ข่าวสารที่เราได้รับนั้น บ่อยครั้งมันไม่ได้สะท้อนภาพทั้งหมด จริงๆแล้ว ข่าวสารที่เราได้รับส่วนใหญ่สะท้อนภาพที่แท้จริงเพียงด้านเดียวเท่านั้น และมักจะสะท้อนแต่เสียงของ "ผู้ชนะ"หรือผู้ที่ได้กำไร

ทอง..ทอง..ทอง..ใครมีทองอย่าขาย เก็บไว้ให้ดี
ความต้องการทองคำแท่ง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และจะผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นได้อีกในปี 2551 นี้ค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณของท่านด้วยค่ะเพราะท่านเท่านั้น ที่จะเป็นผู้รับความเสี่ยงเองทั้งหมด 
ด้วย ดิฉันได้ไปร่วมในงานสัมมนา
Market Outlook Seminar   ที่  Credit Suisse  จัดเมื่อวันที่  31  มกราคม  2551  ที่โรงแรมโฟร์ซีซัน กทม.

เป็นการเผยแพร่การวิจัยของเธนาคารครดิตสวิส ในเรื่องที่เกี่ยวกับ Private Banking  และ Asset Management   ซึ่งผู้ที่นำทีม มาพูดให้ฟังในวันนี้คือ Mr.Giles  B  Keating—Managing Director of Credit Suisse in the Private Banking Division , based in Zurich.

มีผู้เข้าฟังหนาตาพอสมควร เพราะธนาคารนี้   ตั้งมาตั้งแต่ ปี 1856 มีอายุเก่าแก่ถึง 152 ปี และ เป็นธนาคารใหญ่เป็นที่ 2 ของประเทศสวิส รองจาก UBS AG. เรียกว่า เก่าแก่มาก มีประสบการณ์สูง ดังนั้น งานวิจัย จึงน่าจะเชื่อถือได้ในระดับที่มากพอควร

เนื้อหาการบรรยาย..:::ค่อนข้างมากแต่กระชับ  มีแผนภูมิประกอบแบบมืออาชีพ (ขอชมว่า มีการจัดทำเอกสาร ที่ดูน่าเชื่อถือ  เป็นProfessional มาก)    ซึ่งดิฉันขอสรุปดังนี้คือ  ::

1. ขณะนี้มีวิกฤตการณ์ทางการเงิน เรื่อง สินเชื่อที่อยู่อาศัยเกิดขึ้น ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา  เศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่ยังไม่เรียกว่า ถดถอย  เพราะภาคเศรษฐกิจจริงยังมีความเติบโตอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ   เขาใช้คำว่า ว่า US corporate balance sheets are still very healthy                          แม้ในยุโรปเอง ก็ยังไม่เรียกว่า เป็นภาวะถดถอย  และหวังว่า ทุกอย่างจะคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว

 (จริงๆแล้วเหตุการณ์นี้  ดิฉันคิดว่า ทางสถาบันการเงินต่างๆไม่ค่อยอยากเปิดเผย แต่จำเป็นต้องเปิดเผย   เพราะ มีปรากฏผลขาดทุนในงบการเงิน   และการปรับลดมูลค่าทางบัญชีสำหรับทรัพย์สินที่ด้อยค่า และทางบริษัทจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือ ก็ทะยอยปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่ง.....)

 (แต่การบรรยายในครั้งนี้ พยายามให้คน  มองภาพดีไว้ก่อน ไม่ให้นักลงทุนตื่นตระหนก ---ผู้เขียน)

2.อสังหาริมทรัพย์ ในประเทศจีน   อยู่ในภาวะที่ร้อนแรงมาก จนรัฐบาลต้องพยายาม ดึงๆเอาไว้บ้าง แม้แต่อุตสาหกรรมการผลิตก็เข้มแข็งดี
3.ในปี 2008  ประเทศที่จะเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก คือ ประเทศจีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล ประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่นจะถดถอยลง แต่ GDP Growth กลับถดถอยลงหมด  แทบทุกประเทศ เช่น  ตัวเลขการขยายตัวทางศก.ของอินเดียที่ลดลง มาจากผลกระทบเศรษฐกิจโลกอ่อนตัว  จากมาตรการคุมเข้มด้านการเงิน และความผันผวนของค่าเงินรูปี      ในขณะที่จีนประเทศคู่แข่ง ก็ผ่านจุดสูงสุดของการขยายตัวเหมือนกัน  ดูในภาพค่ะ
   ยกเว้นประเทศไทยและเวียดนาม   ที่กลับ จะเติบโตดีขึ้น   แต่แม้เวียดนามจะขยายตัวดี แต่เงินเฟ้อสูงกว่าประเทศไทยค่ะ
4.  เงินดอลล่าร์อ่อนค่าลงมาก เพราะปัญหา ซับไพรม์ (Subprimes)........ เป็นสินเชื่อในสหรัฐที่ให้แก่ผู้กู้ที่มีประวัติด้านเครดิตที่ด้อย หรือมีศักยภาพด้านการชำระหนี้ต่ำ 
โดยพิจารณาจากคะแนนความน่าเชื่อถือด้านเครดิต (FICO credit scores) ที่ต่ำกว่า 620 จากมาตรวัดระหว่าง 300-850     สินเชื่อเหล่านี้มีประมาณร้อยละ 10   ของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ
  ซึ่งใกล้เคียงกับสินเชื่อ   ที่ให้แก่ผู้ที่ได้คะแนนความน่าเชื่อถือด้านเครดิตสูงกว่า 620   แต่ขาดเอกสารประกอบการกู้อื่นๆ ที่เชื่อถือได้ (เรียกว่าประเภท Alt-A) ปัญหาคือ    ขนาดของสินเชื่อซับไพรม์นี้นำไปสู่ความเสี่ยงที่ยากจะประเมินให้ถูกต้องได้       
 เมื่อถูกนำไปใช้ค้ำประกันหรืออ้างอิงตราสารใหม่ๆ   อีกหลายต่อหลายทอด กองทุนประเภทดังกล่าวนี้    ได้ถูกตัดแต่งให้มีโครงสร้างใหม่เป็นที่ถูกใจนักลงทุน   จนได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูงถึงระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับพันธบัตรรัฐบาล    และพันธบัตรของบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียงได้   
  ทั้งๆ ที่มาจากหนี้ย่อยๆ ที่ด้อยคุณภาพอย่างมาก  การตัดแต่งทางการเงิน (financial engineering) แบบนี้        ปกติจะไม่เกิดปัญหาพร้อมๆกัน 
  แต่สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้   เกิดเพราะมีความเสี่ยงที่สูงกว่าเกณฑ์ปกติจากปัจจัยระดับมหภาค   ซึ่งส่งผลถึงฐานะทางการเงินของผู้กู้หลายรายพร้อมๆ กัน 

 วิกฤตการณ์ซับไพรม์เป็นบทเรียนของการปล่อยสินเชื่ออย่างไม่ได้มาตรฐาน นั่นเอง <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> และเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว ตลาดแรงงานก็อ่อนแอลง รายได้คนกู้ยืมก็จะน้อยลง จนไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้   โปรดดูภาพข้างล่างนี้ค่ะ</h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> </h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> </h5> <h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> 5.            เงินต่างประเทศไหลจะเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น เนื่องจากราคาหุ้นของเราถูก   และจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะ Outperform ตลาดหุ้นอื่นๆ ใน Asia ได้ นอกจากนี้ สิงคโปร์และฮ่องกง ก็น่าลงทุนมาก </h3> <h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> เหตุผลหลักที่ตลาดหุ้นไทย Underperform ตลาดหุ้น Asia ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา  เนื่องมาจาก  ปัญหาความไม่สงบทางการเมืองด้วย </h3> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5> ไทยมีความน่าดึงดูด เพราะผลกำไรจากบริษัทจดทะเบียนออกมาดีต่อเนื่อง พีอี เรโช ของเราน่าจะเป็น 13เท่า ดีขึ้น จาก ต่ำกว่า11เท่า  ในขณะนี้  <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> ประเทศที่น่าระวังคือญี่ปุ่น เกาหลีและไต้หวัน </h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">  เพราะจะได้รับผลกระทบจาก  ภาคเทคโนโลยี่    ที่ปรับตัวย่ำแย่ที่สุด ในช่วงที่สหรัฐประสบภาวะชลอตัว </h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> นอกจากนี้     Credit Suisse เน้นว่า ประเทศจีน ยังมีความเติบโตสูงมาก   ในด้านการส่งออกอาหาร มาเลี้ยงคนในภูมิภาคเอเซียทั้งหมด ดุในด้านผักผลไม้ค่ะ กราฟ กำลังเชิดหัวขึ้นอย่างน่ากลัว     คงจะเป็น New High อีก </h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> </h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> 6. สำหรับการลงทุนในด้านอื่นๆ</h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> Credit Suisse แนะนำให้ลงทุนในกองทุนทอง หรือ ใครมีทองก็ให้เก็บทองไว้ปีนี้</h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">  ทองกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมาก และราคาน่าจะดีขึ้น</h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> ทองเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีมาก ความเสี่ยงก็ต่ำเพราะทองสามารถรักษาคุณค่าไว้ได้เสมอ ที่สำคัญก็คือ ทองนั้นไม่มีการหลอกลวง หรือเก๊ เหมือนตราสารการเงิน เช่น หุ้นที่ราคาอาจถูกปั่นขึ้นไปสูงมาก หรือพื้นฐานของบริษัทอาจเปลี่ยนแปลงจนทำให้มูลค่าสูญหายได้มาก แต่ทองอย่างไรก็ยังเป็นทอง และมันให้ความรู้สึกที่ดีเสมอ</h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"></h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> ซึ่งตรงกับที่ มหาวิทยาลัยหอการค้า กล่าวว่า….ราคาทองคำที่สูงขึ้นกระทบต่อกำลังซื้อหายไป อย่างมาก ในช่วงตรุษจีน</h5> พร้อมกันนี้ ได้ทำการสำรวจประเด็นความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">  ส่วนใหญ่ 73.3% มองว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้น และฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้</h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> ส่วนอีก 14% มองว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง</h5> <h5 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> และ 12.7% มองว่าเศรษฐกิจเหมือนเดิม โดยคาดหวังให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก</h5> <h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> สรุปจาการที่ได้ฟังมาทั้งหมด::  Credit Suisse มีการมองภาพเป็นบวก ให้กำลังใจแก่นักลงทุนมาก </h3> <h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt"> เศรษฐกิจไทยปี 2008 มีแนวโน้มจะโตได้มากกว่าในปีนี้</h3> <h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt"> นอกจากการที่    จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่แล้ว    ภาคเอกชนเองก็มี Pent-up demand (ความต้องการที่ถูกอั้นไว้) อยู่สูงมาก</h3> <h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">  เช่นภาคธุรกิจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูท่าทีของรัฐบาลใหม่ ต่างประเทศชะลอการตัดสินใจด้วยเหตุผลเดียวกัน หรือประชาชนที่ยังไม่รีบร้อนที่จะซื้อบ้านหรือรถยนต์</h3> <h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">  เหล่านี้คือ Pent-up demand ที่จะทะลักเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเมื่อ Confidence level มีสูงขึ้น และเชื่อว่า เราอาจจะได้เห็น Growth rate ของเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่มีการพูดถึงกัน</h3> <h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt">        ในเรื่องของทอง    ศูนย์วิจัยกสิกร  ก็ยังให้คำแนะนำว่า  ยุคนี้ เป็นช่วงขาขึ้นของราคาทอง    </h3> <h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> เนื่องจาก  การที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์   กำลังอ่อนค่าลง   ราคาน้ำมันก็ยังทรงตัวในระดับสูง และสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่นิ่งดีนัก   ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการทองคำแท่งของบรรดานักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น    และมีส่วนผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นได้อีกในปี 2551 </h3> <h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt"> </h3> <h3 class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt">         อย่างไรก็ตาม   ดิฉันเห็นว่า  เรายังไม่ควรเชื่ออะไรไปทั้งหมด ตามที่นักวิเคราะห์พยายามจะบอกเรานะคะ</h3> <h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt"> ข่าวสารที่เราได้รับนั้น บ่อยครั้งมันไม่ได้สะท้อนภาพทั้งหมด จริงๆแล้ว  ข่าวสารที่เราได้รับส่วนใหญ่สะท้อนภาพที่แท้จริงเพียงด้านเดียวเท่านั้น </h3> <h3 style="margin: 12pt 0cm 3pt"> เวลาเราได้รับข่าวสาร ดิฉันเห็นว่า  เราอาจจะต้อง “กรอง” และพินิจพิจารณาอย่างระมัดระวังว่า   ข่าวสารนั้น อาจจะมีความ “ลำเอียง” มากน้อยแค่ไหน    “ความลำเอียง” ที่ว่านี้  มักจะสะท้อนแต่เสียงของ “ผู้ชนะ”หรือผู้ที่ได้กำไร และ      ในช่วงนี้ดูเหมือนว่า จะมีคนได้กำไรจากทอง เพราะราคาทองขึ้นไปมากเหมือนกัน</h3>  ข้อมูลที่ออกมาก็คือ ทองน่าจะ เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดี   แต่ควรเป็นการลงทุนในกองทุนที่มี มืออาชีพ จัดการให้   ไม่ใช่ไปซื้อทองเอง  แล้วมาเก็งกำไรเอง คงไม่ Work ค่ะ

ดังนั้น ใครก็ตาม  ที่จะอยากซื้อหุ้น  ซื้อทอง หรือค้าเงิน เพื่อเก็งกำไร  โปรดระมัด ระวัง และใช้วิจารณญาณของท่านอย่างถ้วนถี่ด้วยค่ะ    เพราะท่านเท่านั้น ที่จะเป็นผู้รับความเสี่ยงเองทั้งหมด    สำหรับดิฉันเอง มีประสบการณ์มาพอควรในด้านการเล่นหุ้น   ทั้งดีและไม่ดี  ทั้งได้กำไรและขาดทุน ไม่มีอะไรแน่นอน ในเรื่องของการลงทุนทุกชนิดค่ะ ยิ่งเล่นมาร์จิน  เมื่อติดหุ้น  และราคาหุ้นตกยาวมาก  อาจโดนบังคับฟอร์ซเซลล์ ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่    ขาดทุนอย่างเดียวเลยค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม วันตรุษจีนนี้ ดิฉันก็มีความสุขมาก  เพราะให้อั่งเปาเป็นทองแก่หลาน  และพากันไปกินอาหารอร่อยๆด้วยค่ะ