สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มาปฏิบัติงานที่จังหวัดพิษณุโลก  อยู่นานเป็นสัปดาห์ เลยมีโอกาสได้เจาะลึกเมืองพิษณุโลกมากกว่าครั้งที่ผ่านๆมา 
        พอดีพักที่โรงแรมท้อปแลนด์ ซึ่งอยู่ใกล้วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร(วัดใหญ่) ตื่นเช้าได้เดินออกกำลังกาย  ได้ใส่บาตรพระ  และได้ไหว้พระพุทธชินราช  เป็นกิจว้ตรยามเช้าหลายวัน  รู้สึกสบายกาย  สบายใจมากขึ้นทีเดียว
        โดยเฉพาะตอนนั่งอยู่ด้านหน้าพระพุทธชินราช(วิหารเปิดตั้งแต่หกโมงเช้า)  หลังจากกล่าวคำบูชาท่าน
อิเมหินานา สักกาเรหิ… ได้เพ่งมองท่านทุกวัน  พยายามจดจำทุกส่วน  เห็นความเปล่งปลั่ง เหลืองอร่าม  สวยงาม  จนจำติดตาติดใจ  หลับตาครั้งใดก็มักจะเห็นภาพนั้นปรากฏ
        แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อติติงนิดหนึ่งเพื่อสะท้อนให้พิจารณาว่ายังมีสิ่งที่คนต่างเมืองเขามองเห็นว่ายังไม่พึงประสงค์ คือ พระภิกษุวัดใหญ่  ตอนท่านออกบิณฑบาตบริเวณตลาดใกล้วัด  ในฐานะพุทธศาสนิกชน  ก็อยากจะเห็นท่านมีกิริยาที่สำรวมมากกว่านี้ (โดยเฉพาะเป็นพระวัดใหญ่)  เพราะยังเห็นท่านเดินเกาะกลุ่ม  คุยกัน  เดินส่ายไปส่ายมา  สอดส่ายสายตาอย่างไม่เป็นระเบียบ  และอีกประการหนึ่งผมไม่แน่ใจว่า  การให้พรญาติโยมหลังจากใส่บาตร  แม้จะทำให้ผู้ใส่บาตรรู้สึกสบายใจ  แต่ไม่ทราบว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ 
         เมื่อก่อนเคยมีคนกล่าวขานถึงเมืองพิษณุโลก(ในเชิงไม่ค่อยดีนัก) ว่า
      
ศาลาวัดบางทราย(กว้างร่วมหนึ่งงาน)  ควายไผ่ขอ(เดินขวางถนน)  สามล้อพิษณุโลก(ไม่เป็นระบียบ/นักเลง)  โบสถ์วัดจุฬามณี(สร้างมา 25 ปีไม่เสร็จ เพิ่งมาเสร็จเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จ) 
        แต่เมืองพิษณุโลกวันนี้ไม่เหมือนก่อนแล้ว  ในตัวเมืองมีความสะอาด เป็นระเบียบ  โบราณสถาน โบราณวัตถุ ได้รับการบูรณะตกแต่ง จนสวยงาม  ทำให้น่าเที่ยวน่าเยือนมากขึ้นทีเดียว  สมกับที่ได้รับการประกาศให้เป็น  พื้นที่พัฒนา สี่แยกอินโดจีน  ซึ่งเคยเป็นเสมือน ราชธานีแห่งสยามประเทศมาก่อน  ตามคำขวัญของจังหวัดพิษณุโลกในปัจจุบันที่ว่า…
        
พระพุทธชินราชงามเลิศ  ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร  สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ  หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก  ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา
          จึงขอเชิญชวนท่านมาเยือนเมืองพิษณุโลกกันครับ...