ก็คงเวรกรรม...ที่เคยโดดเรียน..ตอนเด็กๆแหละนะ..เรา...

ไม่เคยคิดว่าจะต้องมามีอาชีพเป็นอาจารย์สอนหนังสือเลย..คิดว่าคงเป็นทนายความและหรือทำธุรกิจ เพราะรู้สึกท้าทายดี..แต่ชีวิตก็คือชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน...

แต่เมื่อต้องมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ...วันหนึ่งต้องไปสอนนิสิตคณะวิศวะ..(ดูซ่าส์ๆทั้งห้อง)ไม่อยากจะเชื่อว่าชั่วโมงแรกนิสิตมาเรียนคนเดียว..นึกในใจ โห..เวรกรรมทำไมตามทันเร็วขนาดนี้..เนี่ย..เพราะตอนเด็กๆวิชาไหนอาจารย์สอนไม่สนุกบางทีเราก็โดดเรียน..ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี..ไม่ควรทำ..อย่างยิ่ง

ชั่วโมงแรก..ที่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้..ก็ไม่โกรธนิสิตนะ แต่คิดว่าเข้าใจ..ว่าเด็กที่ซ่าส์ๆหน่อยเนี่ยจะเป็นแบบนี้แหละ..แต่ก็นึกในใจลองของหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร..ไม่ว่ากัน..เราก็สอนไป...แม้มีนิสิตในห้องคนเดียว..วันนั้นก็พูดภาพรวมๆว่าจะสอนอะไรบ้าง และแจกแผนการสอนไป ฝากนิสิต(เราเรียกนิสิตคนนี้ว่า"นายหน้าม้า")ให้นำไปแจกเพื่อนแล้วฝากบอกเพื่อนๆว่าชั่วโมงหน้าให้มาเรียนกันด้วยทุกคนนะ...อาจารย์คิดถึง..

พอชั่วโมงถัดไปนิสิตมาครบทุกคน เราก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร เพราะเข้าใจชีวิตนิสิตพวกนี้ดี..ก็ใช้เวลาเล็กน้อยเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟังและวีรกรรมอาจารย์ให้ฟังเพื่อให้เป็นข้อคิด และให้ข้อคิดเขาไปหลายประการ จากประสบการณ์จริงและเราก็บอกว่าเราเข้าใจพวกเขาดี ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้กัน("เราเข้าใจดีว่าเด็กๆส่วนใหญ่คือตามเพื่อน วินัยไม่ค่อยมี ชีวิตก็ยังไม่ได้คิดอะไร สนุกไปวันๆ") แล้วนิสิตพวกนี้.. ยิ่งว่าจะเหมือนยิ่งยุ ต้องพยายามเข้าใจเขาและให้ข้อคิดเขา เพื่อให้เขากลับไปคิดว่าควรทำอย่างไรกับชีวิตตนเอง..ยังไม่สาย..สำหรับพวกเขา..เพื่อให้เขาจะได้มีชีวิตที่ดีในอนาคตข้างหน้า..

.แล้วเราก็บอกนิสิตว่าสิ่งที่พวกเขาทำกันนะเราทำมาหมดแล้ว.เราเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา.และมันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร.. พยายามให้ข้อคิดเขาทุกชั่วโมง..วันละเล็กละน้อย ไม่ให้เขารู้สึกว่าโดนต่อว่า..เช่น บอกเขาว่าถ้าพวกเราคิดจะซ่าส์กันนะ ให้ซ่าส์มันสุดๆไปเล๊ยนะ(แต่ขอสามเรื่องนะคืออย่ามั่วสุมสิ่งเสพติด การพนัน มีสามีภรรยาก่อนวัยอันควรห้ามเด็ดขาด ) แล้วเอาตัวให้รอดนะ ถึงจะเจ๋งจริง..ไม่อย่างนั้นอย่าทำ..ดีกว่า.เช่น ไม่มาเรียนขี้เกียจเรียนจริงๆก็ไม่ว่ากัน..แต่ต้องเอาให้ได้A นะ ถ้าคิดว่าไม่แน่จริงอย่าทำ.. ไม่ใช่ไม่มาเรียนแล้วสอบตก แล้วมาขอเกรด แบบนี้บอกไว้ก่อนนะอาจารย์ไม่สามารถช่วยได้แน่นอน หรือว่าชอบเที่ยวนัก..เที่ยวไม่เบื่อเสียที..ก็ลองเอาให้มันสุดๆไปเลยนะ เที่ยวมันให้ถึงเช้าไปเล๊ยทุกวันเลยนะ.(เดินสวนกับพระตอนเช้าเลยนะ)..แล้วจะพบสัจจธรรม..เอง..ว่ามานั่งทรมานทำไม..ร่างกายก็แย่ เงินก็เปลือง..การเรียนก็เสีย...ไม่เห็นมีดีตรงไหนเลย..แล้วก็ลองเอากระจกส่องหน้าตัวเองดูนะว่าหน้าตาเป็นผู้เป็นคนไหม..(ดูไม่ได้เลย)เป็นต้น

ให้พยายามตั้งใจเรียนให้ดีๆ เพราะคงไม่มีใครเรียนจบไปแล้ว ต้องกลับมาเรียนใหม่ (หรือว่าจะมี)เพราะผลการเรียนแย่ สมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ..เป็นต้น ดังนั้น ยังไม่สายนะให้ตั้งใจเรียน..ไม่ใช่เรื่องยากเลยนะ.ทุกคนทำได้แน่นอน...ที่จะเรียนให้ได้ผลการเรียนที่ดีได้ พวกเราไม่มีใครโง่หรอก แต่อยู่ที่ว่ามีวิธีการเรียนที่ดี ที่ถูกต้องหรือไม่มากกว่า..ซึ่งจะทำให้เราประหยัดเวลาไม่ต้องไปนั่งอ่านหนังสือมากตอนใกล้สอบ เพราะมันจะไม่ได้อะไรเลย.ถ้าเราไม่มีความเข้าใจมาก่อน...ก็ยกตัวอย่างให้เขาฟังว่าเพื่อนอาจารย์อ่านหนังสือ 3 รอบ ได้C แต่อาจารย์มีโน้ตย่อที่ดีและเข้าใจในชั้นเรียน ใกล้สอบก็แค่เปิดดูเพิ่มเติมหรือดูคร่าวๆแค่นั้นอาจารย์ก็ได้A ได้ ดังนั้น จะเห็นว่าการตั้งใจเรียนในชั้นเรียนเนี่ยแหละสำคัญที่สุดจริงๆ และพยายามฝึกจดโน้ตย่อให้ได้ ไม่เข้าใจตรงไหนให้หมายเหตุไว้ แล้วเมื่อหมดเวลาเรียนต้องถามอาจารย์เลยทันที อย่าให้มีอะไรค้างอยู่ในใจเมื่อถามอาจารย์แล้วก็ไปเขียนอธิบายเพิ่มเติมซะ..ตามความเข้าใจที่ถูกต้องของเราเอง เพราะต้องจำไว้ว่าไอ้ที่พวกเธอไม่เข้าใจนั้นมันอาจออกเป็นข้อสอบก็ได้ และให้ลองดูว่าวันๆหนึ่งเมื่อมาเรียนแล้ววันนี้ได้อะไรไปบ้าง..ทุกวันเมื่อเรียนเสร็จให้สำรวจตนเองว่าวันนี้เราต้องได้ความรู้กลับบ้านไปให้ได้ทุกครั้ง..

 ถ้าพวกเธอตั้งใจจริงๆอย่างมีสมาธิในแต่ละวัน พวกเธอจะเรียนอย่างเข้าใจและสนุกกับการเรียนและที่สำคัญพวกเธอจะรู้ว่าสาระสำคัญของการเรียนในวันนี้มันอยู่ที่ไหน ก็ให้ดอกจันไว้ด้วย ถ้ามีเวลาจะได้ไปหาอ่านเพิ่มเติม แล้วสังเกตว่าไอ้ที่เราดอกจันไว้มันก็มักออกข้อสอบด้วย..ดังนั้น อย่าปล่อยเวลาผ่านไปวันๆ..โดยไม่ได้อะไร..ไม่อย่างนั้นนอนอยู่บ้านดีกว่า..ไม่ต้องมาเรียน..ให้เสียเวลา...นอน

 จำไว้ว่า..เมื่อมาเรียนแล้วต้องได้อะไรกลับไปให้ได้.. ก็จะพยายามให้ข้อคิดเขาวันละเล็กละน้อย  และสังเกตว่า..นิสิตกลุ่มนี้ก็เข้าเรียนครบทุกคนตั้งแต่การบรรยายในครั้งที่สอง...ไม่มีใครขาดเรียนเลย ไม่มีการเช็คชื่อ ไม่มีการดุกัน แต่เราจะให้ข้อคิดเขาทุกวัน แล้วก็ดูว่าสิ่งที่เราแนะนำไปนั้นเขาทำตามหรือไม่..ก็สังเกตดูว่าทุกคนพยายามทำตาม...แล้วเราก็ใช้วิธีนี้อบรมนิสิตทุกห้องที่เราสอนก่อน...และสังเกตว่าได้ผลดี นิสิตพยายามตั้งใจเรียน จะฝึกโน้ตย่อกัน ผลการเรียนส่วนใหญ่ก็ออกมาดีกันทุกคน..... 

คือต้องพยายามเรียนรู้และเข้าใจนิสิตอันนี้ถือว่าสำคัญมาก

นิสิตบางคนเรียนไม่ดี ไม่ใช่เพราะเขาโง่ บางคนจะถูกรีไทร์ บางคนนั่งเรียนตาลอย เมื่อหาโอกาสคุยกับเขาบ้าง..ก็จะรู้ว่าที่เขาเรียนไม่รู้เรื่องนั้นมีสาเหตุจากอะไร เช่นบางคนมัวคิดแต่ปัญหาที่บ้าน น้อยใจในโชคชะตาตนเองฯลฯ บางคนก็มีสามีภรรยาก่อนวัยอันควร  พวกนี้บางทีต้องใช้จิตวิทยาจึงจะแก้ปัญหาได้..(ท้าทายอาจารย์เหมือนกัน).สิ่งเหล่านี้ละเลยไม่ได้เลย เป็นอาจารย์ก็ต้องสังเกตลูกศิษย์ด้วย...แล้วส่วนใหญ่นิสิตจะฟังอาจารย์มากกว่าพ่อแม่ โดยเฉพาะพวกที่เกเร...ดังนั้นอาจารย์จึงต้องมีหน้าที่นอกจากให้ความรู้ทางวิชาการแล้วต้องมีหน้าที่ให้ข้อคิด อบรมสั่งสอนให้เขาเป็นคนดีให้ได้...ซึ่งก็ถือว่าเป็นการ"สร้างคน..ให้คนเป็นคนดี" ก็เป็นการสร้างบุญกุศลได้เช่นกัน.....