ทอง..ทอง..ทอง..ใครมีทองอย่าขาย เก็บไว้ให้ดี
ความต้องการทองคำแท่ง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
และจะผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นได้อีกในปี 2551 นี้ค่ะ
โปรดใช้วิจารณญาณของท่านด้วยค่ะเพราะท่านเท่านั้น
ที่จะเป็นผู้รับความเสี่ยงเองทั้งหมด
ด้วย ดิฉันได้ไปร่วมในงานสัมมนา
Market Outlook Seminar
ที่
Credit
Suisse จัดเมื่อวันที่
31 มกราคม
2551 ที่โรงแรมโฟร์ซีซัน
กทม.
เป็นการเผยแพร่การวิจัยของเธนาคารครดิตสวิส ในเรื่องที่เกี่ยวกับ Private Banking และ Asset Management ซึ่งผู้ที่นำทีม มาพูดให้ฟังในวันนี้คือ Mr.Giles B Keating—Managing Director of Credit Suisse in the Private Banking Division , based in Zurich.
มีผู้เข้าฟังหนาตาพอสมควร เพราะธนาคารนี้ ตั้งมาตั้งแต่ ปี 1856 มีอายุเก่าแก่ถึง 152 ปี และ เป็นธนาคารใหญ่เป็นที่ 2 ของประเทศสวิส รองจาก UBS AG. เรียกว่า เก่าแก่มาก มีประสบการณ์สูง ดังนั้น งานวิจัย จึงน่าจะเชื่อถือได้ในระดับที่มากพอควร

เนื้อหาการบรรยาย..:::ค่อนข้างมากแต่กระชับ มีแผนภูมิประกอบแบบมืออาชีพ (ขอชมว่า มีการจัดทำเอกสาร ที่ดูน่าเชื่อถือ เป็นProfessional มาก) ซึ่งดิฉันขอสรุปดังนี้คือ ::
1. ขณะนี้มีวิกฤตการณ์ทางการเงิน เรื่อง สินเชื่อที่อยู่อาศัยเกิดขึ้น ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่ยังไม่เรียกว่า ถดถอย เพราะภาคเศรษฐกิจจริงยังมีความเติบโตอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ เขาใช้คำว่า ว่า US corporate balance sheets are still very healthy แม้ในยุโรปเอง ก็ยังไม่เรียกว่า เป็นภาวะถดถอย และหวังว่า ทุกอย่างจะคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว

(จริงๆแล้วเหตุการณ์นี้ ดิฉันคิดว่า ทางสถาบันการเงินต่างๆไม่ค่อยอยากเปิดเผย แต่จำเป็นต้องเปิดเผย เพราะ มีปรากฏผลขาดทุนในงบการเงิน และการปรับลดมูลค่าทางบัญชีสำหรับทรัพย์สินที่ด้อยค่า และทางบริษัทจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือ ก็ทะยอยปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่ง.....)
(แต่การบรรยายในครั้งนี้ พยายามให้คน มองภาพดีไว้ก่อน ไม่ให้นักลงทุนตื่นตระหนก ---ผู้เขียน)
2.อสังหาริมทรัพย์ ในประเทศจีน อยู่ในภาวะที่ร้อนแรงมาก จนรัฐบาลต้องพยายาม ดึงๆเอาไว้บ้าง แม้แต่อุตสาหกรรมการผลิตก็เข้มแข็งดี
3.ในปี 2008 ประเทศที่จะเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก คือ ประเทศจีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล ประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่นจะถดถอยลง แต่ GDP Growth กลับถดถอยลงหมด แทบทุกประเทศ เช่น ตัวเลขการขยายตัวทางศก.ของอินเดียที่ลดลง มาจากผลกระทบเศรษฐกิจโลกอ่อนตัว จากมาตรการคุมเข้มด้านการเงิน และความผันผวนของค่าเงินรูปี ในขณะที่จีนประเทศคู่แข่ง ก็ผ่านจุดสูงสุดของการขยายตัวเหมือนกัน ดูในภาพค่ะ
ยกเว้นประเทศไทยและเวียดนาม ที่กลับ จะเติบโตดีขึ้น แต่แม้เวียดนามจะขยายตัวดี แต่เงินเฟ้อสูงกว่าประเทศไทยค่ะ
4. เงินดอลล่าร์อ่อนค่าลงมาก เพราะปัญหา ซับไพรม์ (Subprimes)........ เป็นสินเชื่อในสหรัฐที่ให้แก่ผู้กู้ที่มีประวัติด้านเครดิตที่ด้อย หรือมีศักยภาพด้านการชำระหนี้ต่ำ
โดยพิจารณาจากคะแนนความน่าเชื่อถือด้านเครดิต (FICO credit scores) ที่ต่ำกว่า 620 จากมาตรวัดระหว่าง 300-850 สินเชื่อเหล่านี้มีประมาณร้อยละ 10 ของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ
ซึ่งใกล้เคียงกับสินเชื่อ ที่ให้แก่ผู้ที่ได้คะแนนความน่าเชื่อถือด้านเครดิตสูงกว่า 620 แต่ขาดเอกสารประกอบการกู้อื่นๆ ที่เชื่อถือได้ (เรียกว่าประเภท Alt-A) ปัญหาคือ ขนาดของสินเชื่อซับไพรม์นี้นำไปสู่ความเสี่ยงที่ยากจะประเมินให้ถูกต้องได้
เมื่อถูกนำไปใช้ค้ำประกันหรืออ้างอิงตราสารใหม่ๆ อีกหลายต่อหลายทอด กองทุนประเภทดังกล่าวนี้ ได้ถูกตัดแต่งให้มีโครงสร้างใหม่เป็นที่ถูกใจนักลงทุน จนได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูงถึงระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับพันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรของบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียงได้
ทั้งๆ ที่มาจากหนี้ย่อยๆ ที่ด้อยคุณภาพอย่างมาก การตัดแต่งทางการเงิน (financial engineering) แบบนี้ ปกติจะไม่เกิดปัญหาพร้อมๆกัน
แต่สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ เกิดเพราะมีความเสี่ยงที่สูงกว่าเกณฑ์ปกติจากปัจจัยระดับมหภาค ซึ่งส่งผลถึงฐานะทางการเงินของผู้กู้หลายรายพร้อมๆ กัน
วิกฤตการณ์ซับไพรม์เป็นบทเรียนของการปล่อยสินเชื่ออย่างไม่ได้มาตรฐาน
นั่นเอง
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
และเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว
ตลาดแรงงานก็อ่อนแอลง รายได้คนกู้ยืมก็จะน้อยลง
จนไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้ โปรดดูภาพข้างล่างนี้ค่ะ</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
</h5>
<h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
5. เงินต่างประเทศไหลจะเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
เนื่องจากราคาหุ้นของเราถูก
และจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะ
Outperform ตลาดหุ้นอื่นๆ ใน Asia ได้ นอกจากนี้
สิงคโปร์และฮ่องกง
ก็น่าลงทุนมาก
</h3>
<h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
เหตุผลหลักที่ตลาดหุ้นไทย
Underperform ตลาดหุ้น Asia ในช่วง 2-3
ปีที่ผ่านมา เนื่องมาจาก
ปัญหาความไม่สงบทางการเมืองด้วย </h3>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5>
ไทยมีความน่าดึงดูด
เพราะผลกำไรจากบริษัทจดทะเบียนออกมาดีต่อเนื่อง พีอี เรโช
ของเราน่าจะเป็น
13เท่า ดีขึ้น จาก
ต่ำกว่า11เท่า
ในขณะนี้
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
ประเทศที่น่าระวังคือญี่ปุ่น
เกาหลีและไต้หวัน
</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
เพราะจะได้รับผลกระทบจาก ภาคเทคโนโลยี่
ที่ปรับตัวย่ำแย่ที่สุด
ในช่วงที่สหรัฐประสบภาวะชลอตัว
</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
นอกจากนี้
Credit Suisse เน้นว่า ประเทศจีน
ยังมีความเติบโตสูงมาก
ในด้านการส่งออกอาหาร
มาเลี้ยงคนในภูมิภาคเอเซียทั้งหมด ดุในด้านผักผลไม้ค่ะ กราฟ
กำลังเชิดหัวขึ้นอย่างน่ากลัว
คงจะเป็น New High
อีก
</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
6.
สำหรับการลงทุนในด้านอื่นๆ</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
Credit Suisse แนะนำให้ลงทุนในกองทุนทอง หรือ
ใครมีทองก็ให้เก็บทองไว้ปีนี้</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
ทองกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมาก
และราคาน่าจะดีขึ้น</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
ทองเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีมาก
ความเสี่ยงก็ต่ำเพราะทองสามารถรักษาคุณค่าไว้ได้เสมอ
ที่สำคัญก็คือ
ทองนั้นไม่มีการหลอกลวง หรือเก๊ เหมือนตราสารการเงิน
เช่น หุ้นที่ราคาอาจถูกปั่นขึ้นไปสูงมาก
หรือพื้นฐานของบริษัทอาจเปลี่ยนแปลงจนทำให้มูลค่าสูญหายได้มาก
แต่ทองอย่างไรก็ยังเป็นทอง
และมันให้ความรู้สึกที่ดีเสมอ</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
ซึ่งตรงกับที่ มหาวิทยาลัยหอการค้า
กล่าวว่า….ราคาทองคำที่สูงขึ้นกระทบต่อกำลังซื้อหายไป
อย่างมาก
ในช่วงตรุษจีน</h5>
พร้อมกันนี้
ได้ทำการสำรวจประเด็นความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
ส่วนใหญ่
73.3% มองว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้น
และฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2
ของปีนี้</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
ส่วนอีก 14%
มองว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง</h5>
<h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
และ 12.7% มองว่าเศรษฐกิจเหมือนเดิม
โดยคาดหวังให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก</h5>
<h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
สรุปจาการที่ได้ฟังมาทั้งหมด::
Credit Suisse มีการมองภาพเป็นบวก
ให้กำลังใจแก่นักลงทุนมาก
</h3>
<h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">
เศรษฐกิจไทยปี
2008
มีแนวโน้มจะโตได้มากกว่าในปีนี้</h3>
<h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">
นอกจากการที่
จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่แล้ว
ภาคเอกชนเองก็มี Pent-up demand
(ความต้องการที่ถูกอั้นไว้)
อยู่สูงมาก</h3>
<h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">
เช่นภาคธุรกิจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูท่าทีของรัฐบาลใหม่
ต่างประเทศชะลอการตัดสินใจด้วยเหตุผลเดียวกัน
หรือประชาชนที่ยังไม่รีบร้อนที่จะซื้อบ้านหรือรถยนต์</h3>
<h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">
เหล่านี้คือ Pent-up demand
ที่จะทะลักเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเมื่อ Confidence level
มีสูงขึ้น และเชื่อว่า เราอาจจะได้เห็น Growth rate
ของเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่มีการพูดถึงกัน</h3>
<h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">
ในเรื่องของทอง ศูนย์วิจัยกสิกร
ก็ยังให้คำแนะนำว่า
ยุคนี้
เป็นช่วงขาขึ้นของราคาทอง </h3>
<h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
เนื่องจาก การที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์
กำลังอ่อนค่าลง ราคาน้ำมันก็ยังทรงตัวในระดับสูง
และสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่นิ่งดีนัก
ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการทองคำแท่งของบรรดานักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
และมีส่วนผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นได้อีกในปี
2551 </h3>
<h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
</h3>
<h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">
อย่างไรก็ตาม ดิฉันเห็นว่า
เรายังไม่ควรเชื่ออะไรไปทั้งหมด
ตามที่นักวิเคราะห์พยายามจะบอกเรานะคะ</h3>
<h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">
ข่าวสารที่เราได้รับนั้น บ่อยครั้งมันไม่ได้สะท้อนภาพทั้งหมด
จริงๆแล้ว
ข่าวสารที่เราได้รับส่วนใหญ่สะท้อนภาพที่แท้จริงเพียงด้านเดียวเท่านั้น </h3>
<h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">
เวลาเราได้รับข่าวสาร ดิฉันเห็นว่า เราอาจจะต้อง “กรอง”
และพินิจพิจารณาอย่างระมัดระวังว่า ข่าวสารนั้น
อาจจะมีความ “ลำเอียง”
มากน้อยแค่ไหน “ความลำเอียง”
ที่ว่านี้ มักจะสะท้อนแต่เสียงของ “ผู้ชนะ”หรือผู้ที่ได้กำไร และ
ในช่วงนี้ดูเหมือนว่า จะมีคนได้กำไรจากทอง
เพราะราคาทองขึ้นไปมากเหมือนกัน</h3>
ข้อมูลที่ออกมาก็คือ
ทองน่าจะ เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดี แต่ควรเป็นการลงทุนในกองทุนที่มี
มืออาชีพ
จัดการให้ ไม่ใช่ไปซื้อทองเอง
แล้วมาเก็งกำไรเอง คงไม่ Work ค่ะ





ไม่ว่าจะลงทุน ในด้านใดๆ ในความเห็นและประสบการณืส่วนตัวของดิฉัน คือ........
เราอาจต้องมีวิธีที่จะกรองข้อมูลให้ได้ มากที่สุดค่ะ
อาจจะดูจากสถิติที่เป็นตัวเลขที่รวมข้อมูลรอบด้าน และดูถอยหลังไปเป็นระยะเวลายาวนานพอควร
โดยการทำเช่นนี้ เราก็จะไม่ถูกหลอกโดยข้อมูลด้านเดียวของผู้ชนะที่เกิดขึ้นตลอดเวลานะคะ
สำหรับตรุษจีนปีนี้ ดิฉันไปสำรวจตลาดมาหลายแห่ง วันนี้เอง พบว่า......
โดยภาพรวมตรุษจีนปีนี้ไม่ค่อยจะคึกคักมากนัก
เนื่องจากประชาชนยังระมัดระวังต่อการใช้จ่ายและไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลใหม่คาดการณ์ไว้ โดยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามภาวะราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก
การซื้อของเซ่นไหว้นั้น พบว่าไข้หวัดนกไม่มีผลต่อการซื้อไก่ไหว้เจ้า
แต่ราคาทองคำที่สูงขึ้นกระทบต่อกำลังซื้อหายไปมาก ดูตามรานขายทองไม่คึกคักค่ะ
โดยสิ่งที่ประชาชนเป็นห่วงในช่วงเทศกาลตรุษจีน อันดับแรกคือ การฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า รองลงมาคือค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวแพงขึ้น อุบัติเหตุบนท้องถนน และเรื่องความปลอดภัย การจี้ปล้นเป็นต้น
พร้อมกันนี้ ได้ไปพูดคุยกับ คนทั่วๆไปที่รูจักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง
พบว่า ความคาดหวัง ให้รัฐบาลให้ความเอาใจใส่เรื่องเศรษฐกิจให้มากๆ
ตามด้วยอย่าให้ราคาน้ำมันสูงนัก ช่วยดูเรื่องราคาสินค้า การศึกษา และความประพฤติของเยาวชน ด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ
ผู้บรรยาย พยายามจะแสดงภาพว่า เศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกา ยังดีอยู่ แม้ในช่วงนี้ อาจจะอ่อนแรงไปบ้าง
สวัสดีค่ะคุณหญ้าบัว
ตอนนี้ใครๆกลัวคำว่า....Recession หรือความตกต่ำทางเศรษฐกิจ กันพอดูเลย
ปี 2008 จะเป็นปีที่ยากนะคะ เพราะสำหรับลงทุน มีความเสี่ยงพอควร ส่วนใหญ่ เลยหันไปเก็บทอง เก็บแล้วเก็บเลย เก็บนานๆไปเรื่อยๆ แต่อย่าไปเก็งกำไรซื้อนะคะ จะขาดทุนเอาง่ายๆเหมือนกัน เพราะโอกาส ราคาทองจะลงก็มีค่ะ
สำหรับดิฉัน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ
สิ่งที่ตอกย้ำว่าเศรษฐกิจไม่ดีคือการที่ร้านทองแถบเยาวราชเปิดในวันตรุษจีนซึ่งปกติหยุด เป็นเพราะต้องการลูกค้า
โดยส่วนตัวมีความเห็นว่าการเก็บทองไว้อย่างเดียวเป็นการจมทุนค่ะ ที่บ้านใช้วิธีซื้อเข้าขายออก รับซื้อต่างร้าน ขายคืนร้านเจ้าของยี่ห้อเพื่อหักส่วนต่าง รับคืนทอง 90% (ผู้บริโภคซื้อไป 100 ขายคืนได้แค่ 50 เป็นมาตรฐานมานานแล้ว บางที่ไม่รับคืนด้วยซ้ำเพราะมีการประดับพลอยยุ่งยาก ต้องทุบทิ้งแล้วนำมาหลอมกลับเป็นทองแท่ง) อันนี้ถ้าจะทำได้ต้องมีความชำนาญ ไม่เหมาะกับผู้บริโภคทั่วไปจะทำตาม และการเก็งทองระยะสั้นเหมือนค้าหุ้นแบบ day trade ก็ไม่ได้จำนวนเงินมากเท่าไหร่สำหรับผู้มีทุนน้อย ยิ่งโดยเฉพาะการเก็งทองรูปพรรณซึ่งต้องเสียส่วนต่างค่ากำเหน็จสูง
ถ้าทิศทางราคายังขึ้นมากแบบนี้เรื่อยๆ ต่อให้เก็บเยอะ เอาออกมาขายก็กำไรครั้งเดียว ไม่สามารถซื้อใหม่เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างเพราะราคาจะถีบตัวสูงขึ้นไปอีก หรือถ้าจะทำจริงก็ต้องใช้ทุนสูงตามขึ้นไปอีกด้วย เสี่ยงสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงนี้นะคะ เตือนด้วยความหวังดี
ราคาทองบ้านเราแต่ละวันผันผวนไม่มาก เพราะมีสมาคมค้าทองคำเป็นผู้กำหนดอัตราขึ้นลงในแต่ละวัน ไม่ให้ภายในวันเดียวกันเกิดการแกว่งตัวมากจนผู้บริโภคตกใจ แต่บ่อยครั้งก็รู้สึกไม่ดีเพราะเป็นการบังคับตลาดภายในประเทศให้ต่างออกไปจากความเป็นจริงของตลาดรวม เคยเจออาการทองลงทั่วโลก แต่ประเทศไทยเราไม่ลงเพราะสมาคมประกาศไว้เท่านั้นแล้ว ต้องรอวันถัดไป แถมเดี๋ยวนี้มีมาตรการคิดค่ากำเหน็จทองแท่งเพื่อลดการเก็งกำไรของผู้บริโภคด้วย (สรุปคือ ไม่อยากให้คนอื่นเก็งนอกจากตัวเอง - - “ )
การจะซื้อขายส่วนใหญ่ต้องดูตลาดค้าทองต่างประเทศ ปกติดูจากที่นี่เป็นตัวเปรียบเทียบค่ะ ดูกราฟการขึ้นลงก็พอจะทราบทิศทางของแต่ละวันก่อนที่สมาคมจะประกาศราคาในตอนเช้า http://www.kitco.com/ เป็นการเปรียบเทียบราคาทองจากตลาดทั่วโลกตลอด 24 ชั่ว โมง โดยมีชาร์ตรายวันให้ดู และถ้าจะดูตลาดทองต้องดูราคาน้ำมันเปรียบเทียบควบคู่ไปด้วย
สนใจดูข้อมูลเกี่ยวกับการค้าทองคำที่มีประโยชน์ก็ดูได้ที่นี่ค่ะ http://www.ranthong.com/
อ้อ ลืมอีกอย่างค่ะ นอกจากดูราคาน้ำมันแล้วต้องดูตลาดค้าเงินด้วย มันสัมพันธ์กันทั้งสองตัว
ยังไม่สายเกินไป ที่จะอวยพรตรุษจีนให้แก่ทุกท่าน ในGotoKnowนี้นะคะ
ดิฉัน มีคุณย่า เป็นคนจีน
คุณย่าของลูก เป็นคนจีน และคุณยายของหลานก็ยังเป็นคนจีนอีก จึงให้ความสำคัญแก่วันนี้ มาตลอดค่ะ และคิดว่า เป็นประเพณีที่ดี ที่ต้องสืบสานต่อไปค่ะ
เช้านี้ เป็นวันหยุดตรุษจีน เปิดเน็ท เลยเข้ามาเจอบันทึกนี้
อ่านพบว่า หุ้นไทยแย่สุดในเอเซียเลย น่าสะท้อนใจจังค่ะ เมื่อไรจะดีขึ้นนะเนี่ย....แงๆๆๆ
แวะเข้ามาศึกษาเรื่องเงินๆทองๆนะครับ เข้าบรรยากาศตรุษจีนด้วย
ขอขอบคุณครับได้ความรู้และแนวความคิดใหม่เพิ่มขึ้น ต้องไปขยายผลต่อกับคนใกล้ชิดให้ทราบ ก่อนที่จะปล่อยไปหมด
สวัสดีค่ะน้อง Little Jazz \(^o^)/
นี่ละตัวจริง เสียงจริงเรื่องทองมาแล้ว สามารถให้คำแนะนำใครๆที่อยากซื้อทองเก็บ หรือ เก็งกำไรได้ ชัวร์ๆๆ
ตัวพี่เอง เก็บทองไว้เฉยๆ นานๆๆมากๆๆ ตั้งแต่ทองยังราคาถูก ไม่เคยเอามาเก็งกำไรอะไร คิดว่า เก็บเป็นหลักทรัพย์อย่างหนึ่งเท่านั้นเอง
แต่นักวิเคราะห์จะให้เหตุผลเหมือนกัน ทั้งไทยและเทศ ว่า ทองจะเข้ามามีบทบาท อีกครั้ง ตามเหตุผลที่กล่าวข้างต้นค่ะ
และพวกที่ทำเพ็ชรนิลจินดาขาย ก็ต้องใช้ทอง ดังนั้น ราคาของสวยงามเหล่านี้ ก็ต้องแพงขึ้นด้วย
พอแพงมากๆ คนไม่ซื้อ ราคาก็ต้องลงมา เป็นธรรมชาติ
ช่วงนี้ ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ จากค่าครองชีพ และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน ทำให้การบริโภคตึงตัวขึ้น
พี่เห็นคนเริ่มมีการจับจ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น เมื่อวานไปสำรวจตลาด ดูหงอยๆพิกล
อย่างที่น้องว่า ร้านทองเปิดขายตรุษจีนค่ะ
ทองอาจลงราคาบ้าง เพื่อการปรับฐานใหญ่ในบางจุด แต่มันจะสั้นกว่าการปรับฐานที่เคยเกิดก่อนหน้า และราคาที่ลดลงในช่วงใดๆจะเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมในการเข้าซื้อ ถ้าอยากจะซื้อเก็บนะคะ
โปรดใช้วิจารณญาณ ให้มากๆค่ะ ถ้าจะซื้อเก็งกำไร
พวกนักวิเคราะห์ เชื่อมากนักไม่ได้ ต้องมองถอยหลังกลับไปดูประวัติศาสตร์ของการเคลื่อนไหวของราคาทอง และ ดูประสบการณ์ของเรา กับ ของคนอื่นๆ ในชีวิตจริงประกอบด้วยค่ะ
Little Jazz \(^o^)/
อย่างที่ น้องบอกว่า เราต้องดูปัจจัย หลายตัวมาประกอบกันนะคะ
มีข่าวมาตอกย้ำว่า.....ราคาทองลงแล้ว ก็กำลังขึ้นอีกค่ะ
ราคาทองคำตลาดล่วงหน้าเพิ่มขึ้นมาแรง ปิดเหนือระดับ 900 เหรียญได้ในวันพุธที 6ก.พ.2551 แม้ว่า เมื่อวันอังคาร ทองคำตลาดล่วงหน้าลดลง 19.10 เหรียญ จบที่ 890.30 เหรียญต่อออนซ์
สาเหตุเพราะ.....ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตลาดทองคำถูกเทขายเพื่อสภาพคล่องในตลาดอื่นเพราะกองทุนออกจากการค้าทองคำเพื่อเอาเงินสดให้พอมาใช้.
อย่างไรก็ตาม "ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนตลาด ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ดอลล่าร์ลดลงเมื่อเทียบกับเยนและกลับตัวจากการขาดทุนในช่วงเช้าเมื่อเทียบกับยูโร
ราคานำมันดิบเดือนมีนาคม ลดลงอย่างแรง หลังกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานน้ำมันสำรองในคลังเพิ่มขึ้น 7 ล้านบาเรล เป็น 300 ล้านบาเรลเมื่อจบสัปดาห์แรกในเดือนกุมภาพันธ์ มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์
น้ำมันดิบเดือนมีนาคมลดลง 1.27 เหรียญ หรือ 1.4% ปิดที่ 87.14 เหรียญต่อบาเรล โดยทำราคาต่ำสุดที่ 86.80 เหรียญต่อบาเรล
ดังนั้น ราคาน้ำมัน บ้านเรา คงมีแนวโน้ม ลดลงบ้างนะคะ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้.....
ใครจะยังไงก็ช่าง.....เราเศรษฐกิจพอเพียงนะคะ แล้วจะรอดตัว
เข้ามาดูแล้วได้ความรู้มาก ๆ เลย สมกับเป็นผู้หญิงเก่งจริง ๆ ขอคารวะด้วยใจจริง
อ่านแล้วได้ความรู้มากๆเลยค่ะ..ขอบคุณพี่ศศินันท์มากๆเลยค่ะ..อ่านเรื่องเดียว.รู้ไปรอบเลยค่ะ.. ขอบคุณมากค่ะ..
สวัสดีค่ะคุณกนกพร
คุณบอกว่า......หุ้นไทยแย่สุดในเอเซียเลย น่าสะท้อนใจจังค่ะ เมื่อไรจะดีขึ้นนะเนี่ย....แงๆๆๆ
มีข่าวพาดหัววันนี้ 07-02-2008
ดาวโจนส์ร่วงฉุดตลาดหุ้นทั่วโลก กระทบดัชนีหุ้นไทยร่วงหลุดเหลือ 791 จุด หลังสหรัฐฯ ประกาศดัชนีภาคบริการต่ำสุดรอบ 5 ปีแถมเจอตรุษจีน นักลงทุนรอรัฐบาล'สมัคร1'ประกาศนโยบายฟื้นเศรษฐกิจ
อย่างที่Credit Suisse วิเคราะห์ค่ะ.....เหตุผลหลักที่ตลาดหุ้นไทย Underperform ตลาดหุ้น Asia ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องมาจาก ปัญหาความไม่สงบทางการเมืองด้วย <h5 style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal"><h5 style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">แต่หุ้นไทยมีความน่าดึงดูด เพราะผลกำไรจากบริษัทจดทะเบียนออกมาดีต่อเนื่อง พีอี เรโช ของเราน่าจะเป็น 13เท่า ดีขึ้น จาก ต่ำกว่า11เท่า ในขณะนี้ </h5>
สรุปว่า...เขาวิเคราะห์ว่า หุ้นไทย จะดีขึ้นแน่ๆค่ะ เพราะ ขณะนี้มีราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าจริงๆของหุ้น
</span></h5></font></span></span></span></span>
มีข้อมูสดๆ ที่ฟังแล้วดี จากบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทยจำกัดค่ะว่า.....
พฤติกรรมการใช้จ่าย ในช่วงตรุษจีนปี 2551 นี้ เจาะลึกเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่ยึดประเพณีการไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน....ในกรุงเทพฯพบว่า มีเม็ดเงินสะพัด 16400.00ล้านบาทค่ะ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 เทียบกับปีที่แล้ว ทุกรายการต่อไปนี้ เกิดขึ้นในกรุงเทพฯในช่วงตรุษจีน หมดค่ะ
ซื้อเครื่องเซ่นไหว้ 4,600 ล้าน
แจกอั่งเปา 6,400 ล้าน
ใช้จ่ายในกิจกรรมนอกบ้าน 2,400 ล้าน
ท่องเที่ยวในประเทศ 2,000ล้าน
ท่องเที่ยวต่างประเทศ 1,000ล้าน
แสดงว่า คนมีเงินเก็บอยู่มากค่ะ แม้จะได้ดอกเบี้ยต่ำมากๆ ก็เก็บ ไม่ลงทุน แสดงว่า เรื่องดอกเบี้ยนี่ บอกอะไรเราหลายอย่างจริงๆ
ตรงกับที่ นักวิเคราะห์พูดเสมอมาว่า คนเก็บเงิน ไม่ค่อยยอมใช้ เพราะ ไม่มั่นใจในสถานการณ์บ้านเมือง ไม่กล้าลงทุน เพราะรอการเลือกตั้ง และรอรัฐบาลใหม่
แต่เมื่อถึง เทศกาลสำคัญๆ คนจะนำเงินออกมาใช้จริงๆ เพราะ เป็นโอกาส ที่จะใช้อย่างมีความสุขในท่ามกลางลูกหลานและคนในครอบครัว
<div class="content">
ครอบครัวสามี ญาติๆเขา ไปต่างประเทศกัน กับทัวร์ เขาบอกคนไปเที่ยวกันเยอะช่วงตรุษจีน
อยากให้เที่ยวไทยมากกว่าค่ะ ไปเมืองนอก ค่าใช้จ่ายสูงนะคะ
</div>
ขอบคุณพี่ศศินันท์งามๆจากบันทึกนี้ครับ
ขอบคุณทุก ๆ น้ำใจแทนน้อง ๆ ชาวปายครับ... โดย Mr.Direct