จากกลุ่มสมาชิกในเครือข่ายเขต 3 กลุ่มนี้มีสมาชิก 9 ท่านมีมุมมองประสบการณ์ที่แตกต่าง...
เรื่องเล่าที่ 1 จากรพ.ตะพานหิน เล่าว่า "มีน้องพยาบาลตั้งครรภ์เป็นภูมิแพ้ ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้รับการอบรมเรื่องนมแม่แล้ว มีสามีช่วยเลี้ยงช่วยหาอาหารให้ คอยช่วยเหลือ ส่วนกลางวันอยู่กับยาย ต่อมาไปอบรม 3 วันกลัวว่านมจะแห้ง สามีแนะนำให้ถ่ายรูปและบันทึกเสียงร้องของลูกไปให้ฟัง ทำให้นมไหลสามารถเก็บนมให้ลูกได้ โดยบีบใส่กระติกไว้"
เรื่องเล่าที่ 2 จากรพ.พยุหะคีรี เล่าว่า " แม่บีบนมไว้ ก่อนขึ้นเวร และบ้านอยู่ใกล้จึงสามารถให้นมได้"
เรื่องเล่าที่ 3 จากรพ.อุทัยธานี เล่าว่า "รพ.นวนคร มีการช่วยเหลือพนักงานที่ตั้งครรภ์ ให้พยาบาลที่อยู่โรงงานมาสอนและชี้ให้เห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และหลังคลอดจัดให้มีที่เก็บนม ที่บีบนทม เอื้ออำนวยความสะดวกได้ดี"
เรื่องเล่าที่ 4 จากงานเวชกรรม เล่าว่า " case ตั้งใจให้นมแม่แค่ 3 เดือน แต่ต่อมาพบเพื่อนห้องคลอดแนะนำการบีบเก็บน้ำนม จึงได้ใช้การบีบเก็บนมแม่ในห้องน้ำ เพราะหน่วยงานไม่มีที่สนับสนุน) ก็สามรถให้นมแม่ได้ถึง 7 เดือน พบว่าตัวแม่น้ำหนักลดลงดี"
กลุ่มนี้ได้เรื่องเล่าที่ประสบความสำเร็จมาเล็กน้อย อย่างที่บอกบางท่านไม่ค่อยพบ case และบางท่านก็เพิ่งเข้ามาจับงาน นมแม่ครั้งแรกจ้ะ
สรุปประเด็นสำคัญจากเรื่องเล่า
- ถ้ามีนโยบายสนับสนุนจากสถานที่ทำงาน ก็จะมีมุมบีบเก็บน้ำนมที่สะดวกขึ้น
- ถ้าสถานที่ทำงานใกล้บ้านก็ยิ่งสะดวกกับการใหนมแม่
- การนำความรู้มาปรับเทคนิคการกระตุ้นน้ำนมก็ช่วยให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอได้ เช่น การถ่ายรูปและอัดเสียงลูกไปฟังเมื่อต้องห่างกัน (ชอบจัง ไอเดียเจ๋ง)
- เจ้าหน้าที่เข้าให้คำแนะนำ และสร้างความตระหนักก็ช่วยให้ลดความยุ่งยากในการบีบเก็บน้ำนมได้ เช่น การเก็บนมแม่ในห้องน้ำ