มาตรฐานด้านอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น

  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ผู้เขียนได้เดินทางไปยังกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม แห่งประเทศญี่ปุ่น  ในการนี้ นายนาโอตาเกะ ฟูจิชิโร รองผู้อำนวยการกลุ่มงานกิจการระหว่างประเทศเกี่ยวกับนโยบายมาตรฐาน สำนักงานวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรม เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ได้สรุปให้ผู้เขียนได้รับทราบดังนี้</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ส่วนที่ ๑ ประสบการณ์ของประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับการจัดทำมาตรฐานด้านอุตสาหกรรม</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มการจัดทำมาตรฐานด้านอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๒๒ โดยได้พัฒนามาจาก Japanese Engineering Standards (JES) ซึ่งได้มีมาก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งขณะนั้ นเป็นมาตรฐานในการผลิตอาวุธสงคราม  การพัฒนาดังกล่าวนั้นเพื่อเพียงเป็นมาตรฐานทางวิศวกรรมสำหรับวัสดุอุปกรณ์ของทางราชการเท่านั้น</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ต่อมา เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๔๙ ได้มี Japan Industrial Standards Committee (JISC) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานด้านอุตสาหกรรม และในที่สุด เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๕๒ ประเทศญี่ปุ่นได้เข้าร่วมประชุมกับ International Standard Organization (ISO)</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">JISC นี้ประกอบด้วย Standard Board และ Conformity Assessment Board อีกทั้ง Special Committee โดยสัดส่วนของคณะกรรมการทั้งสามชุดนี้ประกอบด้วยตัวแทนผู้ประกอบธุรกิจ ตัวแทนผู้บริโภค ตัวแทนภาครัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิ</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">Conformity Assessment Board นี้จะมีคณะกรรมการกำหนดเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Committee on JIS Marking) ซึ่งกระบวนการกำหนด JapaneseIndustrial  Standards (JIS) นี้สามารถได้ด้วยกัน ๒ ทาง ได้แก่ บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือกลุ่มผลประโยชน์ และหน่วยงานของรับที่เกี่ยวข้องหรือกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จะเป็นผู้เสนอร่างกฎที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ผ่าน JISC ซึ่งจะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ซึ่งในทุกขั้นตอนระหว่างนี้จะเผยแพร่ให้กับสาธารณะพิจารณาเสนอความเห็นก่อนที่จะนำประกาศในราชกิจจานุเบกษา</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ต่อมา เมื่อโลกได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ได้มีแนวความคิดว่าระบบมาตรฐานนั้นจะต้องมีความเป็นสากลด้วยกล่าวคือจะต้องเท่าเทียมกับนานาประเทศ  ระบบมาตรฐานจึงน่าจะเป็นระบบเกี่ยวกันที่เท่าเทียมกันในระหว่างประเทศ   ดังนั้น ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นสมาชิกองค์การค้าโลกจึงต้องใช้มาตรฐานและแนวทางด้านมาตรฐานระหว่างประเทศบนพื้นฐานของการกำหนดกฎเกณฑ์ทางเทคนิคมาตรฐาน และระบบการตรวจสอบให้เป็นมาตรฐานอย่างเดียวกันให้สอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัฒน์ ซึ่งแนวความคิดของกระแสโลกาภิวัฒน์นี้ ทำให้ระบบมาตรฐานระหว่างประเทศซึ่งเป็นสากลเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของประเทศสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้เท่าเทียมกัน</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ส่วนที่ ๒ การพัฒนายุทธศาสตร์มาตรฐานด้านอุตสาหกรรม</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">JapaneseIndustrial StandardsCommittee (JISC) ได้เริ่มพัฒนายุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ.๒๐๐๓ ยุทธศาสตร์ได้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ทั่วไป และยุทธศาสตร์เฉพาะ ซึ่ง JISC ได้ให้การรับรองยุทธศาสตร์นี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๑ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งเน้น ๓ ประเด็น ได้แก่ การตอบสนองต่อตลาดและความต้องการของสังคม ยุทธศาสตร์สำหรับมาตรฐานระหว่างประเทศ และการบูรณาการวิธีวิจัยกับการพัมนาและการจัดทำมาตรฐานเข้าด้วยกัน  ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นใจในการมีส่วนร่วมการจัดทำมาตรฐานให้มากและลึกยิ่งขึ้นระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ด้วยกันซึ่งได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และภาคผู้บริโภคซึ่งรวมถึงผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคผู้บริโภคนี้ JISC ได้จัดให้มีคณะกรรมการพิเศษทางด้านนโยบายผู้บริโภค (Special Committee on Consumer Policy) เพื่อที่จะให้มีเสียงจากผู้บริโภคเข้ามามีส่วนในการพัฒนากระบวนการระบบ Japanese Industrial Standard (JIS) </p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ในการนี้ คณะกรรมการพิเศษทางด้านนโยบายผู้บริโภคได้ให้การรับรองข้อเสนอ ๗ สาขาด้วยกัน ได้แก่ การมุ่งเน้นความจำเป็นแก่ผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ ผู้บริโภค  การคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัย การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ การให้ข้อมูลข่าวสารด้านสินค้าและบริการและการพัฒนารูปแบบและการนำไปใช้ประโยชน์ เช่น universal design เป็นต้น</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> ส่วนที่ ๓ ประเด็นล่าสุดใน JapaneseIndustrial  StandardsCommittee (JISC) <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ประเด็นล่าสุดได้เน้นเรื่องนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวความคิดในระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการนำวัสดุกลับมาใช้อีกซึ่งบูรณาการได้กับสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> ส่วนที่ ๔ มาตรฐานอาเซียนและการร่วมมือกันปฏิบัติให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกันวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนประเทศสมาชิกอาเซียนในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านมาตรฐานระหว่างประเทศ และเพื่อเสนอร่างกฎระหว่างประเทศด้านมาตรฐานซึ่งพัฒนาโดยประเทศอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ