ปีแรกที่ดำเนินการโครงการนี้ พบว่า..นักเรียนจำนวนหนึ่ง งอมืองอเท้าไม่ขยันหมั่นเพียร ครูอ้อย ก็คิดวิธีการใหม่..เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง...จวบจน มาเป็นปีการศึกษานี้ น่าสนุก น่าทดลอง...กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

เมื่อตอนเป็นเด็ก  คะแนน  ที่จะได้หลังจากการสอบนี้ เป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว  ยิ่งได้มากที่สุดในห้อง ยิ่งมีความหมายมาก  กลับมาบ้านบอกกับคุณพ่อว่า...ได้มากที่สุดในห้องเลย แต่ได้เพียง7 คะแนนจาก 10คะแนน  ตัวเรา  เป็นผู้สอบ  ก็รู้สึกพอใจแล้ว    คุณพ่อ เห็นว่า...ลูกสาวมีความตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร  ก็จะพอใจไปกับลูกสาวทุกครั้ง  

เหมือนกับคราวที่ครูอ้อยสอบ  ชั้น มศ.5 แผนกศิลป์ภาษา  ได้คะแนนปลายปีไม่มาก  แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ภูมิใจแล้ว...เพราะสมัยก่อนนั้น  คนที่เรียนชั้นนี้ส่วนใหญ่ จะสอบตก เพราะเรียนผ่านนั้นยากมาก 

ผิดกับนักเรียนสมัยนี้  ที่ได้ผ่านขึ้นไปเรียนชั้นต่อไปได้...โดยไม่มีการสอบตกซ้ำชั้น  นักเรียนจึงไม่เกรง..ไม่กลัว ไม่รู้จักด้วยว่า...การเรียนซ้ำชั้นเป็นอย่างไร...

ความรู้สึกกลัวว่าจะตกซ้ำชั้น กลับมาเกิดที่คุณครู  ก็คือ  หากนักเรียน..สอบ N.T. ได้คะแนนน้อย  คุณครูต้องกลัวว่า....การประเมินวิทยฐานะของครูเอง..นั่นล่ะ  จะไม่ผ่าน..

กลับมาเรื่องของนักเรียนดีกว่า....ครูอ้อยเคยเขียนในบันทึกเรื่อง..ความสำเร็จในการให้คะแนนนักเรียนอย่างมีคุณธรรม   และ..ความสำเร็จในการให้คะแนนนักเรียนอย่างมีคุณธรรม (2)  ผู้ปกครองนักเรียน  มีความพอใจกับการให้คะแนนแบบนี้มากทีเดียว  วันนี้  ครูอ้อย สอนนักเรียน 3 ห้องเรียน  ทั้ง3 ห้องเรียน  ชอบและต้องการเข้าร่วมโครงการนี้ทุกคน...โดยทำความเข้าใจกับ  การซ่อมแซม  นักเรียนช่องโบ๋  นักเรียนช่องเต็ม  นักเรียนช่วยเหลือ  นักเรียนเอื้ออาทร ...

ซึ่งครูอ้อย เน้นเรื่อง ความไม่เท่าเทียมกัน  ทางปัญญา และความเพียร ไม่เท่าเทียมกัน  

แต่มีความเป็นเพื่อนกัน  และมีความเป็นคนเหมือนกัน  มีโอกาสเท่าเทียม  มีโอกาสมีใจเมตตา เอื้ออาทร  ช่วยเหลือเพื่อน.... 

ปีแรกที่ดำเนินการโครงการนี้  พบว่า..นักเรียนจำนวนหนึ่ง  งอมืองอเท้าไม่ขยันหมั่นเพียร ครูอ้อย ก็คิดวิธีการใหม่..เพิ่มเติม  เปลี่ยนแปลง...จวบจน มาเป็นปีการศึกษานี้  น่าสนุก  น่าทดลอง...กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 

เพียงแค่อธิบาย นักเรียนก็ชอบแล้ว....