GotoKnow.org น่าจะเป็นเวทีเสมือนที่เปิดโอกาสให้อย่างอิสระในการนำเสนอออกมาตามศักยภาพที่เขามีอย่างเป็นธรรมชาติ ได้ไหม?

     “บ้านเมืองจำเป็นต้องมีขื่อมีแป จึงจะสงบเรียบร้อย” ผมมองยังไงก็ว่าเป็นเชิงลบครับ แต่ก็ยอมรับได้เพราะเมื่อมีคนหมู่มากมาอยู่รวมกัน ก็จำเป็นต้องมีอะไรสักอย่างมากำหนดกฎเกณฑ์ให้เกิดความยำเกรง และเกิดความสงบเรียบร้อยขึ้น กฎเกณฑ์ที่ว่านี้ในอดีตที่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ คือ ปทัสฐานทางสังคม (Norm) สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการตกผลึกการปฏิบัติ การคิด การปฏิบัติซ้ำ ผ่านการปรับปรุงครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉวบฉวย และแอบแฝงอย่างเช่นในปัจจุบัน

     ไม่ได้ต้องการพูดถึงกฎหมายบ้านเมืองอย่างที่เกริ่นข้างต้น แต่เป็นเพียงสะท้อนให้เห็นอะไรบางอย่างซึ่งอยากให้พิจารณากันเอง ที่จะกล่าวในบันทึกนี้ก็เป็นเพียงเพราะได้เห็นความพยายามที่จะสร้างเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อ GotoKnow.org เช่น ลองคิดดังๆ เรื่อง "ตัวชี้วัด" ใน GotoKnow  ในบันทึกของ อ.ดร.ประพนธ์ หรือ ทำไมจึงต้องมีดัชนีชี้วัด GotoKnow.org ของ อ.ดร.จันทวรรณ หรือบันทึกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ รวมถึงข้อคิดเห็นท้ายบันทึกนั้นด้วย

     จริง ๆ ในเนื้อแท้แล้วเห็นด้วยเป็นอย่างมากหากจะดำเนินการเพื่อเฟ้นหา “บันทึกคุณภาพ” แต่ก็กริ่งเกรงว่าจะนำพาให้ท้อถอยเสีย เพราะกังวลกับเกณฑ์คุณภาพที่ว่าจนไม่กล้าบันทึก ผมอาจจะพูดแทนคนอื่นบ้างในทีมงานไตรภาคีฯ คงไม่ต้องพิสูจน์ว่าเขาคือใคร แต่มีแน่ ๆ ดังเช่นถ้อยคำที่ว่า “ไม่กล้าเขียนเพราะรู้สึกว่าคนอื่น เขาเขียนดี ๆ อายเขา ขอแค่เป็นคนอ่านก็พอแล้ว”

     ความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ อาจจะไม่มีคุณภาพก็ได้หากใช้เกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งที่แข็ง ๆ ทื่อ ๆ มาวัดเขา แต่จะมีคุณภาพและมีคุณค่ากับใครก็ได้หากเขาคนนั้นอ่านแล้ว Get Idea จนนำไปสานต่อหมุนวนเป็นเกลียว เกิดความรู้ใหม่เป็นพลวัตร (Dynamic) อย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาใช้เกณฑ์ของเขาเอง ในใจของเขาเอง หาใช่เกณฑ์กลางที่ตั้งขึ้นไม่ ความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติจากนักบันทึกเหล่านี้ไม่ใช่หรือที่เราแสวงหา และอยากให้เขาได้เข้ามาสู่สังคม GotoKnow.org ให้มาก ๆ ฉะนั้นเราจะมาสกัดเขาเสียแต่ต้นทำไม

     รางวัลเพื่อสร้างแรงใจ ก็เห็นด้วยอยู่ว่ามีความจำเป็นและเป็นการเสริมแรงเชิงบวก เป็นเรื่องที่ดี แต่หากเมื่อไหร่เราได้หลงลืมวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของรางวัลที่ถูกกำหนดขึ้นเสียแล้ว เมื่อนั้นรางวัลซึ่งเป็นธรรมดาที่คนได้จะมีน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ ก็จะเกิดการท้อถอย นั่นก็คือคนที่ท้อถอยไปตามสมมติฐานนี้น่าจะมากกว่าคนที่อยู่ต่อ อย่างนี้น่าจะเรียกว่าแรงใจเทียม ฉะนั้นแรงใจแท้ในความหมายของผมคือการทำให้คนส่วนใหญ่อยู่ต่อ อยู่เพื่อร่วม ลปรร.กัน

     คนส่วนใหญ่จะอยู่ต่อได้ ก็ต้องมีอิสรภาพในการบันทึกโดยไม่ต้องสนใจว่าเกณฑ์จะเป็นเช่นไร ทางที่ดีผมจึงมองว่าสำหรับ GotoKnow.org น่าจะเป็นเวทีเสมือนที่เปิดโอกาสให้อย่างอิสระในการนำเสนอออกมาตามศักยภาพที่เขามีอย่างเป็นธรรมชาติ ได้ไหม? กฎเกณฑ์ใด ๆ ถ้าไม่มีได้ก็จะดี หากจะมีก็อย่าได้เคร่งครัดจนไปปิดกั้นโอกาสที่ดีงามนั้นเสีย เพราะเหมือนจะไปขัดแย้งเสียเองกับหลักการที่พยายามจะให้ “คน” นำความรู้/ภูมิปัญญาฝังลึกที่ทรงคุณค่าออกมาให้มากที่สุด เพื่อแลกเปลี่ยนกัน และพัฒนาความรู้ต่อยอดกันออกไปอย่างต่อเนื่อง ใช่ไหมครับ?