พักนี้การรณรงค์เรื่องมหาวิทยาลัยไร้แอลกอฮอล์ใน มมส  ยังคงคึกคักเป็นพิเศษ  ถนนในมหาวิทยาลัยมีป้ายนิสิตต้นแบบเรียงรายอยู่อย่างน่าสนใจ  กอปรกับป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ก็มีป้ายรณรงค์ติดหราอยู่อย่างเต็มตา ...  

 

      

ป้ายรณรงค์ชุดแรกที่เราปล่อยออกไปนั้น   เป็นเวอร์ชั่นนิสิตหญิงในบุคลิกที่สดใส ร่าเริง  ซึ่งนิสิตหญิงท่านนี้ก็คือ  นางสาวกีรติยา  สมบัติหล้า  ชั้นปีที่  2  สาขานฤมิตศิลป์  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ฯ   และเธอก็ไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง  หนักเบาแค่ไหนก็ไม่เกี่ยงงอน  พร้อมเสมอสำหรับการช่วยกิจกรรมอย่างเต็มกำลัง และที่สำคัญก็คือ  เธอเป็นคอกิจกรรมตัวยง.. (ตัวจริงและเสียงจริงอย่างแทบไม่น่าเชื่อ)

 

 

 

      

 

 

ป้ายรณรงค์ชุดนี้เป็นการเปิดตัวนำร่อง   ก่อนที่ป้ายชุดที่สองในเวอร์ชั่น  อีสาน  จะตามมาในเร็ววันนี้   และขอบอกล่วงหน้าเลยว่า   นิสิตต้นแบบท่านต่อไปนั้น   รูปลักษณ์หน้าตาเป็น อีสานขนานแท้  อย่างไม่ต้องสงสัย  เหลี่ยมมุมรูปหน้าฉายชัดความเป็นอีสานอย่างเนียนสง่า  ทำเอาช่างภาพอย่าง อ.มงคล  คาร์น  ถึงขั้นปวดขมับยกใหญ่  จนบัดนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะนำเสนอในแง่มุมใดดี  เพราะเหลี่ยมมุมของเขาซับซ้อนและหักมุมอย่างน่าตกใจ !  และที่สำคัญอีกประการก็คือหนึ่งในแกนนำเพื่อนเตือนเพื่อน หรือ To Be  Number  One เหมือนกัน

 

 

 

สำหรับป้ายรณรงค์ชุดแรกนั้น  ผมคิดคำรณรงค์เองเป็นส่วนใหญ่  เป็นต้นว่า      

 

ลดละเลิกเหล้า ..  เพื่อ "เรา"  เพื่อ  "คนที่เรารัก"

 


 
 
ทุกอย่างมีเหตุผล  เหล้า   และความเป็นคน  จึงต้องมี "กาละ" ....

  


 
อย่าทำลายศักดิ์ศรีตนเองและสถาบัน  ด้วยความคิดสั้น ๆ  แค่ "สุรา"

 
 


 
วัยใส  วัยปัญญาชน  ลด  ละ เลิก เหล้า

 

 

  
  

แต่ที่โดนใจผมมากคือคำขวัญรณรงค์ของ อ.มงคล  คาร์น   เพราะฟังดูเป็นวัยรุ่นมาก ๆ  นั่นคือ  เมา  เครียด  ติดโปร ..โง่จัง

 

 

 

 

 

 

 

          

 

ส่วนชุดที่สองนั้นเป็นเวอร์ชั้น อีสาน ๆ   ซึ่งเกิดจากการรังสรรค์ของนิสิตต้นแบบล้วน ๆ  และถัดไปก็จะเป็นวาทกรรมที่มาจากการประกวดคำขวัญในเรื่องดังกล่าว   เพราะนั่นคือกลยุทธของการนำนิสิตเข้ามาเป็นส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้  และคำขวัญที่ชนะการประกวดนั้นก็จะถูกนำไปขยายผลทั้งในรูปของป้าย, สติ๊กเกอร์  และอื่น ๆ  ตามเห็นสมควรต่อไป

 

 

 

 

      

ผมให้ความสำคัญกับเรื่องต้นแบบรณรงค์ในเรื่องนี้อย่างมาก 
ผมไม่อยากให้เป็นแค่แฟชั่น   หรือไฟไหม้ฟางในชั่วข้ามคืน  ดังนั้นผมต้องทำความเข้าใจกับนิสิตต้นแบบทั้งสองอย่างเต็มที่กับสิ่งที่ผมกำลังคิดและลงมือทำ  หนึ่งในนั้นก็คือการบอกกับเขาว่า  ผมเชื่อมั่นในตัวของพวกเขา  และพวกเขาคือปรากฏการณ์ที่ผมจะนำเสนอต่อมหาวิทยาลัยเพื่อนำไปสู่การค้นหาต้นแบบในนาม คนดีศรี มมส   ซึ่งยังไม่มีใครคิดและทำมาก่อนเลยในสถาบันแห่งนี้ ...     

ผมให้ความสำคัญกับนิสิตต้นแบบอย่างจริงจัง    เพราะถือว่าเป็น คนที่แตะต้องสัมผัสได้  และเขาจะเป็นผู้แทนไปสร้างเครือข่ายให้กับเราในเรื่องเหล่านี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง    ดังนั้น  ในพิธีปิดกีฬาราชพฤกษ์เกมส์    ผมจึงมอบหมายทีมงานให้ประสานแทรกกำหนดการพิธีปิดด้วยการมอบโล่เกียรติคุณให้กับนิสิตต้นแบบกลางสาธารชน    เพื่อให้นิสิตจำนวนมาก ๆ  ได้เห็นและสัมผัสถึง ตัวตนอันเป็นแบบอย่างของการทำดี  และเพื่อการยืนยันว่า    บัดนี้เราจะเอาจริงเอาจังเพื่อให้นิสิตและมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันที่มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งในเรื่องแอลกอฮอล์   

    

เรื่องของมหาวิทยาลัยไร้แอลกอฮอล์   ถือเป็นภารกิจและพันธกิจชิ้นใหญ่ที่ผมและทีมงานกำลังเริ่มต้นอย่างมีแรงบันดาลใจ   เป็นห้วงเวลาที่เราได้รับความเมตตาจากทางจังหวัดมหาสารคาม  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม  และ สสส  (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)    อันเป็นจังหวะที่ลงตัวพอดีสำหรับวิถีที่เรากำลังต้องการกำลังหนุน ตามกรอบโครงการพัฒนาการเพิ่มขีดความสามารถสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม    

   

ผมมีความสุขและมีกำลังใจกับงานชิ้นนี้อย่างมหาศาล  ในพิธีเปิดทางองค์การนิสิตได้จัดให้มีการแสดงเกี่ยวกับการรณรงค์เรื่องนี้อย่างชัดเจน  เช่นเดียวกับพิธีปิด  ชมรมศิลปะการแสดง  ก็ขันอาสานำการแสดงอันงดงามมาช่วยย้ำเตือนอีกแรงหนึ่ง  ส่งผลให้ภาพแห่งการรณรงค์มหาวิทยาลัยไร้แอลกอฮอล์  กลายเป็นภาพสะท้อนในวงกว้างไปในชั่วพริบตา    

 

นี่เป็นเพียงระฆังยกแรกที่ดังขึ้นเมื่อไม่นาน   หากแต่สำหรับผมแล้ว  มันเป็นยกแรกที่ไม่แห้งผาก  และเสียงระฆังนี้ก็เป็นเสียงแห่งความหวังที่ผมสัมผัสได้ว่าผมมี ความหวัง  อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน !