สิ่งที่ผู้สูงอายุสะท้อน เขาก็บอกว่า เขาไม่ได้ต้องการแค่เบี้ยยังชีพ มีผู้สูงอายุที่ประเภทว่า อยากจะพูดคุย อยู่บ้านเหงา อยากจะรวมกลุ่ม ก็เลยเกิดในเรื่องของการรวมกลุ่ม ชมรม มาตั้งแต่ปี 45

 

น้องทำงานที่บ้านขุนตาล จังหวัดเชียงรายค่ะ บอกถึงความภูมิใจของเธอ ก็คือ เริ่มทำงานที่นี่มาตั้งแต่ปี 44 ... ภูมิใจที่สุด คือ เรื่องของผู้สูงอายุ ที่เขาจะมาสู่ขวัญ หมดหมู่บ้านเลยค่ะ ผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ เขาก็จะนัดมาที่บ้าน มาเขียนโน๊ตติดไว้ก่อน และนัดกันมาสู่ขวัญ ... สู่ขวัญ ทุกปีใหม่ ... ภาคภูมิใจมาก ทำให้อยากทำอะไรที่ต่อเนื่อง และเป็นเชิงคุณภาพมากขึ้น

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานนั้นก็คือ

  • ส่วนใหญ่จะทำงานเป็นเครือข่าย เริ่มทำงานตั้งแต่ ปี 44 ชวน อบต. มาเริ่มทำงานวิจัย ก็ทำกับชุมชน เป็นงานวิจัยเรื่องสวัสดิการด้านสังคม และด้านสุขภาพ ตั้งแต่ที่ยังไม่มีบัตรประกัน มีแต่รายได้น้อย และก็มีที่อยู่กับประชาสงเคราะห์ ทำมา 3 ปี
  • จนกระทั่งบรรจุเข้าไปในแผนแม่บท อบต. หลังจากนั้น ก็จะถือเป็นเรื่องของการดำเนินงานที่มาร่วมคิดร่วมทำ แม้ว่าจะเปลี่ยนผู้บริหารก็ทำมาตามนี้
  • เพราะเราทำในลักษณะประชาคมหมู่บ้าน ... สิ่งที่ผู้สูงอายุสะท้อน เขาก็บอกว่า เขาไม่ได้ต้องการแค่เบี้ยยังชีพ มีผู้สูงอายุที่ประเภทว่า อยากจะพูดคุย อยู่บ้านเหงา อยากจะรวมกลุ่ม ก็เลยเกิดในเรื่องของการรวมกลุ่ม ชมรม มาตั้งแต่ปี 45
  • พอ ปี 45, 46 ก็พัฒนาเรื่อยๆ จากชมรมผู้สูงอายุ กลายเป็นชมรมสร้างสุขภาพ ที่ทุกเพศทุกวัยเป็นสมาชิก แต่แกนนำสำคัญเป็นผู้สูงอายุ และกิจกรรมต่างๆ จะเป็นลักษณะต่อยอดจากกิจกรรมที่มีอยู่ อย่างเช่น โครงการ อผส. เอง ตัว อผส. จะประชาคมจากหมู่บ้าน เขาก็จะมีหมู่บ้านละ 2 คน เป็นตัวแทน และประชาคมกัน ก็จะเป็นตัวแทนจากจิตอาสาบ้าง ทางชมรม หรือจากแกนนำเยาวชน ก็จะเข้ามาทำงาน ก็จะต่อยอดกัน
  • เพื่อนช่วยเพื่อนก็ลักษณะคล้ายกัน
  • จะมีโครงการคลังปัญญาผู้สูงอายุ ... ผู้สูงอายุจะมีลักษณะการถ่ายทอดภูมิปัญญา เขาจะเน้นเรื่องการสืบทอด ก็จะไปตรงกับ เหมือนกับ concept หรือนโยบายของพัฒนาสังคม
  • เพราะฉะนั้นอย่างที่ทำนี้ไม่ได้ทำงานคนเดียว ลักษณะอย่างการคัดกรอง การติดต่อแกนนำเยาวชน คือ เขาทำช่วยกันหมด มันก็ไม่เหนื่อย
  • ในตัวของเราเอง ได้เอาข้อมูลมานั่งวิเคราะห์ แล้วก็คืนให้เขา บอกเขา และก็ถามว่า อยากจะทำอะไร
  • อย่างเครือข่าย Age-net ก็เหมือนกัน มี อผส. เป็นตัวหลักในการช่วย อผส. เขาก็จะพัฒนามา 2 ปีแล้ว เขาก็จะคัดกรอง มาคุยกัน จดชื่อเสียงมา คิดคะแนน และจะใช้บัตรสี บัตรสีต่างๆ ก็จะมีค่าความเสี่ยงต่างๆ กัน จะมี 5 สี อสม. ก็จะสามารถจะหยิบให้ได้ พอได้ดูสี ก็จะรู้ว่า คนนั้นมีความเสี่ยงขนาดไหน (บัตรสีนี้น่าสนใจนะคะ แต่ไม่มีเวลาถามรายละเอียดมากนัก)
  • และจะมีนัด Follow up 1 ปี 6 เดือน 3 เดือน หรืออะไรอย่างนี้
  • การคัดกรองครั้งหนึ่งก็ลงไปทั้งหมู่บ้าน ประมาณ 200-300 คน
  • มีการเตรียมการจากเจ้าหน้าที่ เราพูดคุยกันก่อน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ก็จะให้ข้อมูลว่า ในแต่ละหมู่บ้าน จะมีผู้สูงอายุกี่คน ... อย่างที่ดู คือ หมู่ในเขตนี้มี 100 กว่าคน ก็คัดกรอง 100 กว่าคน
  • เราวางแผนร่วมกันว่า วันนี้เราจะออกหมู่บ้านไหน ใช้เสียงตามสาย ผู้นำก็จะพูดในหมู่บ้าน ผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป เกิด พ.ศ. นี้ ตั้งแต่ พ.ศ.นี้ให้ไป และคนไหนที่ไปไม่ได้ อสม. ให้จดไว้ ก็จะมี Phase ที่สองที่เราไปที่บ้าน
  • การคัดกรองแต่ละครั้ง จะมีการประชาสัมพันธ์ เป็นผู้นำชุมชน และพัฒนาสังคม หรือ อาสาพัฒนาหมู่บ้าน (อพม.) เขาจะ ปชส. สิทธิประโยชน์ สิทธิเบื้องต้นผู้สูงอายุ
  • พอไปถึงก็พูดคุย แจกบัตรคิว พูดคุย กลุ่มที่ 1-10 ไปจุดที่ 1 จุดที่ 1 ทำอะไร จุดที่ 1 ก็ชั่งน้ำหนัก ส่วนสูง วัดรอบเอว อะไรอย่างนี้ และก็จุดที่สองวัดความดัน จุดที่สามคัดกรอง จุดที่สี่ ตรวจฟัน จุดที่ห้า ในเรื่องประเมินสมรรถนะที่เป็นยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และก็เรื่องสวัสดิการสังคม ซึ่งจะทำเฉพาะตำบลยางทองอย่างเดียว (1,000 กว่าคน) ซักประวัติของสวัสดิการสังคมในเรื่องความช่วยเหลือต่างๆ มี 6 หน้า
  • แต่ละหมู่จะมี อผส. ช่วยกัน ผู้สูงอายุมากที่สุด 200-300 คนต่อหมู่บ้าน คนที่ซักประวัติจะเป็นคนในพื้นที่ด้วย ถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่ ก็ต้องไปชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง เขาจะแบ่งหน้าที่กันเอง
  • ซักประวัติเสร็จแล้ว ก็จะมีจุดให้คำแนะนำ โดยเจ้าหน้าที่ ต่อไปก็ร่วมกับสถานีอนามัยด้วย
  • ก็จะมีศูนย์คัดกรอง ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่ผ่านการอบรม

ของเราเป็นลักษณะสไตล์ชนบท แต่อย่างน้อยภาคภูมิใจที่เขาเป็นปราชญ์ชุมชนที่เป็นผู้นำที่ได้เข้าไปสอนในโรงเรียน เราก็จะเชื่อมกับโรงเรียนด้วย ... ชุมชนเองเรามีแหล่งเรียนรู้ที่ผู้สูงอายุเขาทำเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน และเขาจะเปิดให้บริการเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับเด็ก และครอบครัว เป็นอาคารเดิมจาก ศสมช. มีห้องเดียวโดดๆ ตอนนี้สร้างเพิ่มเป็น 4-6 ล็อค และทำเป็นเหมือนแหล่งเรียนรู้ ตรงนี้เขาเรียกว่าศูนย์เรียนรู้เด็กและครอบครัวในชุมชน

ซึ่งใช้บริการทั้งหมดหมู่บ้าน เปิดให้บริการตอนเย็น วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 5 โมง ถึง 1 ทุ่ม เป็นแกนนำเยาวชนมาทำ กลุ่ม To be number one แต่ของเราไม่เรียกอย่างนี้ เราเรียกว่า "เยาวชนสำนึกรักบ้านเกิด"

สื่อตรงนี้เป็นเรื่องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มีห้องสมุด มีสื่อ มีของเล่น มีปราชญ์ชุมชนเป็นแกนนำผู้สูงอายุเข้ามาสอน สอนตั้งแต่ดนตรีไทย ภาษาล้านนา และจะมี สมาชิก อบต. ผู้นำชุมชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่ คือ ทั้ง จนท.สส. ก็จะเวียนกันไปดู

มีคำถามถามน้องว่า "การคัดกรองของที่เชียงราย ก็มากแล้ว ยังไม่เพิ่มเรื่องสมรรถนะ และเรื่องอื่นๆ ทำอย่างไรจึงทำงานได้เร็ว แข่งกับเวลา ไปคุยกับทีมอย่างไรให้ยอมรับและร่วมกัน ?" ... เชียงรายที่เดียวที่นี่ คัดกรองผู้สูงอายุได้ 3,000 กว่า คน เกือบหมดหมู่บ้านเลยละค่ะ ... เก่งจริงๆ

ยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปากอีก 90% และถามว่า เราจะทำยังไงต่อ เราก็ไม่ได้ตั้งงบประมาณ ก็ต้องถามตรงนี้ว่าจะ Serve อะไรเราบ้างหรือเปล่า เพราะว่า Vertical มาเรื่องฟันปลอม แต่คัดกรองมันมีอะไรตามมาหลายๆ อย่าง ...  ปัญหาที่มีอยู่ ทิ้งระเบิดให้กับเรา เพราะว่าเชิงรุกเราถนัด แต่เราเชิงลึกไม่ถนัด ก็ต้องส่งต่อ แต่ต้องมีการพัฒนาศักยภาพคนทำงาน ว่าจะพัฒนากันอย่างไร

น้องมีแผนที่จะต้องพัฒนาต่อยอดเสร็จสรรพเลยนะคะเนี่ยะ

รวมเรื่อง ใจซื้อใจ ... ลปรร. 4 จว. นำร่อง "ระบบบริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้าน ปี 2550"