ทุกคนล้วนมีความ "เท่าเทียมกัน" สำหรับการที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเอง เปิดโลกทัศน์ เข้าไปทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ "ตัวตน" ของตนเอง .....

ในระยะใกล้ๆ กันนี้ ดิฉันได้ทั้งมีส่วนเกี่ยวข้อง และได้จัดอบรมนพลักษณ์ ให้กับกลุ่ม 2 กลุ่มที่แตกต่างกันมาก และคิดว่าไม่ว่าคนเหล่านั้นจะแตกต่างกันอย่างไร เพียงใด ทุกคนก็มีความเท่าเทียมกันในการเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณ ที่จะรู้จักตนเอง .... ขอเพียงแค่มีโอกาสเท่านั้นเอง

 

กลุ่มแรก เป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์นักบุญมาร์ติน ซึ่งมีพื้นเพ การศึกษาส่วนใหญ่แค่ ประถม 4 โดยทางศูนย์ (เป็นกลุ่มนักบุญในคริสตรจักร นิกายปีเม) ช่วยเหลือชาวบ้านเหล่านี้ให้มีงานทำ เป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์ ทำหน้าที่ดูแลเด็กกำพร้าที่ศูนย์รับมาเลี้ยง ... เจ้าหน้าที่บางคนอ่านหนังสือไม่ออก แต่มี 4-5 คน จบปริญญาตรี

กลุ่มที่สอง เป็นนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดโคราช ส่วนใหญ่มีเศรษฐานะดี เรียนเก่ง

 

ดิฉันพบว่า สถานะทางการศึกษา หรือทางสภาพเศรษฐกิจ (เจ้าหน้าที่ศูนย์มาร์ติน ถูกบางคนมองว่า แค่จะเอาตัวรอด มีกิน มีใช้ ไปเดือนๆ หนึ่งก็บุญถมไปแล้ว จะเอาอะไรนักหนา) ไม่ได้มีนัยยะสำคัญสำหรับการที่จะเข้าถึงกระบวนการเรียนรู้ ที่จะรู้จักตนเอง ด้วยเครื่องมือ "นพลักษณ์" ที่ดิฉันมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งอยู่นี้เลย

 

ทุกคนล้วนมีความ "เท่าเทียมกัน" สำหรับการที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเอง เปิดโลกทัศน์ เข้าไปทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ "ตัวตน" ของตนเอง ..... ทั้ง 2 กลุ่ม สามารถรู้จักตนเองได้ไม่แตกต่างกันเลย .... ดังนั้นมิสมควรเป็นอย่างยิ่ง ที่จะบอกว่า คนหาเช้ากินค่ำ จะรู้จักตนเองดีได้อย่างไร วันๆ แค่เอาตัวรอดก็บุญถมไป...... ดิฉันว่า มุมมองเช่นนั้นคงต้องมีการทบทวนเสียแล้ว

 

จากการติดตามผลการอบรมที่ศูนย์นักบุญมาร์ติน พบว่าเจ้าหน้าที่ (ที่บางคนบอกว่าไร้การศึกษานั้น) นำกิจกรรมที่ใช้ในการอบรมนพลักษณ์ คือ การกอด ไปใช้กับเด็กๆ ในความดูแล และเริ่มคลี่คลายทัศนคติที่เคยมีกับเด็กแต่ละคนว่า "ดื้อ" "ไม่น่ารัก" อย่างยอมรับในตัวเด็กแต่ละคน .........

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากกระบวนการอบรม ที่พวกเขา ได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างของคนต่างลักษณ์ และที่สำคัญเมื่อเขาทำความรู้จัก  "รู้จักตนเอง" ยิ่งได้มากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เขาได้ "รู้จักคนอื่น" ได้มากยิ่งๆ ขึ้นไป