ท่านเป็นครูแบบนี้หรือเปล่า?

       สมัยผมเรียนมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผมเคยอ่านเอกสารการสอนชุดวิชาสื่อการสอนระดับมัธยมศึกษา เขาพูดถึงวิธีเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนของนักเรียนไว้ มีสาระดังนี้

     ๑ .ครูต้องเปิดหัวใจของครูเอง ให้เป็นคนใจกว้าง ยอมรับสภาวะของนักเรียนเท่าที่เขาเป็นอยู่ ไม่หวังมากเกินไป ขณะเดียวกันก็ไม่เพิกเฉยดูดายไม่เหลียวแล ครูต้องถือว่าสายตาของนักเรียนแต่ละคู่ที่มองเรานั้นย่อมถือเอาครูเป็นที่พึ่งและเป็นความหวัง          ครูจึงต้องไม่ริดรอนความรักความศรัทธาและทำลายความหวังของนักเรียนเพียงเพราะครูคิดว่า "เขายังเป็นเด็ก"

     ๒. ครูต้องผ่อนปรนความก้าวร้าวของตนให้น้อยลง ครูน้อยคนที่จะยอมรับว่าตนเองก้าวร้าว เพราะคิดเพียงว่าตนเองไม่เคยดุด่าเฆี่ยนตีหรือชวนใครทะเลาะ แต่แท้ที่จริงแล้ว ครูส่วนใหญ่ล้วนมีลักษณะของความก้าวร้าวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ลองพิจารณาดูนะครับว่า ท่านเคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวแบบนี้หรือไม่ สำหรับผมยอมรับว่า.....เคยมี....บางข้อครับ

     (๑) ครูชอบพูดเสียงดังเกินไปโดยไม่จำเป็น เช่นพูดกับนักเรียนคนเดียวแต่พูดเหมือนให้นักเรียนทั้งชั้นฟัง

     (๒) ครูชอบถืออภิสิทธิ์ เช่น ครูลืมหยิบแบบเรียนมา พอมาถึงก็หยิบยืมนักเรียนที่นั่งอยู่โต๊ะหน้า นักเรียนผู้โชคร้ายคนนั้นก็ต้องไปขอดูกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ(แถมครูยังบ่นว่าน่าเบื่อพวกที่ไม่เอาหนังสือมา นอกจากนี้เวลากลางวันนักเรียนเข้าแถวซื้ออาหาร ครูมาจากไหนไม่รู้....บอกขอครูก่อนครูหิว......แล้วนักเรียนไม่หิวหรือยังไง.......)

     (๓) ครูชอบอวดความยิ่งใหญ่ เช่นดุด่า ประจาน พูดเหน็บแนมนักเรียนโดยไม่กลัวว่านักเรียนจะอับอาย ใครๆก็รู้ว่าปากคนกัดเจ็บกว่าปากอื่น ครูบางคนปากจัดมาก นักเรียนบางคนคงพูดว่าให้หยิกจนเนื้อเขียวยังดีกว่าถูกครูฆ่า(ความเป็นคน)ด้วยการพูดเสียดสีประจาน

     (๔) ครูชอบอวดเก่ง เช่น ถือว่าครูต้องรู้หมดทุกอย่าง เวลานักเรียนถามปัญหา ครูบางคนจะมองด้วยตาเขียวขุ่นแล้วพูดด้วยเสียงดังว่า "เธอมีปัญหาอะไร" พอนักเรียนบอกความต้องการ ครูก็จะรีบตอบคำถามโดยไม่ลืมที่จะแสดงท่าอวดเก่งว่า "ครูต้องรู้ทุกเรื่องซี ถึงจะเป็นครูได้"

     (๕) ครูชอบติเตียนมากกว่าชมเชย เช่นนักเรียนตอบถูกครูก็เฉย ไม่มีคำชม แต่พอนักเรียนตอบผิด ครูก็จะตำหนิทันทีทันควันประหนึ่งอมน้ำเน่าไว้ในปากย่อมพ่นให้พร่างพรูออกมา ในตำราใช้คำว่าว่า ชอบส่งเสียงนรกมากกว่าเสียงสวรรค์ ทีเดียว

     (๖) ครูชอบแสดงอารมณ์กับนักเรียน เช่นแสดงความโกรธหรือความไม่พอใจ โดยไม่คิดว่าเด็กก็มีหัวใจเหมือนกัน บางทีก็แสดงกิริยาอาการที่ไม่เหมาะสม ไม่ช้าครูก็จะลืมว่าตนได้แสดงอะไรที่ไม่ดีแก่นักเรียนไปบ้าง แต่นักเรียนกลับจดจำกิริยาอาการนั้น ไม่มีวันลืมเลย

     ๓. ครูต้องเสาะแสวงหาเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้เรียนเรียนได้ดีขึ้น ครูต้องถือว่า การสอนเป็นวิชาชีพชั้นสูง ซึ่งต้องมีระเบียบระบบและมีเครื่องมือเข้าช่วย เครื่องมือในวิชาชีพครูได้แก่สื่อการสอนต่างๆที่จะมาเป็นสื่อกลางให้ครูสามารถถ่ายทอดเนื้อหาสาระและประสบการณ์แก่นักเรียน ทำให้นักเรียนมีความเข้าใจเนื้อหาต่างๆได้ดีขึ้น เมื่อมีเครื่องมือ คือสื่อการสอนแล้ว สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของนักเรียนก็จะเอื้อต่อการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น ความรู้เกี่ยวกับการผลิตและการใช้สื่อการเรียนการสอนจึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง