เพลงอีแซว
ต้องมีการเจรจาโต้ตอบด้วย
หรือต้องมีการพูดประกอบการแสดงด้วย
ต้องมีการเล่นมุขตลก เล่นทะลึ่งด้วย
ต้องเล่นให้คนขำด้วยคำหยาบ
หรือว่าจะต้องทำอย่างไรกันแน่
เป็นความคิดความเห็นที่มีผู้สงสัยกันมาก และโต้เถียงกันไปตามความเห็นต่าง ๆ นา ๆว่า เพลงอีแซวควรที่จะต้องนำเสนอการร้องเพียงอย่างเดียว หรือว่าจะต้องร้องไปรำไป ทำท่าทางไปด้วย หรือว่าจะต้องมีทั้งร้อง รำ ทำท่าทาง พูดจากันไป เจรจาโต้ตอบข้องสงสัยไปด้วย แล้วคำพูดจาที่ใช้คำไม่สุภาพเป็นลักษณะของเพลงอีแซวด้วยหรือไม่ ความเป็นจริงในข้อสงสัยทุกประเด็นที่กล่าวมา มีการนำเอามาผสมผสานในการแสดงเพลงอีแซวแล้วแต่ว่าคณะใด วงใด ผู้ที่นำเสนอผลงานจะมีความสามารถมีความถนัด หรือต้องการเน้นจุดเด่นในการแสดงรูปแบบใด
- วงใดร้องเก่งก็โชว์เสียงร้องมาก ๆ ร้องเป็นหลัก ดำเนินเรื่องด้วยการร้องไปตลอด
- วงใดรำเก่งก็โชว์การรำ มีนักแสดงมาร่วมรำเป็นจำนวนมาก ดูเป็นเพลงรำไปเลย
- วงใดมีนักพูด ก็นำเสนอการสนทนาพูดจาโต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน
- วงใดมีมุขตลกในรูปแบบต่าง ๆ ก็นำเอามาให้อารมณ์ขัน ผู้ชมได้หัวเราะกัน
- วงใดผู้แสดงมีความเจนเวทีหน่อยก็จะรู้ว่าผู้ชมเป็นคนในระดับใดเลือกใช้คำที่เหมาะสม
มีท่านผู้รู้ (เรียกตนเองหรือมีผู้อื่นเรียกท่านว่าผู้เชี่ยวชาญทางเพลงพื้นบ้าน) ได้ให้ ข้อสังเกตในการแสดงเพลงอีแซวเอาไว้ว่า การแสดงเพลงรำอีแซว จะต้องฝึกให้ผู้แสดงรำพร้อมเพรียงกัน บทพูดที่ใช้ในการเจรจาจะต้องมีจ๊ะจ๋า ค่ะขา แบบไทย ๆ ท่านแนะนำว่าการเล่นมุขตลก ไม่ควรมีเพราะนี่เป็นเพลงพื้นบ้าน มิใช่ละคร ในกรณีนี้ผมไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะท่านเห็นเด็ก ๆ ขึ้นไปเล่น มีมุขตลกโดยการร้องเพลง โดยการพูดจาโต้ตอบ โดยการร้องเพลงปะทะคารมบนเวทีแสดงหรืออย่างไร จึงได้เหมาเอาว่า เพลงพื้นบ้านมิใช่ละคร ท่านอาจจะไม่เคยได้ชมการแสดงอีแซวในยุคเมื่อ 45-50 ปีก่อน ที่ครูเพลงในยุคนั้นเขาเล่นกันเป็นละคร คือ เล่นกันเป็นเรื่อง มีทั้งร้องเพลงอีแซว พูดเจรจาแบบละคร ให้ได้รับรู้เรื่องราว ได้รับประโยชน์
ถ้าจะให้ชี้ประเด็นลงไปว่า ควรที่จะยึดแบบใด ผมต้องหยุดคิดทบทวนย้อนกลับไปเมื่อครั้งดูเพลงพ่อไสว วงษ์งาม แม่บัวผัน จันทร์ศรี เล่นกันบนศาลา บนโรงลิเก รวมทั้งเล่นเพลงกันที่ลานบ้าน ที่มีเสื่อปูรองพื้นให้นักแสดงเพลงอีแซวเล่นแทนเวทีแสดงอย่างในปัจจุบัน ผมจำได้ว่าก่อนที่ท่านจะร้อง จะมีการปูเรื่องไปสู่บทร้อง เหมือนเป็นพิธีกรประกาศให้ผู้ชมรับทราบก่อน แล้วการร้องเวลาจะส่งบทไปยังคนต่อไป โดยเฉพาะคำลง ได้ฮาทุกลง ถ้าไม่มีฮาก็จะเป็นคำลงที่จิกความรู้สึกให้เจ็บไปถึงทรวงทุกลง ผู้คนจึงติดตามไปดูเพื่อความอิ่มใจที่ได้เห็น
มาถึงวันนี้ ปี พ.ศ. 2551 การแสดงเพลงอีแซวบนเวทีในงานต่าง ๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี กำลังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการแสดงไปมากบ้างน้อยบ้างตามความเข้าใจของครูผู้ฝึกสอนซึ่งท่านเหล่านั้นอาจจะไม่เคยได้รับรู้ความจริงจากบนเวทีการแสดงเพลงอีแซวร่วมกับนักแสดงจริง ๆ มาก่อนเลย จึงทำให้ปรากฏคำพูด บทเจรจาที่แปลก ๆ ออกไป เช่น
- นักแสดงใช้คำพูดจ๊ะ จ๋า พูดคุณ พูดผม พูดเรา พูดเธอ ทั้งที่นุ่งโจงกระเบน
- ใช้คำพูดแบบทะลึ่งตึงตัง หวังว่าจะให้ผู้ชมขำ สนุกไปกับคำที่เขาพูด
- ใช้คำพูดแบบคำผวน เมื่อผวนออกมาจะเป็นคำหยาบคายทั้งสิ้น ในขณะที่เป็นเด็ก
- ใช้คำหยาบตรง ๆ (คำแดง) ตั้งใจนำเสนอคำหยาบคาย และย้ำอย่างหนักแน่น
- เล่นมุขตลกแบบกระโดดโลดเต้น ร้องเพลงทะลึ่ง ทำทาทางไม่สุภาพ
ผมได้ชมการแสดงเพลงอีแซวระดับเยาวชนมาทั้งหมดหลายคณะ เท่าที่กล่าวมาข้างต้น ได้เห็นเยาวชนแสดงออกด้วยความสามารถ ถึงแม้ว่าบางอย่างจะดูไม่เหมาะสม แต่นั่นก็เป็นการสื่อเพื่อต้องการที่จะให้ผู้ชมรับรู้ในความสามารถของพวกเขา รวมทั้งเป็นความคิดจินตนาการที่มาจากคุณครูผู้ฝึกสอนเพลงวงนั้นมา ในส่วนตัวของผม ผมพอรับได้ แต่ก็จำคำที่พี่เกลียว เสร็จกิจ (ขวัญจิต ศรีประจันต์) ท่านเคยสอนผมว่า
“ชำเลือง การแสดงเพลงอีแซวที่ดี มันต้องมีจุดขายที่คนดูรับได้และเหมาะสมกับกาลเทศะด้วย บางครั้งพี่ใช้คำหยาบคายเลยละ คนดูก็รับได้ นั่นเพราะเป็นขวัญจิต ศรีประจันต์ ใครลองไปทำตามพี่ ทำแล้วคนดูไม่ขำ คนเรามีบุคลิกลักษณะ ที่โดดเด่นต่างกัน ควรที่จะค้นให้พบจุดขายเอามานำเสนอจะดีกว่า”
จากคำที่กล่าวมาข้างต้น เป็นบทเรียนให้ผมต้องเก็บเอามาคิด และจากการติดตามชมผลงานของพี่เขามานานนับ 10 ปี (นานกว่า 35 ปี) ไม่ว่างานแสดงจะอยู่ในที่ห่างไกลความเจริญจนถึงการแสดงในโรงแรมขนาดใหญ่ ๆ ผู้ชมติดตามไปให้กำลังใจเขาเป็นจำนวนมาก เพราะความมีเสน่ห์ในตัวผู้แสดง หากเรามาคิดตรงจุดนี้ และพยายามพัฒนาฝีมือจุดขายของเพลงอีแซว อาจจะอยู่ที่ลีลาอันสุภาพเสียงร้องที่นุ่ม ๆ ความสนุกสนาน การกระโดดโลดเต้นพอประมาณ เล่นตลกปล่อยมุขที่เหมาะสมกับท่านผู้ชม รวมไปถึงการใช้คำหยาบโลน (ไม่ถึงหยาบคาย ไม่ใช้คำด่าว่ากัน) หรือมีบ้างพอเหมาะสมก็น่าที่จะไปได้ เราคงไม่ตีกรอบการแสดงเสียจนดิ้นไปทางไหนไม่ได้ ทำให้ผู้แสดงอึดอัดก็จะพลอยหมดรสชาติไปด้วย
การแสดงเพลงพื้นบ้านทุกชนิดจึงมีคำพูดที่ใช้คู่กันมาเสมอว่า เป็นเพลงที่ร้องแบบสองแง่สองง่าม (คิดไปทางไหนก็ได้สุดแล้วแต่ใจคิด) เป็นคารมชวนหัว สนุกสนาน แฝงแง่คิดคติธรรม ประโยชน์เอาไว้มากมาย เพลงอีแซวจึงเป็นสื่อพื้นบ้าน ที่สามารถนำพาความรู้สู่ผู้ชมได้อย่างน่าสนใจ ครับ
เพลงอีแซวในวันนี้ เป็นเพลงพื้นบ้านรูปแบบเดียวของจังหวัดสุพรรณบุรีที่ยังคงเป็นการแสดงอาชีพได้ หากต้องการประยุกต์ให้น่าสนใจ หรือเพื่อหวังความก้าวหน้า ควรที่จะทำให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ สถานการณ์ เหมาะสมกับระดับของผู้ชม เพื่อรักษารูปแบบของเพลงอีแซวเอาไว้ให้ได้มากที่สุด และให้คงอยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน
ตัวอย่างบทเพลงสนุก ๆ สมัยเก่า “ตับตอ” (ไม่จบเพลง)
พี่เป็นหนุ่ม แอบอยู่พุ่มกระเจา
มานั่งสุ่มคอยสาว จนตะวันสาย
จนนาฬิกาใต้พก เข็มกระดกลูกตุ้ม
มาคอยสาวนั่งซุ่ม จนกระสับกระส่าย
มานั่งหงอยคอยเหงา จนเข็มยาวตั้งโด่
คอยแม่เพลงคนโก้ ทำไมไม่โผล่จากริมไพร
ชาติอีหญิงเลวทราม ช่างซุ่มซ่ามมาขอ
เห็นคนเป็นตอ ช่างไม่ดูเหนือใต้
มานั่งอยู่เป็นครู่ คอยอยู่เป็นพัก
อีหญิงระยำคลำหยัก มาโดนตอจนได้
หน่อยตอจะตำติดตีน จนนอนดิ้นนั่งดึ๋ง
จะตำเอาพุงตึง ๆ จนตุ่ยโตขึ้นเป็นไต
ตอจะตำตีนแก จะแกะแก้ก็ไม่ออก
ตอจะตำหนามจะยอก จะติดตัวไปจนตาย
มันเป็นตอลืมตา หมูหมาไม่ตำ
ตอสกุลมันไม่ต่ำ ไม่ใช่ตอไม้ตาย
เบนหน้าเข้ากอ ทำหน้างอคอง้ำ
ต่างตอมันจะตำ จนถึงตับถึงไต
เอ้างั้นขุดตอโค่น เสียให้โคนมันแตก
ขึ้นฝนตกแรก ตื่นแตกมันไม่ตาย
เอ็งขุดตอไปแล้ว ว่ารากแก้งยังอยู่
จะแตกหนอนะอีหนู เห็นสวรรค์รำไร
เอ็งจะเอาโยนน้ำ มันก็เวียนแวะ
พอน้ำป่วนเข้ามาแปะ กันเข้าไปลอยอยู่ที่ชาย
น้ำที่อาบเปียกตอ เอ็งอาบน้ำบนหัวตอ แยกงอแตกหงาย
เวลาไปอาบน้ำระวังตอจะตำ เสียจนหูหาตาลาย
ถึงจะเหยียบจะย่ำ มันก็ไม่ต่ำลง
สักประเดี๋ยวมันก็โด่ง เหมือนกับคอไก่
จะมาเหยียบตอกก จะกระดกขึ้นมา
ระวังจะตำ ห. อาหา ของมึงเข้าให้
เป็นตอหญ้าหลายหน่อ แล้วก็ตอไผ่ตง
หน่อยจะวัดถังโย่ง เล่นเอาเอ็งหงายไพ่
ถ้าเอ็งขุดไปแล้ว รากแก้วยังอยู่
จะแตกหน่อผ่ารู นะอีจังไร
เอ็งจะขุดตอโค่น เสียให้โคนมันแตก
ชื้นฝนตกแตก ตีนรากมันไม่ตาย
แต่พอถึงเดือนหก ฝนตกดินเปียก
แตกหน่อแค่เกรียก ลูกติดอีกสองใบ
เอ็งจะขุดทิ้งน้ำ มันก็จะเวียนแวะ
น้ำป่วนเข้ามาแปะ พอจะเข้ากันได้เ
มื่อเวลาน้องยา เจ้ามาอาบน้ำ
ระวังตอจะตำ อีเต่าใน
มันเป็นตอกายสิทธิ์ มีฤทธิ์จริง ๆ
ตอไม่ชอบผู้หญิง ยิ่งกว่าอะไร
พอฝนชุ่มดินชื้น แตกขึ้นรอบข้าง
ไอ้ตอตูมแข็งตั้ง มันจะตำเอ็งตาย
แต่พอลมพระพาย พัดไหว ๆ หวี่ ๆ
ขี้เถ้าจะปลิวเข้า…หน้า ของเอ็งพองได้
ชำเลือง มณีวงษ์ - ถ้วยรางวัลชนะเลิศประกวดเพลงอีแซวจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2525
- ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมรางวัลราชมงคลสรรเสริญ ปี 2547
- โล่รางวัลความดีคู่แผ่นดิน รายการโทรทัศน์ช่อง 5 ปี 2549