ระยะนี้ มีกลุ่มคำแปลกๆ แต่เป็นคำไทยที่น่ารู้ น่านำมาปฏิบัติ หลายคำ เช่นวันนี้

ภาษาไทยของพวกเรา น่ารัก  น่าสงสัย  และนำมาใช้เขียนในบันทึกมากมาย 

ภาษาที่เข้ามาวนเวียนกับการดำรงชีวิต  หน้าที่การงาน การใช้ภาษาได้ดี  เขียนได้ดี  ย่อม  มีภาษีดีกว่า  .....

ดังนั้น  รู้ไว้ใช่ว่า..ใส่บ่าแบกหาม   ครูอ้อยนำมาเขียนนี้ ก็หวังว่า  บันทึกชีวิต  กับการอ่านมากรู้มาก  และผ่านโลกมามากด้วย 

คราวที่แล้ว ครูอ้อยประสบพบกับคำว่า...เอาใจ...ออกห่าง   หวังว่า  คงได้อ่านกันมาแล้ว   มีความหมายเหมือนจะติดลบ  หากคิดติดลบ  แต่หากไม่ติดลบ ก็ไม่ติดลบ  เช่นวันนี้  ครูอ้อยเอาใจออกห่างจากการดื่มกาแฟ   เพราะครูอ้อยเริ่มรู้สึกว่า...ปวดศีรษะมาก  และเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ก็หนาวสั่นสะท้าน  ครูอ้อยไม่ได้ขับรถมาโรงเรียน  เพราะรถป่วยมาก  รอการซ่อมแซมที่โรงเรียน  ครูอ้อยไม่ขึ้นรถประจำทาง  ครูอ้อยเรียกแท็กซี่เลย.. 

เมื่อมาถึงโรงเรียน  ครูอ้อยก็ไปเซ็นต์ชื่อก่อน   แล้วมาเปิดรถ  เติมน้ำ  ตามคำของพ่อบ้าน  แล้วจอดไว้ในที่ที่ช่างจะมานำไปซ่อมได้ง่ายๆ   แล้วครูอ้อยก็ขึ้นมาทำงานที่ห้องเลย   ครูอ้อยทำเช่นนี้  คือ  การเอาใจ...เอาใจใส่ต่อรถของครูอ้อย  

การเอาใจ  กับ  การเอาใจใส่  ความหมายคล้ายคลึงกันมาก   เอาใจเป็นคำกริยา  ซึ่งสุดแล้วแต่คนใช้  กับความเข้าใจของคนอ่าน  รวมทั้งประสบการณ์ชีวิต  

การเอาใจ ครูอ้อยจะมองว่า..เป็นการประจบสอพลอ  (อย่าเพิ่งเถียง อ่านให้จบก่อน)....เพราะครูอ้อยอยู่ในสังคมแบบนี้  

แต่การเอาใจ  แบบน่ารักก็มีที่ไม่ใช่ประจบสอพลอ   เช่น  การเอาใจ..คนที่เรารัก  เอาใจลูกๆ   เอาใจพ่อแม่  เอาใจที่รัก  เอาใจเจ้านาย  เอาใจเพื่อนๆ  หมายถึง  ทำให้คนรอบข้างมีความสุข  คือ  การเอาใจ  

แต่.....การเอาใจใส่..น่าจะหมายถึง    ตั้งใจ  เพียรพยายาม   เช่น  การเอาใจใส่ต่อการเรียน  หมายถึง  ตั้งใจเรียน  ไม่เล่น ไม่หน่ายหนีการเรียน  

การเอาใจใส่เรียน  มีความพากเพียรพยายาม  ตั้งใจ  นำตัวเองไปสู่ความสำเร็จ   ใจทั้งใจ  เทให้หมดกับการเรียนเท่านั้น..นั่นล่ะคือการเอาใจใส่ 

ภาษาไทยนี่น่ารักจริงๆ   ...ใครๆก็ชอบ การเอาใจ..เพราะจะทำให้มีความสุข  มิน่าล่ะ   คนแก่  เจ้านาย  จึงชอบ การเอาใจ ชอบคนเอาใจ...

แต่ครูอ้อย ไม่ค่อยชอบ  คำว่า..การเอาใจ..

แต่กลับชอบคำว่า....การเอาใจใส่..มากกว่า    

ครูอ้อยเอาใจใส่ต่อคนรอบข้างเสมอ...แต่ครูอ้อยไม่เคย..เอาใจใครเลย...