เรื่องที่สาม คือ เรื่อง Innovation
… เรามีการเอา KM ไปใช้ได้มากมาย เช่น ไปใช้ในการส่งเวรห้องคลอด ใช้ในคลินิกวัยทอง ใช้เวลาที่ให้คนไข้มา ลปรร. กันเอง สกัดความรู้ผ่านแฟ้มภูมิปัญญา และทั้งหมดนี้เกิดจากพวกเราทุกคน ที่เชื่อว่า KM เป็นสิ่งที่ดี … งานคลัง หรืองานแผนฯ ก็ยังทำได้ ทั้งๆ ที่เป็นงาน supportive ... แสดงให้เห็นว่า Innovation เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้พวกเราได้เห็นว่า ในฐานะหน่วยงานระดับประเทศ ที่ต้องทำมาตรฐานงาน A B C D วิธีที่ดีที่สุด ที่ทำให้เกิดมาตรฐานงานได้คือ การ ลปรร.
วิธีทำมาตรฐานมีหลายวิธีคิด เพราะว่ามาตรฐานมีหลาย layer
Layer ที่ 1 คือ สิ่งที่อยากเห็น ซึ่งมักจะกว้าง
Layer ที่ 2 จะเป็น Criteria หลักเกณฑ์ที่จะทำให้ไปสู่ ...
Layer ที่ 3 คือ ตัวชี้วัด ซึ่งชัดที่สุดแต่พวกเราต้องยอมรับว่า จาก Layer ที่ 1 ไป Layer ที่ 2 ไป Layer ที่ 3 มันบีบเราแคบเข้าเรื่อยๆ จนกลายเป็นทำเฉพาะที่ตัวชี้วัด ทั้งที่ Layer ที่ 1 มีอะไรมากมาย เราก็ไม่เหลียวไปมอง เพราะว่าเขาวัดตัวเขาเองนั้นใช้ Layer ที่ 1 ตลอดเวลา
เวลาทำมาตรฐานทำ Layer ที่ 3 ก็เลยเป็นตัวที่แข็งมาก และปวดหัวมากด้วย
ผมหวังว่า เวลาที่เราเข้าใจเรื่อง KM นี่ เรื่องความรู้ เรื่องการจัดการความรู้ เรื่องการเรียนรู้ เราจะเปลี่ยนทุกอย่างที่เราทำได้หมด เพราะฉะนั้นการ set มาตรฐานก็เป็นการ set แบบ KM การพัฒนาแบบ KM เหมือนกัน ดีกว่า มีความสุขมากกว่า หลากหลายมากกว่า คนรักเรามากกว่า เราก็ทำงานง่ายกว่าโดยไม่เครียดมาก เราต้องจับหลักให้แม่น อย่าไปจับเรื่องตัวชี้วัด เพราะบางทีก็ทำให้ลืมแก่นนี่คือ Innovation มันเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่ไปยึดติดกับอะไรมากไป
ทุกครั้งที่เราทำ KM จะมีสิ่งที่เราเรียกว่า Innovation ของการเรียนรู้
- หนึ่ง คือ คนทำงานเรียนรู้กันเอง จากกิจกรรมต่างๆ ที่เรามีมากมาย ที่เกิดการเรียนรู้ในหมู่คนทำงาน
- สอง คือ เราสามารถสร้าง Innovation ที่ทำให้ลูกค้าของเราได้เรียนรู้ คือ ภาคีที่เราทำงานส่งเสริมสุขภาพ เช่น ท้องถิ่น ผู้ประกอบการร้านค้า หรือคนไข้ ด้วยวิธีการอะไรก็แล้วแต่
- สาม คือ การเรียนรู้ร่วมกัน เช่น เอา KM ไปใช้ในการจัดประชุมใหญ่ ในการจัดประชุมวิชาการ เอาการ ลปรร. ขึ้นเวป IT เวปบล็อก ซึ่งเรามีเยอะแยะ
และที่พูดนี้ คือ Tacit knowledge ว่า เวลาเรา ลปรร. กันในวง มันมีแต่เรื่องการใช้ Tacit k มาเกี่ยวข้อง เวลาที่มา ลปรร. เรื่องของความสำเร็จ เรื่อง Tacit knowledge จะดูคึกคัก ได้ใจของกันและกัน การ ลปรร. ด้วย Failure story ก็ได้ แต่ไม่มันส์ เหมือน Success story
พวกเราทุกคนเป็นนักวิชาการ พวกเราก็จะชอบการ ลปรร. ด้วยการ Feedback แต่เดี๋ยวนี้ การ Feedback ก็ต้องมีเทคนิค ต้องใช้ปิยวาจา ที่เรียกว่า Appreciate inquiry คือ พยายามเข้าไปถึงคนหนึ่ง โดยใช้ท่าทีเชิงบวก ประเด็นเรื่อง Success story ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง พอเรา ลปรร. เราก็ต้องการ การสร้างพลัง เราต้องทำให้ได้ นี่ก็เป็นเรื่อง Innovation
รวมเรื่อง "วันนัดพบ แกนนำ KM กรมอนามัย"
วันนัดพบ แกนนำ KM กรมอนามัย (4) เกริ่นนำ เส้นทาง KM กรมอนามัย ตอนที่ 3
การ Feedback ก็ต้องมีเทคนิค ต้องใช้ปิยวาจา ที่เรียกว่า Appreciate inquiry คือ พยายามเข้าไปถึงคนหนึ่ง โดยใช้ท่าทีเชิงบวก ประเด็นเรื่อง Success story ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง พอเรา ลปรร. เราก็ต้องการ การสร้างพลัง เราต้องทำให้ได้ นี่ก็เป็นเรื่อง Innovation
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Mr. ธนู ผลบุญ · 14 ก.พ. 2551
อ.อาลัม · 14 ก.พ. 2551
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์ · 14 ก.พ. 2551
ครูอ้อย แซ่เฮ · 14 ก.พ. 2551
Conductor · 14 ก.พ. 2551
สวัสดีค่ะคุณหมอคนขยันของครูอ้อย
ขอบคุณค่ะ มีความสุขมากๆ ในวันธรรมสวนะ และวันแห่งความรักค่ะ