนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของอนุภาคที่สามารถขจัดได้

- Hepa air Filter
เป็นชนิดที่มีประสิทธิภาพการทำงานมากที่สุด ถึง 99.97% สามารถกำจัดอนุภาคที่มีอนุภาคเล็ก ได้ถึง 0.3 ไมครอน และเล็กละเอียดถึง 0.01 ไมครอน


2)
ความสามารถในการครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน

- Hepa air Filter
จะมีอัตราการครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า 1,000 ตารางฟุต หรือน้อยกว่า เปรียบเทียบ กับระบบโอโซน และ ประจุลบ จะครอบคลุมได้น้อยกว่า

-
แต่เครื่องฟอกอากาศ เพียงตัวเดียวไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ทั้งบ้าน ผู้ซื้อควร สอบถามจำนวน ปริมาณลม (หน่วย ลูกบาศ์กฟุต / นาที) แล้วเปรียบเทียบกับขนาดห้อง (หน่วย ตารางฟุต หรือ ตารางเมตร) ถ้า ปริมาณลมน้อย แต่ ขนาดห้องใหญ่ ความสามารถในการครอบคลุมจะไม่ทั่วถึง


3)
ค่าไฟฟ้า

-
เป็นส่วนสำคัญมากในการจะคิดค่าไฟฟ้าว่าใช้ไปเท่าไหร่ คิดเป็นรายปี และ จำเป็นจะต้องดู จำนวน (วัตต์) ถ้าจำนวนวัตต์สูง อัตราการกินไฟก็สูงขึ้นด้วย และคิดตามสมการดังต่อไปนี้ :

(
จำนวนวัตต์ / 1,000) x ค่าไฟฟ้าต่อยูนิต x ชม.การทำงาน + ค่า FT = ค่าไฟฟ้าที่ใช้


4)
ราคาในการเปลี่ยน และ การบำรุงรักษา

-
ราคาในการเปลี่ยนของระบบ air filter ภายใน 3, 6 เดือน และ 1ปี ควรคำนึงให้คุ้มค่ากับการลงทุน ในเรื่องของประสิทธิภาพราคา ราคาเครื่องต่ำไม่ได้แสดงว่าเครื่องฟอกอากาศที่เราซื้อคุ้มค่าราคา ซึ่งเราต้องดูวิธีการที่ใช้ในการฟอกอากาศ และในการเลือกซื้อ ต้องพิจารณาสิ่งเหล่านี้รวมกัน ซึ่งบางรุ่นจะแพงกว่าราคาซื้อเครื่อง

.
ราคาต่ำ + ราคาต่อ ตารางฟุต หรือ ตารางเมตร = ได้ประสิทธิภาพราคา

.
-
สำหรับระบบประจุลบ และ โอโซน จะต้องการเพียงแค่ การบำรุง และ ทำความสะอาด แต่แผ่นแก้วจะแตกง่าย ส่วนระบบ UV จะต้องการ การเปลี่ยนทุก ๆ 1 - 5 ปี หรือ น้อยกว่านั้น

คำถาม-คำตอบ   

1. สาเหตุของโรคภูมิแพ้ มาจากอะไรบ้าง และ มีประเภทใดบ้าง ?

                                            


ตอบ : โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น ฝุ่น (dust), ตัวไรฝุ่น (dust mite), แมลงสาบ (cockroach), เชื้อรา ( mold), ขนสัตว์ (animal dander ) หรือ ละอองเกสรดอกไม้ (pollen) ซึ่งสารที่ก่อ ให้เกิดปฏิกริยาภูมิไวเกินนี้ เรียกว่า "allergen" โรคภูมิแพ้สามารถแบ่งได้ตามอวัยวะ ที่เกิดโรคได้ ดังนี้
1)
โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือ โรคแพ้อากาศ (
nasal allergy)
2)
โรคตาอักเสบจากภูมิแพ้ (
ocular allergy)
3)
โรคหอบหืด (
asthma)
4)
โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (skin allergy)


2. โรคภูมิแพ้มีโอกาส "หายขาด" หรือไม่?

                                               


ตอบ : ยา และ วิธีรักษาสมัยนี้นั้น มีส่วนช่วยในการควบคุมอาการ และ ลดความรุนแรงของอาการลง เท่านั้น ไม่ได้ทำให้หายขาดแต่อย่างใด สำหรับเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ อาการจะลดความรุนแรงลงเองเมื่อ เด็กโตขึ้น ในบางราย แต่นั้น ก็ควรจะป้องกัน อาการภูมิแพ้ในเด็กตั้งแต่เริ่ม

3. การใช้เครื่องฟอกอากาศเป็นประโยชน์อย่างไร ?

                                                 


ตอบ : เครื่องฟอกอากาศแตกต่างกันตามชนิดของ filter ซึ่งมีทั้งชนิดที่เป็น Hepa filters (High efficiency particulate air filters) หรือ ชนิดที่เป็น Electrostotic precipitator ที่จะทำให้กลายเป็น ประจุลบก่อนจึงดักจับไว้ เครื่องฟอกอากาศ มักจะได้ผล กับสารภูมิแพ้ประเภทที่ลอยอยู่ในอากาศ เช่น ละอองเกสร เชื้อรา มากกว่า การดักจับตัวไรฝุ่น เครื่องฟอกอากาศ บางชนิดสามารถกำจัดละอองเกสร ได้เกือบร้อยละ 100 %

4.
เครื่องฟอกอากาศใช้ได้ผลจริงหรือไม่
?

                                                     


ตอบ : เครื่องฟอกอากาศ มี 3 ชนิด คือ แบบใช้ใส้กรอง แบบใช้ประจุไฟฟ้า และ แบบผสม การ เลือกใช้ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง และทำความสะอาดไส้กรองตามกำหนด ถ้าเลือกใช้ เครื่องฟอกอากาศไม่เหมาะสม ก็จะไม่เกิดผล หรืออาจเป็นผลเสีย โดยเครื่องฟอกจะกลายเป็นตัวเก็บ และ กระจายฝุ่นเสียเอง

5.
อะไรที่เป็นตัวสร้างอากาศเสียภายในห้อง
?

                                                    

   


ตอบ : เนื่องจากภายในห้องที่เป็นห้องปิดนั้น มีการถ่ายเทอากาศน้อย มลพิษ และเชื้อโรคต่าง ๆ อาจ ผ่านเข้ามา พร้อมกับการเปิดประตู หรือ หน้าต่าง และเมื่อเราปิดประตู หรือ หน้าต่าง มลพิษ และ เชื้อโรค ก็ยังคงหลงเหลืออยู่ ภายในห้องทำให้เราหายใจเข้าไป บางครั้งเครื่องทำความร้อน และ ความเย็น ก็เป็น ตัวที่ก่อให้เกิดมลพิษได้เหมือนกัน อันเนื่องมาจากสารบางตัวที่ถูกปล่อยมาจาก เครื่องในขณะที่เครื่อง ทำงาน

9. ในจังหวัด หรือ พื้นที่ที่มีอากาศเป็นมลพิษน้อย จำเป็นต้องใช้เครื่องฟอกอากาศหรือไม่ ?

                                                       


ตอบ : เครื่องฟอกอากาศจำเป็นต่อบุคคลที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือ บุคคลทั่วไป ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องอยู่ ในพื้นที่ ที่มีอากาศเป็นมลพิษจำนวนมากเสมอไป เพราะอากาศส่วนใหญ่ที่อยู่ในห้องปิด และใช้เครื่อง ปรับอากาศ หรือ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ภายในบ้านนั้น อากาศที่มีมลพิษปะปนอยู่ จะหมุนเวียนอยู่ ภายในโดยไม่ได้ถ่ายเทอากาศ เมื่อหายใจเข้าไปก็จะสะสมเป็นอันตรายต่อสุขภาพได

10.
ทำอย่างไรเครื่องฟอกอากาศ จะมีประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นเหม็นที่ไม่พึงประสงค์ และ กลิ่นเหม็นสารเคมี ได้ดีที่สุด
?

                                                        


ตอบ : ต้องมีปริมาณ CARBON ไม่น้อยกว่า 1,200 กรัม และ โครงสร้างของ Carbon จะต้องเป็นแบบที่มีปริมาณรูโพรงที่มาก และ กว้าง จึงจะสามารถใช้ในการดักจับ และขจัดกลิ่นเหม็นได้ดี -:-

                                                                                                   สวัสดีครับ

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิถีช่าง



ความเห็น (6)

คุณวันชาติ
IP: xxx.10.27.110
เขียนเมื่อ 

จากศึกษาดู เครื่องฟอกที่ขายตัวแผ่นกรองก็มีเยอะ ราคาก็แพง ส่วนตัวผมแยกออกเป็นสองส่วนคือ 1.ระบบกรองอากาศด้วยแผ่นกรอง 2.ระบบการปล่อยประจุ ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นสองอย่างนี้รวมกัน ราคาค่อนข้างสูง ประสิทธิ์ภาพทางห้องทดลองก็โอเค แต่ของผมจะตัดการกรองอากาศที่มีฝุ่นออกไปก่อนส่วนตัวว่ามันต้องใช้แรงดูดมากเพื่อให้อากาศผ่านชุดฟิลเตอร์ที่หลายชั้นได้โดยไม่มีลมที่ลัดผ่านช่องอื่นๆของเครื่องก่อน และผมคิดว่าการกรองฝุ่นหยาบในแอร์บ้านหรือรถก็เพียงพอแล้ว(ในป่ายังมีฝุ่นเลย มีทุกที่ลองใช้ไฟฉายส่องดู) ผมจึงไปดูที่ระบบการปล่อยประจุ ซึ่งเดี๋ยวที่จะเน้นการปล่อยประจุ(-) ลบ ซึ่งจำลองได้จากสภาพอากาศในป่าเขา ทะเล ที่เราอยู่แล้วรู้สึกชดชื่น ปลอดโปร่ง แต่ที่ผมดูเครื่องรุ่นใหม่ที่กำลังออกตลาด มีระบบการปล่อย “ แอ็คทีฟไฮโดรเจน” และ “อ็อกซิเจนไอออน” ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิ์ภาพเหนือกว่ารุ่นก่อนๆ และมีการยอมรับจากทั่วโลก อีกอย่างเป็นเทคโนโลยีทางซัมซุงบริษัทแม่ จึงมั่นใจได้ว่าน่าเชื่อถือยึ่ห้อหนึ่ง อีกทั้งถ้าเน้นการฆ่าเชื้อไวรัส และสารก่อภูมิแพ้ ส่วนตัวผมไม่อยากได้แพงมาก ขอความมั่นใจกันเงินที่จะเสียไป ไม่ได้โฆษณาหรอกครับแต่ชั่วโมงดีมาแรงดีviruszero จะสามารถเป็นไปได้หรือไม่ทดสอบดูครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้ที่ห้องนอนตั้งไว้ 2 เครื่องเลยค่ะ เพราะเป็นภูมิแพ้ ตั้งแต่ใช้มาไม่มีอาการอีกเลย ตอนนี้ขาดไม่ได้เลยค่ะ....

 

เขียนเมื่อ 

โชคดีที่ปายอากาศดีไม่ต้องอาศัยเครื้องปรับอากาศ

เขียนเมื่อ 

  • มาแซวครับ ว่าหากต้องจ่ายค่าไฟ Unit ละ 8 บาท อย่างที่อพาร์เมนส์ ถึงติดไว้ก็ไม่พักเปิดครับ (555)

เขียนเมื่อ 

พอดีมีญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง กำลังจะตัดสินใจว่าจะใช้กรองอากาศดีไหม (พอดีอยู่ที่อ.วังเหนือ จ.ลำปาง อากาศที่นั่นค่อนข้างดี ) เลยให้มาอ่านที่บันทึกนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆค่ะ

ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ ในพื้นที่ ที่มีอากาศเป็นมลพิษจำนวนมากเสมอไป เพราะอากาศส่วนใหญ่ที่อยู่ในห้องปิด และใช้เครื่อง ปรับอากาศ หรือ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ภายในบ้านนั้น อากาศที่มีมลพิษปะปนอยู่ จะหมุนเวียนอยู่ ภายในโดยไม่ได้ถ่ายเทอากาศ เมื่อหายใจเข้าไปก็จะสะสมเป็นอันตรายต่อสุขภาพได

ต้องขอพระขอบคุณมากๆค่ะ

ชอบอ่ะ
IP: xxx.121.241.252
เขียนเมื่อ 

เราแนะนำเครื่อง Ultrasun ของ อเมริกานะ

ตัวนี้ รพ เราใช้หลายเครื่องเลย เพราะตอนนี้เป็นเครื่องที่กรองอากาศได้ดีที่สุดแล้ว

นอกจากจะมี pre filter ยืดอายุการใช้งานของ Hepa filter

มันก็มีระบบปล่อยออกซิเจนไออน ให้อากาศบริสุทธิ์ ระบบฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV

และเชื่อไหมว่าขนาดมีระบบฆ่าเชื้อโรคเยอะแยะมากมายขนาดนี้ ก็ยังมีเชื้อโรค หรือพวกสารเคมีที่หลุดรอดไปได้

เลยต้องมีระบบ Photo-Catalytic oxidation คราวนี้จบเลยเชื้อโรคก็เชื้อโรคเถอะ ตายเรียบ