อยู่ในแวด วงสาธารณสุขแทนที่สุขภาพจะดี กลายเป็นว่าเราหรือญาติ ๆ ต้องเจ็บป่วย และต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะป่วยกันเสียเอง

             ต้องมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

เมื่อคุณแม่เป็นเบาหวาน 

รับประทานอย่างไรเมื่อเป็นเบาหวาน?

เพราะทุกครั้งเมื่อเจอคุณหมอ ก็ต้องโดนคำถามเสมอว่า ทำไมน้ำตาลขึ้น  หรือไม่ก็ทำไมน้ำตาลต่ำจัง กินอะไรมาเนี๊ยะทำไมเป็นอย่างนี้

แต่ละคำ ล้วนสะท้อนให้เห็นหลาย ๆ ประเด็น เช่น

- ไม่เข้าการปฏิบัติตัวในขณะที่ตนเองป่วย

- การสื่อสารไม่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย

 

รับประทานอย่างไร เมื่อเป็นเบาหวาน ?

 

โรคเบาหวานเป็นความผิดปกติของตับอ่อน ซึ่งไม่สามารถผลิต หรือหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาให้เพียงพอ ที่จะเปลี่ยนน้ำตาล ที่ได้รับจากอาหาร และมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ 

หลักการ

1.รับประทานได้หลากหลาย และมีความสมดุลของสารอาหาร รับประทานให้เป็นเวลาไม่ควรรับประทานเฉพาะ

เวลาที่หิว เพราะจะทำให้รับประทานมากกว่าที่ควร

2.หลีกเลี่ยงของหวาน และอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล

3.รับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ที่มีใยอาหารเพิ่มขึ้น เช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปังที่ผลิดจากข้าวกล้อง

4.รับประทานอาหารประเภทผักให้มากขึ้น โดยเฉพาะ ผักใบ หรือผักที่มีปริมาณน้ำมาก เช่น ตำลึง แตงกวา ผักกาดขาว ขึ้นฉ่าย ฯลฯ

5.เลือกดื่มนมชนิดไขมันต่ำ รสจืด เช่น นมพร่อง มันเนย และผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ ฯลฯ

อาหารที่ต้องงด

น้ำตาล น้ำเชื่อม นมข้นหวาน น้ำผึ้ง น้ำอัดลม ขนมหวานต่าง ๆ ผลไม้เชื่อม กวน หรือแช่อิ่ม ผักหรือผลไม้กระป๋อง แยม เหล้า เบียร์ ฯลฯ

อาหารที่ต้องจำกัดปริมาณ

ข้าว แป้ง ผลิตภัณฑ์จากข้าว เผือก มัน ผลไม้ที่หวานจัด เช่น ทุเรียน ขนุน ละมุด กล้วย มะขาม ฯลฯ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารที่ปรุงด้วยกะทิ อาหารที่ปรุงด้วยการทอด ไขมันสัตว์ เนย อาหารเค็มจัด อาหารหมักดอง ครีมเทียม 

การควบคุมอาหารเป็นปัจจัยสำคัญของการป้องกันโรค

แทรกซ้อน ดังนั้นจึงควรดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และมาพบแพทย์ตามนัด

รู้มากขนาดไหน แต่เมื่อคนในครอบครัวป่วย บอกอย่างไร ก็เหมือนเดิม

เพิ่งเข้าใจว่า ทำไมหญิงหลังคลอด ถึงทำตามที่เราแนะนำไม่ได้ เพราะด้วยอิทธิพลของคน

สำคัญในครอบครัว นั้นคือ ปู่ย่า ตายาย คนเฒ่าคนแก่

ดังนั้น

การปรับทัศนคติจึงต้องเพ่งเล็งไปที่คนที่มีอิทธิพล

ต่อผู้ป่วยด้วย