การจัดการความรู้ผู้ปกครองปฐมวัย

ตอนนี้พวกเราต้องเปลี่ยนกระบวนการคิดใหม่ว่า  พ่อแม่  ผู้ปกครอง  ตลอดจนชุมชนจะได้รับและมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องของเด็กปฐมวัย   ได้   ถ้าพวกเราหมายถึงครูปฐมวัยและผู้บริหารสถานศึกษา  มีความตั้งใจ  มีความรู้  และต้องการให้ผู้ปกครองเข้าใจสิ่งที่ถูกต้องอย่างแท้จริง  ไม่ใช่คิดว่าผู้ปกครองเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้  เขาทั้งหลายยังมีความคิดเดิม ๆ  ซึ่งจริง ๆ  แล้วไม่ใช่ผู้ปกครองปัจจุบันถ้ามีเหตุผล  หลักการที่ถูกต้องเขาพร้อมที่จะยอมรับและปฏิบัติ       ในแนวทางที่ถูกต้อง

                สำหรับคราวนี้ผู้เขียนจะขอพูดถึงเรื่องการจัดการความรู้เกี่ยวกับเรื่องเด็กปฐมวัย  เพื่อให้ผู้ปกครองได้เข้าใจอย่างถูกต้อง    ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้และไม่ยาก   อย่างแรกต้องตระหนักว่าพ่อแม่  ผู้ปกครอง  เป็นคนที่สำคัญของลูก  เพราะเป็นผู้รับผิดชอบให้ความรู้  การอบรมเลี้ยงดู  พ่อแม่สามารถเป็นนักพัฒนาที่ดีได้ถ้าเข้าใจพัฒนาการเด็ก  แต่ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องที่จะนำมาใช้ปฏิบัติให้เกิดผลต่อการพัฒนาเด็ก  จึงเกิดปัญหาต่าง   มากมายในสังคม  นอกจากพ่อแม่ยังมีผู้ปกครองที่ไม่ใช่พ่อแม่  แต่เป็นพี่   ป้า  น้า  อา  หรือคนอื่น ๆ  ที่ทำหน้าที่ดูแลอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย  พ่อแม่และบุคคลดังกล่าวเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์  จิตใจ  สังคม  และสติปัญญา           การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยให้ถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญของกระบวนการพัฒนาชีวิต  การศึกษาปฐมวัยจึงรวมถึงการศึกษาสำหรับผู้ปกครองด้วย  ปัญหาส่วนใหญ่ของการจัดการศึกษา  คือ  ความต้องการของผู้ปกครองที่ต้องการให้เด็กอ่านออกเขียนได้ตั้งแต่ยังไม่พร้อม  ปัญหาตรงนี้ผู้เขียนได้ยินเกือบตลอดเวลาขณะที่ไปนิเทศโรงเรียน  เมื่อไปคุยกับครูปฐมวัย        ครู  ป.1  หรือผู้บริหาร  ความเข้าใจในปัญหาที่ถูกต้อง  เป็นหน้าที่ของครูที่ต้องสร้างความรู้  ความเข้าใจให้กับผู้ปกครองได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องของการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ  ให้กับเด็กให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด  และมีเด็กอีกจำนวนมาก   ที่ขาดโอกาสเรียนรู้  และไม่ได้รับการอบรม  เลี้ยงดูที่เหมาะสม  ซึ่งสาเหตุมาจาก  ผู้ปกครองบางส่วนยังขาดความรู้       ความเข้าใจในการอบรมเลี้ยงดูบุตรหลาน  และขาดทักษะในการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก     จึงถือว่าเป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่ต้องพัฒนาผู้ปกครองดังกล่าวด้วยการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเพื่อส่งเสริมและสร้างศักยภาพในการอบรมเลี้ยงดูเด็กให้ถูกต้องและเหมาะสม  ตามพัฒนาการของเด็กเพื่อให้มีพัฒนาการที่ดี

                วิธีการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรี เขต 1  ได้ดำเนินงานมาแล้วตั้งแต่ปีการศึกษา  2548  ในรูปโครงการที่มีชื่อว่าคาราวานเสริมสร้างเด็ก  ทำในโรงเรียนศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ  จำนวน  6  ศูนย์  ผลการประเมินโครงการได้รับผลสำเร็จอย่างยิ่งทุกศูนย์หรือทุกโรงเรียน  เป็นกิจกรรม / โครงการที่เป็นตัวอย่างให้กับโรงเรียน   อื่น ๆ  ในการให้ความรู้ความเข้าใจด้านการศึกษาปฐมวัยแก่ผู้ปกครอง  ผู้เขียนขอยืนยันในหลักฐานและข้อมูลความสำเร็จดังกล่าว   และมีวิจัยที่ทำโดยอาจารย์ประวีณา    ปัญญาดิลกพงษ์    เป็นปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต  สาขาการศึกษาปฐมวัย   ปีการศึกษา   2550   ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ได้วิจัยเรื่อง  การจัดโปรแกรมเสวนาผู้ปกครองที่มีต่อความรู้ความเข้าใจของผู้ปกครองเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัย  งานวิจัยได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง   และมีหลายวิธี สำหรับการเสวนาผู้ปกครองหรือการประชุมปรึกษาสำหรับผู้ปกครอง  เป็นวิธีหนึ่งของการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง  เป็นการประชุมที่ครูและผู้ปกครองจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูล   และการรับรู้ซึ่งกันและกัน   ทำให้ผู้ปกครองมีความรู้  ครูสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเด็กได้มากขึ้นจากผู้ปกครอง  และได้เรียนรู้ความมุ่งหวังของผู้ปกครองที่มีต่อครูและโรงเรียนด้วย   เครื่องมือที่ใช้    ในการวิจัยมี   2  อย่าง  ซึ่งเป็นตัวอย่างให้กับพวกเราได้คือ

1.       โปรแกรมเสวนาผู้ปกครองที่มีต่อความรู้

ความเข้าใจของผู้ปกครองเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย  มีประเด็นดังนี้

1.1    การส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย

1.2    การส่งเสริมนิสัยการบริโภคที่ดี

1.3    การส่งเสริมสุขภาพและอนามัย

1.4    การส่งเสริมประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อ

1.5    การส่งเสริมการรู้จักควบคุมอารมณ์

1.6    การส่งเสริมความภูมิใจในตนเอง

1.7    การส่งเสริมความตระหนักรู้ในตนเอง

1.8    การส่งเสริมความรับผิดชอบ

1.9    การส่งเสริมการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น

1.10 การส่งเสริมความเข้าใจผู้อื่น

1.11 การส่งเสริมการตัดสินใจ

1.12 การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

1.13 การส่งเสริมการแก้ปัญหา

1.14 การส่งเสริมการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

2.       แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้

ความเข้าใจ

                จากงานวิจัยดังกล่าวหวังว่าครูปฐมวัยและผู้บริหารคงจะร่วมมือกันจัดการความรู้ให้แก่  ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยอย่างได้ผลจริง ๆ