คุณพยาบาล-พี่จิ๋ว อธิบายถึงคนต่างด้าวเทียม ว่า
"ต่างด้าวเทียม ก็คือคนที่เกิดในไทย แต่ไม่มีชื่อใน ท.ร.14"
"มีคนไทยเยอะแยะนคะ ที่เขาเป็นคนไทยจริงๆ มีตัวมีตนจริงๆ อาศัยอยู่ในบ้านสบเมยจริงๆ เพียงแต่เขาไม่มีชื่อใน ท.ร. 14 ..เพราะเขา "ตกหล่น" .."
จากประสบการณ์การทำงานมา ร่วม 6 ปีของคุณพยาบาลพี่จิ๋ว ..มีกิจกรรมหนึ่งของโรงพยาบาลที่พี่จิ๋วเคยมีหน้าที่นี้ คือการออกสำรวจชุมชน เพื่อดูว่าภายในชุมชนที่รับผิดชอบนั้น มีประชากรเท่าไร?? (เพิ่งรู้นะเนี่ย..ว่า สธ.ก็สำรวจประชากรเหมือนกรมการปกครอง)
ในอำเภอสบเมย สถานีอนามัย กับโรงพยาบาลสบเมย จะแบ่งพื้นที่กันรับผิดชอบ โรงพยาบาลสบเมย รับผิดชอบหมู่ที่ 1,8 (บ้านแม่สวด) ที่ 3 บ้านแม่คะตวน และที่ 2,5 ต.สบเมย มันเป็นงานที่พี่จิ๋วบอกว่า "ทำนอกเวลา" เพราะจะเริ่มงานหลังห้าโมงเย็นถึงสองทุ่มครึ่ง เจ้าหน้าที่จะไปยังชุมชน พบกับผู้นำหมู่บ้าน หลังจากนั้น อสม. ก็จะรับหน้าที่พาเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมแต่ละบ้าน เคาะประตุบ้านทีละหลัง
"มีนะคะ ยายบางคน เกิดที่เมืองไทยนี่แหละ ..ลูกหลานมีบัตรประจำตัวคนไทย ตัวยายเองก็เป็นคนไทย แต่ไม่ได้ไปแจ้งชื่อ เลยไม่มีชื่อในท.ร.14"
พยาบาลพี่จิ๋วบอกว่า คนลักษณะนี้ "มีอยู่จริง และมีเย๊อะ"
"นี่คือคนต่างด้าวเทียม เพราะจริงๆ แล้วเขาเป็นคนไทย เพียงแต่ไม่มีชื่อใน ท.ร.14 ค่ะ"
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
คุยเสร็จ--พี่จิ๋วพาทัวร์โรงพยาบาล หลังจากที่ฉันเอ่ยถามถึงสภาพการดูแลคนไข้ที่มีบัตรไทยกับไม่มีบัตรไทย
พี่จิ๋วหันมาแซวหน้ายิ้มว่า "น้องเหมือนมาตรวจราชการเลยค่ะ" (อะฮ้า..)
เริ่มจากเห็นห้องทำฟัน--
ไปดูห้องเตรียมคลอด-ห้องคลอด (แวะไปดู เพราะนึกถึง "แก้ว" แต้ๆ)
เห็นห้องผู้ป่วย HIV ที่ว่างเปล่า-เพราะตอนนี้ บ่ มีผู้ป่วย, ห้องผู้ป่วยพิเศษ
พอถึงห้องผู้ป่วยรวม พี่จิ๋วแกก็ทำท่านึกได้ว่า "ป้าคนนี้ไงคะ ต่างด้าวเทียม ไม่มีบัตรไทย"

ป้าแบะแนะ ..คือคนต่างด้าวเทียมของคุณพยาบาลพี่จิ๋ว และโรงพยาบาลสบเมย
ป้าแบะแนะมาโรงพยาบาลสบเมยด้วยอาการปวดท้อง ..ท้องเสีย อยู่ร่วมปี
ทางรพ.สบเมยตรวจไม่พบอะไร จึงส่งไปตัวไปตรวจที่เชียงใหม่ ก็ไม่พบอะไร ..ต่อมาส่งไปรพ.แม่สะเรียง ทางรพ.ฯ แม่สะเรียงทำการ ส่องกล้อง ..ก็เลยพบ..ก้อนเนื้อ และตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ลำไส้
ทางรพ.สบเมย ไม่มีความสามารถในการผ่าตัดมะเร็ง ..จึงทำเรื่องส่งตัว ขอให้ทางรพ.แม่สะเรียงดำเนินการผ่าตัดให้..
ป้าแบะแนะเพิ่งถูกส่งตัวกลับจากรพ.แม่สะเรียงมาร่วม 2-3 อาทิตย์ เพื่อพักฟื้น เนื่องจากเตียงที่รพ.แม่สะเรียง แน่นและเต็ม
พี่จิ๋วบอกว่า "ป้าดีขึ้นเรื่อยๆ และกำลังจะได้กลับบ้าน"
รวมเวลาร่วม 3 ปี ที่ป้าแบะแนะมาใช้บริการที่รพ.สบเมย
--------------------------------------------------------------------------------------
ระหว่างเดินไปเยี่ยมๆ มองๆ ป้าแบะแนะที่ห้องคนไข้ พี่จิ๋วบอกว่า พ่อแม่ของป้าแกเป็นคนไทย ลูกๆของป้าแบะแนะมีบัตรไทยกันหมดแล้ว ..ด้วยคำถามท่าบังคับ (ติดปาก) เลยถามป้าว่า แล้วทำไมป้า ป้าตอบว่า "พ่อแม่ป้าเขาไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ไปแจ้งเกิด เลยไม่มี...."
ดูป้าเหนื่อย..เลยเกรงใจ ไม่กล้าซักต่อ..
ได้แต่บอกป้าไปว่าขอให้หายเร็วๆ ได้กลับบ้านเร็วๆ
----------------------------------------------------------------------------------
ป้าแบะแนะ
..เป็นมนุษย์ไม่มีเลข 13 หลัก
..ไม่ใช่คนไทย ..เป็นคนต่างด้าว
แต่สำหรับพี่จิ๋วและโรงพยาบาลสบเมยแล้วเป็นที่เข้าใจกันว่าป้าแบะแนะ เป็น "คนต่างด้าวเทียม"
-------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องนี้ ทำให้เราเชื่อว่า กฎหมายธรรมชาติมีจริง ถ้าคิดเป็น ก็รู้หลักกฎหมาย โดยไม่ต้องให้ใครมาบอก
มนุษย์ทุกคนเข้าใจและรู้กฎหมายธรรมชาติ ตราบเท่าที่อำนาจนิยมแบบไร้ธรรมะไม่มายุ่งเกี่ยว
แต่เจ้ากรรมจริงๆ ที่พวกอำนาจนิยมมักไม่มีธรรมะ น้อยรายจริงๆ ที่เป็นอำนาจนิยมแบบคุณธรรมนิยม
เอ แล้วป้าแกต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลหรือเปล่าเอ่ย
บ่ เสียเงินสักกะบาทเลยเน้อ..
แต่โดยธรรมเนียมแล้ว ทางโรงพยาบาลต้อง "เรียกเก็บ" คือ "แจ้งยอด" ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
แต่โดยทางปฏิบัติก็คือ ถ้าผู้ป่วยมีเงินก็จะจ่าย หมายถึงจ่าย 10-20 หรือกี่ร้อยก็ได้ ตามที่มี แต่ถ้าบ่ มี ก็แจ้งทางรพ.ฯ อ่ะค่ะ ว่า "ไม่มีเงิน" ทางรพ. ก็จะเข้าใจ ค่ะ
"กฎหมายก็เป็นส่วนหนึ่งกฎของธรรมชาติ หากมีคุณธรรมแล้วก็จะเข้าใจกฎหมายธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ" นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่อ่านแล้วทำให้อมยิ้มได้
ขอส่งยิ้มให้กับพี่พยาบาล อาจารย์แหววและทีมงานทุกคนค่ะ
ไม่ต้องเขียนให้สวยหรูหรอกนะ รพ.สบเมยชอบปฏิเสธคนไข้ไม่รู้ว่าจบหมอมาได้ไงไม่มีจรรยาบรรณทั้งๆที่คนไข้ที่ไปรักษาก้อเป็นคนไทย
ข้อเท็จจริง ส่วนหนึ่งก็ขึ้นกับว่าใครเป็นคนเจอ และเจอเรื่องราวแบบไหน
ถ้าคุณเจอเรื่องราวที่ไม่ถูกต้อง แล้วไม่อยากให้มันเป็นแค่บ่น ว่า เบาๆ หรือดังๆ ลับๆ แต่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่มากก็น้อย
เราควรเอาข้อเท็จจริงมาคุย และนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขค่ะ
คิดว่าไงคะ
โรงพยาบาลสบเมยน้อมรับข้อคิดเห็นขอท่านเสมอ
ตอนนี้เราได้พยายามพัฒนาคุณภาพการให้บริการ ไปสู่เข็มมุ่งเพื่อประชาชนสุขภาพดี
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับท่าน ความคิดเห็นที่ 5 ถ้าท่านอยากให้เกิดการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ขอความกรุณาแจ้งมายัง www.sobmoei.com
เรื่องนี้เป็นเรื่องของ นานาจิตตัง ดังนั้น ท่านเองก็มิควรมองอะไรๆเพียงด้านเดียวนะครับ
...วันนี้รพ.สบเมยส่งตรวจคนไข้ ที่เชียงใหม่อีกแล้ว
เป็นโชคดีของคนไข้นะคะที่อยู่ในความรับผิดชอบของรพ.เรา
บางครั้งไปส่งคนไข้พูดไทยไม่ได้ ไม่มีญาติเราต้องทำทุกอย่างเสมือนคนไข้เป็นญาติของเรา
ต้องพาเข้าห้องน้ำ พาไปตรวง LAB ต้องไปต่อสู้กับคนมากมายในรพ.ขณะใหญ่ที่ไม่รู้จักใครสักคน ต้องเขนเปลนอนที่แสนจะลำปากเหลือเกิน
ต้องซื้อข้าวให้คนไข้ทานเพราะรู้ว่าเค้าไม่มีเงิน ถ้าคนไข้ ไม่ได้นอนรพ.ต้องพาเค้ากลับ เผลอแบบเดียวหนึ่งวันแล้วเหรอเนี่ย
วันนี้เราตื่น ตี 3 เพื่อรอไปส่งคนไข้พร้อมคนขับรถ เดินไปเดินมาข้าวเที่ยงยังไม่ได้ทาน แต่ตอนนี้ 4 โมงเย็นแล้ว ส่งผู้ป่วย Admit
เรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่ต้องทานข้าว กะว่าประมาณ 3 ทุ่มถึงจะถึงบ้านแต่วันนี้ภูมิใจที่ได้ทำดีอีกครั้ง
ปล.ที่บรรยายมาเป็นเรื่องจริงของชีวิต พยาบาลรพ.สบเมยทั้งหมด ด้วยจรรยาบารรณวิชาชีพเราไม่เคยปฏิเสธคนไข้ นอกเหนือจาก
เกินขีดความสามารถของเราจริงๆ
เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะคะ ที่ได้รับรู้เรื่องราวดีๆ แบบนี้
เอาใจช่วยนะคะ
อืมม ตอนนี้ มติครม.หลักประกันสุขภาพ คนที่มีปัญหาสถานะบุคคลผ่านแล้ว
ไม่ทราบว่า ทางรพ.สบเมย มีการปรับ-รับมือ กับนโยบายใหม่นี้บ้าง
ถ้าพอจะมีเวลาและโอกาส ช่วยมาเล่า-แลกเปลี่ยนกันบ้างนะคะ
เอาใจช่วยค่า สู้ๆ นะคะ
ขอบคุณนะคะที่ให้กำลังใจพวกเราพยาบาลรพ.สบเมย
...ทุกวันนี้เราก็ดูแลคนไข้และร่วมทุกข์สุขกับพวกเค้าเป็นประจำ
เราดีใจที่เห็นคนไข้มีอาการที่ดีขึ้น..และยิ้มได้
..พร้อมกับจากไปอย่างสงบสุข..
ตอนนี้ปัญหาเรื่องสถานะภาพบุคคลดีขึ้นมากการปฏิเสธคนไข้แทบไม่มีเลย
ขอบคุณแทนบุคคลเหล่านั้นด้วยนะคะ
...และตอนนี้ป้าแบะแนะเสียแล้วนะคะนานพอสมควรแล้วที่รพ.สบเมย