..ว่าด้วย.. กิตติกรรมประกาศ


แม้ใครๆ จะตราหน้าว่าเป็น “ดาราเจ้าน้ำตา” เพราะไม่เคยเก็บกั้นอารมณ์ตัวเองไว้ได้อยู่เวลารู้สึกอะไร แต่ทุกครั้งที่น้ำตาเหือดแห้งไปจากสองตา ก็จะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ทุกครั้ง จริง จริง (สู้ๆ)

 

ระหว่างการเดินทางเกือบ 200 กิโลเมตร จากตัวอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไป อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวหลายโค้ง ที่ทำเอานักวิจัยปวดหัวและคลื่นไส้เป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องพยายามนั่งเขียนงานวิจัยชิ้นนี้ให้สมบูรณ์ในรถระหว่างการเดินทาง เพื่อให้ทันกับกำหนดเวลาในการส่งงานที่งวดเข้ามาทุกที

ตลอดระยะเวลาของการทำงานวิจัยชิ้นนี้ นักวิจัยได้มีโอกาสทำงานลักษณะอื่นอีก 2-3 งาน แต่เป้าหมายอันสูงสุดนั้นมีร่วมกัน คือ การช่วยเหลือคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อพัฒนาสถานะบุคคลของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ หรือ การจัดห้องเรียนด้านสถานะบุคคลให้แก่คนไร้รัฐไร้สัญชาติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าของปัญหาในการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยองค์ความรู้ด้านกฎหมาย หรือ การเขียนรายงานประเทศไทยตามพันธรกรณีภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เพื่อสะท้อนความจริงที่ยังคงเป็นปัญหาของคนไร้รัฐไร้สัญชาติในฐานะคนชายขอบในทุกแง่ทุกมุม และสุดท้ายก็คือ งานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพให้แก่คนไร้รัฐไร้สัญชาติ ชิ้นนี้

นักวิจัยยอมรับว่างานที่เข้ามาหลายๆ งาน เป็นงานที่ค่อนข้างหนักและบั่นทอนเวลาของนักวิจัยไปอย่างมาก หากไม่มีการจัดการเวลาและการจัดการงานที่มีประสิทธิภาพ แต่ที่รับทำอย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย เพราะเห็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดของงานทั้งหมดเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่เป็นเหมือน เฟือง ซึ่งแม้จะตัวเล็กๆ แต่ก็ทำให้การทำงานของกลไกเป็นไปได้อย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตาม มีข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่นักวิจัยต้องยอมรับ ก็คือ จุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยของชุดโครงการย่อยนี้ไม่ได้มีที่มาจากนักวิจัยเอง แต่ความต้องการเชื่อมโยงโครงการวิจัยชุดใหญ่ให้สมบูรณ์ เพื่อใช้ในการพัฒนาหลักประกันสุขภาพของคนไร้รัฐไร้สัญชาติต่างหาก ที่เป็นตัวผลักดันให้เกิดงานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ และไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เมื่องานวิจัยได้เริ่มต้นแล้ว สิ่งดีๆ หลายอย่างก็บังเกิดขึ้นตามมา โดยที่นักวิจัยเองก็ไม่เคยคาดหวังที่จะได้รับมาก่อน

ประการแรก คือ โครงการวิจัยชุดนี้ทำให้นักวิจัยมองเห็นความสำคัญของปัญหาที่เป็นที่มาของงานวิจัยชัดเจนขึ้น จนเกิดเป็นความเข้าใจและความรักที่จะทำให้งานวิจัยชิ้นนี้ออกมาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่ประสบกับปัญหาเรื่องสุขภาพในประเทศไทย

ประการที่สอง คือ โครงการวิจัยชุดนี้เป็นพลังที่สำคัญที่ทำให้บุคคลากรในทีมนักวิจัยเข้มแข็งและมีศักยภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

และประการสุดท้าย คือ โครงการวิจัยชุดนี้ทำให้ทีมนักวิจัยกลายเป็นยิ่งกว่าเพื่อนร่วมงาน อาจจะเรียกได้ว่าเป็น เพื่อนร่วมเดินทาง ตามความเชื่อสายเดียวกันเลยก็ว่าได้

ไม่มีปาฏิหาริย์ใดที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญ เป็นประโยคที่จำมาจากโฆษณาชิ้นหนึ่ง และจะขอเอามาใช้สำหรับงานวิจัยชุดนี้บ้าง เพราะนักวิจัยเชื่อว่าการเกิดขึ้นมาของ เพื่อนร่วมเดินทาง จากงานวิจัยชิ้นนี้เป็นปาฏิหาริย์น้อยๆ ที่ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจากหัวใจที่มีความเชื่อในสิ่งเดียวกัน แม้จะดูทุลักทุเลในช่วงเริ่มต้น แต่พัฒนาการเริ่มชัดขึ้นชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด

านวิจัยชิ้นนี้ก็คงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความพยายามผลักดันในเชิงความคิดจาก อาจารย์แหวว - รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร ผู้คอยจ้ำจี้จ้ำไช และ คอยเป็นที่ปรึกษา (ที่ทำเกินภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย) ให้แก่นักวิจัยมาโดยตลอดในทุกสถานที่ที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ทาง msn ทางอีเมล บนรถ ในห้องนอน บนโต๊ะกินข้าว ในสระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ในบ่อแช่น้ำแร่ การประชุมเล็กๆ ระหว่างนักวิจัยและที่ปรึกษางานวิจัยท่านนี้ก็เกิดขึ้นได้อย่างไม่เคยเลือกเวลาหรือสถานที่

ขอบคุณพี่สาวที่แสนดี พี่ด๋าว - ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล ที่คอยเป็นทั้งแรงใจและแรงกดดันในงานวิจัยนี้มาโดยตลอด ขอบคุณสำหรับความเข้าใจและกำลังใจที่มีมาให้อยู่เสมอๆ ทั้งเรื่องงานวิจัยและเรื่องส่วนตัว

ขอบคุณ พี่สุ พี่เอก พี่แก้ว พี่จ๊อบ พี่ไหม ผู้ร่วมเดินทางที่น่ารัก เพราะความผิดพลาดและปัญหาที่ทำให้เรารู้จัก เข้าใจ และเรียนรู้ที่จะรักกันมากขึ้น

ขอบคุณ พี่ชล ที่แม้จะไม่ได้อยู่ร่วมเดินทางในงานชิ้นนี้จนจบ แต่ก็เป็นเพราะพี่ชลที่เป็นเหตุให้นักวิจัยเข้ามารับงานชิ้นนี้ในช่วงเริ่มต้น จำได้ว่าครั้งแรกตั้งใจมาช่วยงานพี่ชลทำกรณีศึกษาเฉยๆ แต่แล้วเป้าหมายก็เปลี่ยนไปซะนี่

ขอบคุณ คุณหมอสัมฤทธิ์ พี่ใหญ่ พี่ไฝ่ และ ทีมสวปก. ทุกท่าน ที่มีตบะอันแก่กล้า อดทนและยอมรับความไม่เอาไหน ความไม่มีวินัย ของนักวิจัย ขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่คอยให้การดูแล ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และร่วมเดินทางตลอดระยะที่ผ่านมา

ขอบคุณ สำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เป็นแหล่งประสิทธิประสาทความรู้เรื่องกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างจริงๆ จังๆ ให้แก่นักวิจัย เพื่อสามารถนำมาใช้ในการวิจัยนี้ได้

ขอบคุณ อาก๋ง อาม่า อาไอ๊ อาป๊า เจ้แจง เฮียเอก น้องใหม่ และ หลานโฟร์ท สำหรับความรัก ความเข้าใจ และความห่วงใย

ขอบคุณ ชายผู้เป็นที่รัก ที่แม้จะจากไปแล้ว แต่ก็หลายๆ ครั้งที่นักวิจัยก็ยังร้องขอแรงใจเวลาเหนื่อยจากการทำงานอยู่เสมอๆ ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ เป๊ก ยังเป็นคนเดียวที่อยู่ในหัวใจเสมอ ขอบคุณจากใจ ขอบคุณจริงๆ

สุดท้ายขอบคุณ ตัวเอง ที่ท้อแต่ไม่เคยถอย แม้ใครๆ จะตราหน้าว่าเป็น ดาราเจ้าน้ำตา เพราะไม่เคยเก็บกั้นอารมณ์ตัวเองไว้ได้อยู่เวลารู้สึกอะไร แต่ทุกครั้งที่น้ำตาเหือดแห้งไปจากสองตา ก็จะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ทุกครั้ง จริง จริง (สู้ๆ)

หมายเลขบันทึก: 165526เขียนเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2008 03:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 มิถุนายน 2012 11:55 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี