เรื่องการป้องกันไข้เลือดออกนั้น ชาวบ้านและ อสม.เขาทำอะไรกันเยอะมาก

เมื่อวันที่ ๒๘-๒๙ มกราคม ๒๕๕๑ ดิฉันและคุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน ได้ไปจัดตลาดนัดความรู้เรื่องการป้องกันโรคไข้เลือดออกให้กับเทศบาลนครพิษณุโลก ที่โรงแรมอัมรินทร์ ลากูน โครงการนี้คุณหมอนักวิ่ง นพ.สุธี ฮั่นตระกูล รองนายกเทศมนตรีฯ ติดต่อผ่านคุณโต้ง ลัดดาวัลย์ วิภูษณพันธุ์ มาข้ามปีจนเกือบจะเป็นโครงการที่รอยาวนานหลาย generation (ลองนึกคำภาษาไทยเอาเองนะคะ)

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในค่ำวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๑ คุยกับคุณสุภาพรรณจึงรู้ว่ายังไม่ได้รายชื่อผู้เข้าประชุมและเรื่องเล่า รู้แต่ว่าจะมีคนเข้าประชุมประมาณ ๓๐ คน ดิฉันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกมาล่วงหน้า เพื่อจะได้เข้าใจเรื่องเล่าต่างๆ ของผู้เข้าประชุม

คุณโต้งและน้องอ้อ รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์ มารับที่สนามบิน ส่วนคุณหมอสุธีและผู้อำนวยการสำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม รอพบอยู่ที่โรงแรม คุยกันจึงทราบว่าจะมีทีมป้องกันโรคไข้เลือดออกจากที่ไหนมาบ้าง แต่รายชื่อยังส่งมาไม่ครบ พอรู้ว่าผู้เข้าประชุมมี ๕ ทีม มีทั้งพยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข จพง.สาธารณสุขชุมชน พนักงาน นายก อบต. รอง ผอ.โรงเรียน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน อสม.ก็ต้องมาปรับไฟล์ PowerPoint ให้เป็นภาษาไทยให้มากที่สุด

งานนี้ทีมเวชศาสตร์ครอบครัวและทีมงานสุขศึกษา รพ.พุทธชินราช มาช่วยเป็น “คุณอำนวย” “คุณลิขิต” เพื่อจะมาเรียนรู้กระบวนการจัดตลาดนัดความรู้ไปด้วย นพ.นิพัธ กิตติมานนท์ "หัวหน้า" ของน้องๆ แม้จะไม่สบายแต่ก็ยังมาร่วมงานและช่วยเป็นวิทยากรในวันแรกด้วย นอกจากนี้ยังมี นพ.สาโรจน์ สัตยากร ผช.ผอ.รพ.พุทธชินราช ฝ่ายการจัดการความรู้ฯ และทีมบุคลากรของเทศบาลที่ได้ผ่านการอบรม ”คุณอำนวย” ไปแล้วก็มาสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

๒๘ มกราคม ๒๕๕๑
รอผู้เข้าประชุมด้วยใจจดจ่อว่าจะมากันมากน้อยแค่ไหน ทางเทศบาลเตรียมบันทึกการประชุมอย่างเต็มที่ มีทั้งคนบันทึกภาพนิ่งและวิดีทัศน์ตลอดงาน จนเรารู้สึกเกร็งๆ เล็กน้อย

ดิฉันปรับความตั้งใจใจใหม่หลังจากรู้ว่ามีคนมาประชุมไม่มาก ทีมก็ไม่มาก ว่างานนี้ถ้าไม่ได้ผลอะไรก็ขอทำงานเป็นตัวอย่างสอนกระบวนการน้องๆ ทีมของเทศบาลและทีมเวชศาสตร์ครอบครัว รพ.พุทธชินราช เพื่อจะได้เอาไปใช้ในงานอื่นด้วย

ได้เวลา ๐๙.๐๐ น.กว่าเล็กน้อยจึงมีพิธีเปิดการประชุมโดย นพ.สุธี ได้รู้จากคำกล่าวรายงานว่ามีผู้เข้าประชุมประมาณ ๓๗ คน คุณหมอสุธีกล่าวเปิดการประชุมอย่างกระชับ พร้อมทั้งบอกว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรม ๒ วันนี้เป็นผู้รู้ที่แท้จริง ปิดท้ายขอให้ทุกคนมีสมาธิ เสริมสร้างปัญญาตลอดการจัดกิจกรรมครั้งนี้

คุณสุภาพรรณทำกิจกรรมสัมพันธ์สร้างบรรยากาศช่วงเริ่มต้น ทั้ง “คุณอำนวย” “คุณลิขิต” ก็เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ดูทุกคนสนุกสนานกันดี

ดิฉันต่อด้วยการเกริ่นว่าจะมาแนะนำให้รู้จักการใช้ KM เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการทำงาน ซึ่งในที่นี้คืองานการป้องกันโรคไข้เลือดออก BAR เปิดวีดิทัศน์ “การขับเคลื่อนเครือข่าย KM ประเทศไทย” ยาว ๓๐ นาที เมื่อจบแล้วก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องการจัดการความรู้

ในช่วงของการแนะนำกิจกรรมตลาดนัดความรู้ ดิฉันเอากิจกรรม “กระจก” ที่คุณอ้อ สคส. บันทึกไว้ไปใช้เพื่อฝึกการเล่าเรื่องและการฟังอย่างลึกด้วย ก่อนจะนำไปใช้ได้มีโอกาสเข้าไปที่ สคส.สอบถามรายละเอียดวิธีการจากคุณอ้อมเพิ่มเติมจนตัวเองเข้าใจนึกภาพการนำไปใช้ต่อได้

เราให้ผู้เข้าประชุมจับคู่กับคนที่ตนยังไม่ค่อยรู้จักเป็น “คุณหนึ่ง” และ “คุณสอง” ผลัดกันเล่าเรื่องวัยเด็กของตนเอง ผลัดกันฟัง แล้วเล่ากลับ เนื่องจากมีเวลาไม่มากจึงให้เล่าเรื่องเพียง ๗ นาที เล่ากลับ ๓ นาที บางคู่เล่าเรื่องกันตั้งแต่ยังไม่บอกให้เริ่มเลย ดูแล้วกิจกรรมนี้น่าจะใช้การได้ดีทีเดียว

 จับคู่ฝึกเล่าเรื่อง

 และฝึกฟัง

เมื่อเสร็จกิจกรรมคุณตุ๋ม มณีวรรณ จากงานสุขศึกษา รพ.พุทธชินราช บอกว่ากิจกรรมนี้ดีมากจะเอาไปใช้กับกลุ่มเด็กวัยรุ่น ถ้าจำไม่ผิดคุณตุ๋มจับคู่กับ นู๋ทิม ทับทิม มาฉาย

หลังรับประทานอาหารกลางวัน มีกิจกรรมสัมพันธ์เล็กๆ ก่อนให้เข้ากลุ่มย่อย ๔ กลุ่มตามที่ผู้จัดแบ่งกลุ่มไว้ ให้เวลาผู้เข้าประชุมผลัดกันเล่าเรื่องการป้องกันไข้เลือดออกที่ตนเองภาคภูมิใจ และช่วยกันสกัด "ขุมความรู้" ๑ ชม. ๔๕ นาที เนื่องจากมีจำนวนทีมน้อย และบางทีมมากันหลายคน ส่งผลให้บางกลุ่มมีคนทีมเดียวกันหลายคน เช่น กลุ่มย่อยที่มีนู๋ทิมเป็นคุณอำนวย คุณพรรณเป็นคุณลิขิต มีผู้เข้ากลุ่ม ๗ คน และมี ๒ คู่ที่มาจากที่เดียวกัน จึงเล่าเรื่องเสร็จเร็วกว่ากลุ่มอื่นๆ

 

 กลุ่มที่มีคุณโต้งเป็นคุณอำนวย

 กลุ่มที่มีคุณอ้อเล็กเป็นคุณอำนวย

หลังพักรับประทานอาหารว่าง แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอว่าในกลุ่มของตนนั้นมีเรื่องเล่าและขุมความรู้อะไรกันบ้าง เรื่องไหนที่น่าประทับใจมากที่สุด ให้เจ้าของเรื่องมาเล่าให้ที่ประชุมฟังเอง คุณพวง ดาวเรือง อสม.สอต.ท้อแท้ ร้องเพลง “ชุมชนร่วมใจป้องกันไข้เลือดออก” ให้ฟังด้วย คราวต่อไปดิฉันจะเอาเนื้อเพลงที่ลุงพวงเขียนมาลงไว้ให้

ดิฉันพยายามจดบันทึกสิ่งที่แต่ละกลุ่มนำเสนอไปด้วย ทำให้รู้ว่าเรื่องการป้องกันไข้เลือดออกนั้น ชาวบ้านและ อสม.เขาทำอะไรกันเยอะมากต่างจากที่เราอ่านมา น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง เช่น ทำประชาคม ตั้งกองทุนไข้เลือดออก ตกลงกติการ่วมกันตรวจบ้านใครเจอลูกน้ำต้องถูกปรับ มีเทคนิคในการเดินตรวจ เก็บขยะมาแลกของ ใช้สมุนไพรแทนสารเคมี สร้าง อสม.น้อย ฯลฯ

หลังการนำเสนอจบก็ปิดประชุม แต่ “คุณอำนวย” “คุณลิขิต” ยังต้องมาช่วยกันจัดหมวดหมู่ “ขุมความรู้” สังเคราะห์เป็น “แก่นความรู้” กันต่อ เหตุการณ์คล้ายทุกๆ ครั้งคือข้อความที่เขียนมาใน card บางอันรวบรายละเอียดมาแล้ว เช่น ประสานงาน หรือบางอันน่าจะเป็นชื่อเรื่องเล่ามากกว่า เช่น ทีมม้าเร็ว เราจึงต้องให้ “คุณอำนวย” “คุณลิขิต” ช่วยกันเล่าเรื่องให้ฟังใหม่

เมื่อจัดหมวดหมู่ได้แล้ว ก็ช่วยกันคิดตั้งชื่อ คิดๆๆๆ จนทั้งคุณอ้อเล็ก อ้อใหญ่ ใกล้จะลงนอนกับพื้นห้องประชุมแล้ว ในที่สุดก็ได้ “แก่นความรู้” ในเบื้องต้นมา ๙ เรื่อง ได้แก่
๑. ชุมชนเป็นเจ้าของงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก
๒. มีมาตรการในการจัดการของชุมชน
๓. ทำงานร่วมกันหลายฝ่ายเป็นทีม
๔. รณรงค์ให้เกิดความตื่นตัวอย่างกว้างขวาง
๕. จัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการวางไข่ของยุงลาย
๖. หาวิธีควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ
๗. ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก
๘. ปลูกฝังพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมฯ ตั้งแต่วัยเด็ก
๙. หาวิธีพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เราคุยกันเรื่องการสร้างเกณฑ์ระดับความสำเร็จ คุณโต้งคิดออกทำเป็นตัวอย่าง ๑ เรื่อง ที่เหลือแจกจ่ายให้คุณอำนวยไปกลุ่มละ ๒ เรื่อง ให้ไปทบทวนชื่อแก่นความรู้และคิดเรื่องเกณฑ์ระดับความสำเร็จ ให้คิดแต่ไม่ต้องลงมือทำ เพราะพรุ่งนี้จะทำในกลุ่มย่อย

คุณหมอสุธีและทีมพาไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอะไรจำชื่อไม่ได้แล้ว อาหารอร่อยมากในบรรยากาศเหมือนรับประทานในบ้าน ร้านนี้ดิฉันเคยแวะไปแต่ไม่ได้รับประทานในคราวที่ไปร่วมประชุม KM ภาคเหนือตอนล่างที่ มน.

วัลลา ตันตโยทัย