ความโกรธ : หายนะที่เผาผลาญได้ทุกสิ่งแม้แต่ชีวิต


ผู้ใดถือโกรธเอาไว้ ก็เหมือนเอาหอกแหลมคมทิ่มแทงเสียบหัวใจคนนั้นไว้

 

 

ความโกรธ : หายนะที่เผาผลาญได้ทุกสิ่งแม้แต่ชีวิต

 

                            ความโกรธ  ทำใจให้พลุ่งพล่าน...คนโกรธแล้ว ย่อมพูดมาก

                     โกรธแล้ว ก็ไม่เห็นธรรม....  ถ้อยคำ ก็หยาบคาย.....   โกรธแล้วก็เป็นทุกข์

                      ผิวพรรณก็เศร้าหมอง ....  รุ่มร้อนดั่งเพลิงผลาญ .....  แม้หายโกรธก็ต้อง

ดือดร้อนใจเหมือนถูกไฟเผาเช่นกัน

ผู้ใดถือโกรธเอาไว้ ก็เหมือนเอาหอกแหลมคมทิ่มแทงเสียบหัวใจคนนั้นไว้

เมื่อใดโกรธ   ก็เหมือนมีความมืดมนครอบงำ

..............................

เพลิงโกรธ  เกิดขึ้นแล้วก็เผาผลาญทุกสิ่งให้ไหม้เป็นจุลได้

เพลิงโกรธ  บั่นทอนจิตใจคนให้ดำมืดด้วยอวิชชา  หาปัญญามิได้

เพลิงโกรธ เกิดกับใครแล้วก็เผาผลาญได้ทุกสิ่ง

แม้แต่เผาชีวิตของตน

เราจักก่อเพลิงโกรธไปไยเล่า

เราจะเผาชีวิตคนอื่นไปทำไม

เราจะเผาชีวิตของตนไปทำไมเล่า

ไม่มีประโยชน์อันใด  มีแต่โทษมหันต์ เลวร้าย

........................

ระงับความโกรธเถิด

ดับเพลิงโกรธที่ลุกโชนในหัวใจอันดำมืด

ดับเพลิงโกรธด้วย "ความเมตตา"

ดับด้วยตัวปัญญาบารมีของตน

พระท่าน(พระพรหมคุณาภรณ์) สอนว่า  ระงับโกรธด้วย ๑๐ ขั้นตอน

๑  มีเมตตา ไม่โกรธตอบเพราะเห็นผลเสีย

๒  เห็นว่าความโกรธทำให้เราเป็นทุกข์ร้อน

๓ นึกถึงความดีของคนที่เราโกรธ

๔  พิจารณาว่า ความโกรธ คือการสร้างทุกข์ให้ตัวเอง  ลงโทษตัวเอง สมใจศัตรู

๕ พิจารณาว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน

๖  พิจารณาว่า กว่าพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ได้ ต้องชนะมารที่ผจญมามากเพียงไร

ทำไมเราไม่ดำเนินตามพระจริยาวัตรของพระองค์ 

๗  เราเคยร่วมชะตากันมาในสังสารวัฏ จึงต้องมาเกี่ยวข้องกัน โกรธเขาไปทำไม

๘  พิจารณาว่า ความเมตตามีอานิสงส์มากเพียงใด

๙  แยกแยะให้เห็นว่า ไม่เป็นแก่นสารอันใด ยึดถือไว้ทำไม เปล่าประโยชน์ทั้งสิ้น

๑๐  ให้ทานแก่เขา  เพราะ ทาน คือการให้ย่อมก่อประโยชน์ทำให้จิตสดใส

.........................

ทำได้ทุกขั้นตอน ไม่ต้องลำดับก็ได้ ปรับใช้ตามอัธยาศัย

ขอให้ยึดมั่นในอานิสงส์ของ ความไม่โกรธเถิด

ประเสริฐโดยแท้จริง

สาธุ สาธุ สาธุ

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 163760เขียนเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2008 17:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 มิถุนายน 2012 23:40 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (11)
  • ธุ อาจารย์ค่ะ..

ความโกรธเป็นดั่งไฟที่เผาผลาญใจเรา จริงๆ นะคะ  มันทำให้ร้อนรุ่ม  ทุรนทุราย  ปวดแสบปวดร้อน 

นี่กำลังหาอุบายมาดับ "ความโกรธ" อยู่ค่ะ ....

ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

สวัสดีค่ะ

- สาธุค่ะ

-จะพยายามให้มากกว่านี้

 

 

เชื่อค่ะว่า...ความโกรธเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย ทุกวันนี้เลยไม่โกรธใคร อาจจะมีรู้สึกไม่ได้ดั่งใจบ้างแต่ก็ไม่เคยแสดงออกมาว่า...โกรธ!!! แล้วก็มีวิธีทำให้ผ่อนคลาย แป๊บเดียวเอง...ปกติจะให้อภัยคนง่าย ซึ่งทำให้เราไม่รู้สึกโกรธ

  • โทสะ โมหะ เป็นสิ่งที่ละได้ยากจริงๆนะคะ
  • แต่กำลังพยายามอยู่ค่ะ
  • ที่พระพยอมท่านบอกว่าโกรธคือโง่โมโหคือบ้า....ใช่ไหม
  • บางทีเราก็รู้.....แต่เนื่องจากเราเป็นปุถุชน....จึงยากจะระงับ
  • อดลืมตัวไม่ได้..หรอกครับ

กำลังพยามอโหสิ ให้ใครบางคนอยู่ครับตอนนี้

ขอบคุณค่ะ อาจารย์

เวลาสอนการบ้านลูก ทำไมอารมณ์จึงปรู๊ดปร๊าดได้รุนแรง รวดเร็ว ขนาดนั้น ... จะแก้ไขได้อย่างไรบ้างในช่วงเวลานั้น ผู้มีประสบการณ์ช่วยชี้เเนะด้วยค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ ที่ให้ความรู้ และขอร่วมแจมความคิดเห็นด้วยคนนะค่ะ 

สำหรับ ผู้ต้องการหายโกรธ ทดลองเลือกฝึกดูนะคะ  เคยใช้แล้วได้ผลดีทีเดียว 

1. ใช้วิธีฝึกสมาธิ  

หลับตาลงค่ะ.....หายใจช้า.....ช้า....หายใจเข้า........จนสุดปอด   แล้วจึงค่อย ๆ หายใจออก   ระหว่างหายใจออก ให้นับตัวเลขในใจไปด้วยว่า หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ

2. ใช้เวลารักษาความโกรธและคิดเชิงบวก 

........ไม่ปะทะ หลบดีกว่า แล้วหันไปทำสิ่งใหม่ที่เราชอบ เช่น   ชมนก  ดูต้นไม้  ดูปลาตู้  ฟังเพลง  ร้องเพลง ฯลฯ หรือไม่ก็นอนหลับไปเลย  เมื่ออารมณ์ดีแล้ว ตั้งสติ แล้วก็คิดแบบบวก ๆ หาวิธีจัดการให้รู้สึก WIN  WIN ทั้งสองฝ่าย  จากนั้นก็ค่อยมาทำงานสานต่อเรื่องที่ค้างคาใจ

3. ใช้วิธีระบาย ถ้าโกรธมากทนไม่ไหวจริงๆ รู้สึกคับข้องใจมาก ๆ 

......ก็ให้เดินไปในที่โล่ง ๆ เช่น ที่ทุ่งนา  แล้วก็โก่งคอ อ้าปาก หายใจเข้าลึก ๆ แล้วหลับตาพร้อมหายใจออกทางจมูกแรง ๆ หรือเปล่งเสียงหัวเราะหรือ ร้องตะโกนออกมาดัง ๆ และนาน ๆ "ฮ้า ฮา  ฮา"  พร้อมกำมือ ชกลม  ออกไปแรง ๆ

ลองฝึกดู นะคะ

  • รู้ทั้งรู้ว่าความโกรธ คือความหายนะ...
  • แต่เวลาโกรธมักลืมตัว...สติปัญญาหดหายทุกที
  • การใช้ธรรมะระงับความโกรธ เป็นการเตือนสติตนเองได้ดีที่สุด

สวัสดีครับ คุณP    คุณ P   คุณน้องอั้ม  คุณP

คุณP   คุณP  คุณP   คุณP   คุณP

คุณP

           ผมขออนุญาตตอบความเห็นของทุกท่านที่กรุณาเข้ามาแสดงความคิดเห็นในบทความนี้ครับ  ก่อนอื่นขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มากๆ  เลยครับ

ข้อเท็จจริง

      1. ตามทฤษฎีเมื่อมีสติครอง จะโกรธไม่เป็น  แต่เมื่อมีปัจจัยภายนอกมากระทบ ต่อมโกรธ  อารมณ์โกรธมักแล่นรวดเร็ว ตามที่คุณ little cat  และคุณ พิสูจน์ พูดไว้ไม่ผิดหรอกครับ

      2. เมื่ออารมณ์โกรธพลุ่งพล่าน การระงับอารมณ์ต้องใช้เวลาครับ บางคนชั่วครู่ชั่วยามก็หายโกรธ แต่บางคนก็ใช้เวลานาน บางคนโกรธข้ามวัน ข้ามเดือน เลยก็มี อยู่ที่ว่าปัจจัยกระทบอารมณ์นั้นรุนแรงมากน้อยเพียงใด  ความพยายามจะระงับอารมณ์โกรธมีมากน้อยเพียงใด  และมีปัจจัยเสริมเพิ่มเชื้อไฟโกรธอีกไหม  ดังนั้นที่คุณ กัญญา เสนอแนะไว้ก็เป็นหนทางที่ดีทางหนึ่ง ขึ้นอยู่ว่าถต้องอัธยาศัยหรือเหมาะสมกับตัวเราไหม  บางคนใช้วิธีนับหนึ่งถึงสิบก็ใช้ไม่ได้ แต่อาจหาอะไรทำอาจหาย

       ผมคิดว่า  "อารมณ์โกรธ"  เป็นข้าศึกของ  "การใช้เหตุผล"  การระงับความโกรธได้จึงต้องใช้เหตุผลมาขับไล่  นึกถึงส่วนความดีงามเข้าไว้  แต่นั่นแหละ  การจะทำเช่นนี้ได้ก็ต้องใช้ "ใจ" จับอารมณ์โกรธให้ "นิ่ง" ก่อน มิฉะนั้น "เหตุผล" ก็จะไม่เกิด

        ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ เชื่อไหมครับ ผมเองก็กำลังฝึกฝนตัวเองอยู่  ผมไม่ใช่พระสัพพัญญูรู้แจ้งอะไร ผมเป็นปุถุชนตามที่คุณพิสูจน์พูดไว้นั่นล่ะ แต่การฝึกฝนตนเองเป็นเรื่องที่ดีที่อยากจะแบ่งปันให้กันไว้  เพราะทุกวันนี้เรามักใช้อารมณ์โกรธเปลืองกันเหลือเกินครับ 

        ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับความคิดเห็นที่มีค่ายิ่ง 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี