วันนี้ทีม KM กลางของกรม อไปเรียนรู้จากกองแผนงานที่มี CKO ใหญ่เจ้าความคิด คุณติ๊ก สร้อยทองเป็นแกนอยู่

ผมทราบมาก่อนว่าที่กองแผนเขามีการจัดการความรู้โดยใช้การทำ portfolio เป็นวิธีสำคัญที่คุณสร้อยทองบอกว่าน่าจะใช่การทำ KM ที่ดี แต่ก็ไม่วายออกตัวว่าไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำเป็นการจัดการความรู้หรือเปล่า

พอไปฟังก็ได้ทราบว่าที่จริงแล้วทาง ผอ กองแผนเขามีนโยบายให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนเขียนสิ่งที่เรียกว่า แฟ้มภูมิปัญญา ที่มีที่มาจากการเขียน portfolio แต่เขาไม่อยากเรียกว่า portfolio เพราะไม่อยากให้ติดกับที่เคยมีการอบรมกันมา

แนวคิดสำคัญคือให้เจ้าหน้าที่ของกองเขียนบทเรียนของตัวเองที่ได้มาในแต่ละวัน เก็บใส่แฟ้มใครแฟ้มมัน แต่คนอื่นสามารถมาดู และมีเปิดให้ comments ได้ด้วย

คุณทิชามณฑ์ ผู้ขยันเขียนที่สุดในตอนนี้ บอกว่ารู้สึกปลื้มใจ เพราะหลังเขียนจึงได้รู้ว่าสิ่งที่เขียนมีประโยชน์

แต่คนส่วนใหญ่ในกองยังรู้สึกว่ามันมีความหลากหลาย ยังไม่รู้ว่าจะเขียนแบบไหนดี เคยอบรมวิธีเขียน portfolio (ซึ่งจะมีคำแนะนำค่อนข้างชัดเจนว่าควรเขียนอะไร ไม่ควรเขียนอะไร) เลยสับสนกับคำว่าแฟ้มภูมิปัญญาที่ทางกองคิดขึ้นมาเอง

เท่าที่คนในกองเข้าใจ portfolio ตั้งใจไว้ให้อ่านเองแต่แฟ้มภูมิปัญญานั้น ทางกองบอกว่าจะเอาไปใช้ประกอบการพิจารณษความดีความชอบ บางคนกลัวว่าจะเขีนไม่ดี หรือไม่ครบ เดี๋ยวจะกระทบการประเมินความดีความชอบหรือเปล่า

ส่วนบางคนบอกว่า็คิดจะเขียนแต่งานยุ่งเลยไม่ได้เขียน จะมาเขียนใหม่ ก็ลืมไปแล้ว)

แต่เท่าที่ทำมาราวครึ่งเดือนปรากฏว่าได้ผลเกินคาด เพราะบางคนเน้นเขียนสิ่งที่ไม่ใช่งานประจำ แต่ตั้งใจให้เป็นคู่มือการทำงาน เผื่อคนอื่นมาอ่านจะได้รู้ว่าจะทำงานนั้นๆยังไง

ส่วนบางคนก็เขียนถึงวิธีที่จะช่วยเหลือครอบครัวเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเสียชีวิตไป ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับเรื่องงานโดยตรง แต่ความจริงแล้วมีค่าต่อการสร้างค่านิยมในองค์กร ทำให้หลายคนเกิดความคิดขึ้นมาว่าในที่ทำงานยังมีอีกหลายเรื่องที่ควรจะมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

เราได้รู้ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยมีนโยบายให้เขียน แต่ดูจะกระด้าง เพราะเน้นการเขียนแสดงผลงานเชิงปริมาณไปหน่อย ตอนนี้ก็เลยบอกให้เขียนเชิงอนุทิน แล้วให้แต่ละคนเลือกเองว่า เรื่องไหนที่เขียนแล้วอยากให้คนอื่นอ่านก็พิมพ์มาไว้ในแฟ้มของตัวเอง

ตอนนี้นักคอมพิวเตอร์ของกองกำลังคิดว่าจะจัดระบบยังไงให้คนที่สนใจมา “อ่าน” ได้ง่ายขึ้น

คุณหมอนนทลีเลยแนะว่าให้ลองมาใช้บริการ gotoknow เผื่อจะได้ไม่ต้องใช้ programme word มาเขียนแล้ว print ใส่ แผ่นกระดาษ  แถมยังอาจจะsearch ได้ง่าย  แต่ทางกองดูจะอยากมีความเป็นส่วนตัวของคนในกอง เลยยังลังเลอยู่

ผมเสนอว่าให้คนของกองมาคุยกับทีม gotoknow เผื่อจะทำ feature ใหม่แบบที่ผมเคยเสนอ คือให้คนที่มาเขียนที่ gotoknow สามารถสั่งให้ไป post ที่ website ของกองได้ดวย แบบนี้เขียนทีเดียว post ได้ 2 ที่ แถมเวลา search ที่กองก็จะได้เฉพาะ ข้อความรู้ที่คนในกองเขียนแลกเปลี่ยนกัน ไม่ต้องไปติดเอาของที่คนข้างนอกเขียน ซึ่งอาจจะไม่ค่อยเกี่ยวของงานของกอง

ก่อนกลับ ท่าน ผอวิสุทธิ์ พาผมไปดูมุมภูมิปัญญาที่ท่าน ผอ เตรียมเก้าอี้โซฟา ไว้ข้างๆ กองแฟ้มภูมิปัญญา idea ก็คืออยากให้คนของกองมานั่งสบายๆ ระหว่างวันหรือระหว่างพักกลางวัน แล้วสามารถนั่งอ่านแฟ้มที่เพื่อนๆเขียน แถมท่าน ผอ ยังมีความคิดที่จะเพิ่มคุณค่ามุมภูมิปัญญาด้วยการหากาแฟมาให้ชง พร้อมทำบรรยากาศให้น่ามานั่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ดูท่าทาง แฟ้มภูมิปัญญาของกองแผนจะเป็นรูปแบบกระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะในสภาพที่สมาชิกยังไม่ถนัดในการเขียน blog และอ่านผ่าน internet

จำได้ว่าตอนประชุมประจำปีของ สคส ทาง รพตาคลีก็เคยเอาแฟ้มประวัติบุคคลที่เจ้าหน้าที่แต่ละคนบันทึกเรื่องราวการเรียนรู้ของตัวเองมาตัง้แสดงเหมือนกัน

เข้าใจว่าวิธีนี้ทางกองแผนคงไม่สงวนลิขสิทธิ เพราะได้ยินคุณติ๊ก สร้อยทองบอกว่าความจริงคำนี้ก็ไปได้มาจากตอนไปดูงานที่ศิริราช แต่ไม่รู้ว่าทางศิริราชเขามีการเขียนแฟ้มภุมิปัญญษแบบที่กองแผน ชองกรมอนามัยทำหรือเปล่า

ถือเป็นการให้เกียรติแหล่งที่มาของความรู็ และความคิดดีๆ อันเป็นกฏกติกามารยาทพื้นฐานของวัฒนธรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้