สังเคราะห์งานวิจัยกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของประเทศที่ประสบผลสำเร็จในการจัดการศึกษา

                ผมได้อ่านข่าวรายงานโครงการทดสอบความสามารถเด็กนักเรียนอายุ 15 ปี จาก 57 ประเทศ  พบว่าประเทศที่ประสบผลสำเร็จในการจัดการศึกษา คือ ฟินแลนด์ เกาหลีใต้ และ ไต้หวัน โดยมีรายละเอียดของข่าวดังนี้

        

    

               จากข่าวสด วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6221

                           เด็กฟินน์-โสม-ไต้หวัน ครองความเป็นเลิศ 

             จาก รายงานขององค์กรความร่วมมือและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ หรือโออีซีดี เปิดเผยว่า โครงการทดสอบความสามารถเด็กนักเรียนอายุ 15 ปี จากนานาชาติ จำนวน 400,000 คน ใน 57 ประเทศ ซึ่งเป็นการทดสอบไปเมื่อปีที่แล้วนั้น พบว่า

         เด็กนักเรียนชาวฟินแลนด์มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ดีที่สุด

           เด็กชาวเกาหลีใต้มีความสามารถในการอ่านดีที่สุด

      *     เด็กไต้หวันเก่งคณิตศาสตร์มากที่สุด

     การทดสอบนั้นทำขึ้นทุก 3 ปี เพื่อวัดความสามารถ โดยในด้านวิทยาศาสตร์นั้น จะมีคำถามทั้งเรื่องอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลง พืชจีเอ็มโอไปจนถึงพลศึกษา ซึ่งเด็กชาวฟินแลนด์มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือ 563 คะแนน รองลงมาคือ เด็กฮ่องกง 542 คะแนน เด็กแคนาดา 534 คะแนน สำหรับเด็กอเมริกัน สเปนและอิตาเลียนนั้น เป็น 3 ใน 32 ชาติที่ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ใน ด้านการอ่านนั้น เด็กเกาหลีใต้มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุดคือ 556 รองลงมาเป็นเด็กฟินแลนด์ ได้คะแนน 547 เด็กฮ่องกงได้คะแนน 536 ซึ่งในการอ่านนั้นเด็กเกาหลีพัฒนาขึ้นมามาก เฉือนเด็กฟินแลนด์ แชมป์เก่าในการทดสอบปี 2543 และ 2546 สำหรับเด็กกรีซ โปรตุเกส สเปน อิตาเลียนและนอร์เวย์มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ด้านคณิตศาสตร์ เด็กไต้หวันอยู่อันดับ 1 ด้วยคะแนน 549 ฟินแลนด์อันดับ 2 ด้วยคะแนน 548 ส่วนลำดับ 3 นั้นมี 2 ชาติ คือ ฮ่องกงและเกาหลีใต้ ด้วยคะแนน 547 ในกลุ่มนี้ เด็กอเมริกัน อิตาเลียน โปรตุเกสและสเปน มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ 

            จากผลสำเร็จของทั้ง 3 ประเทศดังกล่าว  ผมได้ลองมาศึกษาถึงเบื้องหลังของทั้ง 3 ประเทศ จากรายงานการสังเคราะห์คุณลักษณะและกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของประเทศต่างๆ ของ ศูนย์คุณธรรม  ผมขออนุญาตนำมาเฉพาะบางประเด็นที่มีผลต่อการจัดการศึกษา ดังนี้ครับ 

        ประเทศฟินแลนด์    ประเทศฟินแลนด์มีกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่โดดเด่นและชัดเจน จาก สถาบันครอบครัว และ สถาบันการศึกษา ดังนี้

           สถาบันครอบครัว   ครอบครัวเป็นผู้ฝึกบุตรให้เป็นคนซื่อสัตย์อย่างแท้จริง มีวินัยในตนเองและรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ผู้ปกครองจะกันบุตรไม่ให้ดูโทรทัศน์ และเล่นเกมคอมพิวเตอร์ แต่จะอ่านหนังสือให้ฟังแทน หรือนำไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่นเล่นกีฬา เรียนดนตรี ฝึกลูกเสือเนตนารี เด็กทุกคนจะได้รับบัตรห้องสมุดสาธารณะเมื่อเริ่มอ่านหนังสือได้ และจะมีการกระตุ้นให้เด็กไปแผนกหนังสือเด็กในห้องสมุดสาธารณะซึ่งมีอยู่ในทุกเมือง ชานเมือง หมู่บ้าน 

          สถาบันการศึกษา  โรงเรียนจะเน้นการสอบวัดความรู้ระดับชาติเป็นกลไกสำคัญที่ประกันว่า โรงเรียนทุกโรงเรียนต้อให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อว่าเด็กนักเรียนทุกคนสามารถสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายได้ และโดยที่โรงเรียนทั้งหมดโน้มเอียงไปทางการสอบวัดความรู้ การเรียนการสอนจึงต้องมีมาตรฐานทัดเทียมกันทุกโรงเรียน และทุกพื้นที่ของประเทศ

        ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศเกาหลีใต้ จะมีความโดดเด่นในเรื่องของสถาบันครอบครัว  สถาบันการศึกษา  และ การมีส่วนร่วมของสังคม ดังนี้

         สถาบันครอบครัว จะยึดเกณฑ์คำสอนของขงจื๊อที่ว่า ทั่วทั้งจักรวาล มีเพียงครอบครัวเดียว ทุกสรรพสิ่งเกี่ยวข้องกันทำให้ครอบครัวของคนเกาหลีมีระเบียบแบบแผนและมีความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกอย่างแน่นแฟ้น เด็กจะได้รับการสั่งสอนเรื่องวินัย การช่วยเหลือตนเอง การละอายต่อการกระทำผิด การรักการศึกษา   ประเทศเกาหลีมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสถาบันครอบครัวเข้มแข็ง เพราะเป็นรากฐานของสังคมในการปฏิรูปการศึกษา ยังได้คำนึงถึงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ด้วยการอบรมระยะสั้น ทั้งด้านการปลูกฝังคุณลักษณะที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมและตระหนักถึงบทบาทของความเป็นพ่อแม่ 

         สถาบันการศึกษา ประเทศเกาหลีถือ เป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล คือการสร้างเกาหลีใหม่ด้วยการจัดระบบการศึกษาใหม่ ด้วยแนวคิดว่ารากฐานการศึกษาที่แข็งแกร่ง ย่อมนำพาให้เศรษฐกิจมั่นคง และการศึกษา ช่วยสร้างพลังความรู้ ปัญญา ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี่ เชื่อว่า การศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ที่มีคุณค่ามีศักยภาพ การปฏิรูปการศึกษา มุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาให้ได้มาตรฐานโลก 

          การมีส่วนร่วมของสังคมในระดับต่างๆ  โครงการพัฒนาประเทศประสบผลสำเร็จ เพราะการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ในระดับชาติจนถึงชนบท นอกจากนี้ยังมีการมีส่วนร่วมจาดสื่อมวลชน และการมีส่วนร่วมอย่างไม่เป็นทางการ เช่น ผู้อาวุโสทุกคนสามารถตักเตือนเด็กทุกคนได้แม้ไม่รู้จัก

      ประเทศไต้หวัน ความโดดเด่นของประเทศไต้หวันมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ องค์กรศาสนา และ  ผู้นำ ดังนี้

           สถาบันศาสนา เป็นสถาบันที่สำคัญในการหล่อหลอมคุณธรรมจริยธรรมให้แก่คนไต้หวันที่ช่วยสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณธรรมจริยธรรม และยกระดับคุณธรรมจริยยธรรมของสังคมไต้หวันให้สูงขึ้น การวางรากฐานการพัฒนาด้านศาสนาของไต้หวัน ทำให้ประเทศพัฒนาอย่างสมดุลกว่าหลายประเทศ  ได้ปฏิรูปกรอบความคิดเดิมและแนวปฏิบัตินำมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีสมัยใหม่อย่างมีคุณค่า

           ผู้นำที่เป็นแบบอย่าง    

         ผู้นำองค์กรของพุทธมหายานแต่ละหน่วย เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น ทั้งด้านการปฏิบัติส่วนตัวและด้านการพานำทำกิจกรรมที่เป็นประโยชสร้างสรรค์สังคมในวงกว้าง  

          ผู้นำประเทศ ไต้หวันเติบโตมาได้ทุกวันนี้ เพราะบทบาทของรัฐบาลก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นรัฐบาลในอุดมคติที่มีคุณธรรม ไม่มีปัญหาโกงกิน ผู้นำประเทศเจียงไคเช็ค เป็นผู้นำมือสะอาดและมีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต

         จากการสังเคราะห์งานวิจัยดังกล่าว พอสรุปได้ว่าปัจจัยที่ส่งผลสำเร็จต่อการจัดการศึกษา ของทั้ง 3 ประเทศ มาจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ 

               1.      สถาบันครอบครัว

              2.      นโยบายการจัดการศึกษา

               3.      การมีส่วนร่วม

               4.      มีผู้นำที่เป็นแบบอย่างได้  

           ดังนั้น ในการพัฒนาการศึกษาให้มีความทัดเทียมกับประเทศที่จัดการศึกษาได้ดี คงจะต้องสร้างปัจจัยหลักดังกล่าว เพื่อเป็นกระบวนการในการพัฒนาการศึกษาให้ได้ผลผลิตของผู้เรียนที่มีคุณภาพ     

                                                         ขอบคุณครับ