ประวัติศาสตร์ฉบับย่อ

                    ตอนเป็นเด็ก ผมชอบวิชาคัดไทย และเรียงความ พูดอย่างอวดหน่อย ผมคัดไทยสวย มักได้คะแนนเต็ม ส่วนการเขียนเรียงความ ครูก็ว่ามีแววนักประพันธ์ไส้แห้ง แต่นั้น ไม่ได้หมายความว่า ผมจะเก่งเหนือใคร โตขึ้น  สิ่งที่ผมคัดคัดและเขียนออกไป

                   มันก็หันมาคัดและเขียนผมบ้าง ผมพบวิถีชีวิตที่ถูกสาปด้วยมนต์ขลังของความสวยเศร้า  สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ดูจะคัดและเขียนผมตลอดเวลา มันไม่ยอมให้ผมคัด และเขียนมันแต่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป

                    พบว่าตัวเองเป็นคนช่างฝัน หรือนักฝัน แต่ก็ชอบเผชิญหน้ากับความจริง ไม่หนีความจริง การคิกและการเขียนของผม มิได้มีเพื่อเลี่ยงหนีความจริง การคิดและเขียนของผม มิได้มีเพื่อเลี่ยงหนีความจริง มิได้เพื่อสร้างเปลือกโลกฝัน ลวงว่าความจริงไม่มีอยู่ หากมีเพื่อหาทางเรียนรู้ความจริง อย่างไม่ยอมจำนน รัก โลภ โกรธ หลง สดสวย โศกศัลย์

                     จะว่าไป มันก็มีชีวิตของมันเอง มันมักหาเวลาว่าง ชวนผมก๊งสุราแห่งชีวิตร่ำไป จากเด็กคัดไทยสวย ทุกวันนี้ ไม่อดทนนั่งคัดเหมือนเดิมอีก ไม่ใช่เพราะเร่งรีบ แต่อยากใช้เวลาเพื่ออย่างอื่น ลายมือที่เขียนอย่างมีความสุขในปัจจุบัน จึงกลายเป็น "หวัดแกมบรรจง" แหละนั่น สิ่งใดสิ่งหนึ่งมันก็ยังตาม "หวัดแกมบรรจง" ให้ชีวิตผมอีก"

                      ชีวิตเหมือนลายอักษร หวัดแกมบรรจง ทุกครั้งที่มองมืออันพลิ้วไหวของจิตรกรที่เขา "สเกีตซ์ภาพคน" แม้ภาพจะออกหยาบไ คร่าวๆ ไม่ละเอียด ไม่เหมือนตัวจริงนัก

                      แต่มันรู้สึกสัมผัสถึงชีวิตจิตวิญญรณจริง บางที มากกว่าดูภาพเหมือนจริงบางภาพเสียอีก เส้นไม่กี่เส้น ตวัดโค้ง ปาดตรง หรือแตะจุดไม่กี่ครั้ง มันให้ชีวิตใหม่ที่มีมนต์ขลัง ด้วยทะเยอทะยานประมาณนั้น

                      เมื่อวาดรูปไม่เป็น จึงลงมือร่างภาพด้วยตัวอักษร ทดลองทำงานสดๆ เริ่มตั้งแต่กำหนดพื้นที่กระดาษที่จะเขียน เลือกพื้นที่ที่จะตีพิมพ์เผยพร่ ตั้งเวลา สัปดาห์ต่อสัปดาห์ แล้วก็หาใบหน้าของคนที่จะมาเป็นหุ่น

                      และแล้ว ในห้วงเวลาหนึ่ง หลายชีวิตเหล่านี้ก๋เรียงรายอาสาเข้ามา มีสุข สมาธิ ได้ฝึกปรือทักษะปฏิภาณการประพันธ์อีกวิธีหนึ่ง หยุดคาดหวังถึงความสมบูรณ์พร้อมแบบ "ภาพเหมือน" หรือการเกร็งมือแบบ "ตัวบรรจงเต็มบรรทัด" คงอยากปล่อยมันไว้ในฐานะ "ภาพร่าง" หรือ "หวัดแกมบรรจง"

                     มิตรหลายคนเมตตาห่วงใย ไม่เสียดาย "พล็อต" หรือ ?  วัตถุดิบหลายเรื่องน่าเก็บไว้สำหรับนิยายหรือเรื่องสั้นได้  ผมไม่เสียดาย ด้วยอยู่ในภาวะความเขื่อ เรื่องจริงที่ได้มา ผมใช้มันจริงแล้ว ในรูปแบบหนึ่งช่วงวัยหนึ่ง พื้นที่หนึ่ง วันเวลาหนึ่ง บุคคลแวดล้อมกลุ่มหนึ่ง ผมสนุกกับมัน...

                     เมื่อใจสนุก มือสนุก คนที่มาเป็นหุ่นให้ก็ทำท่าจะสนุก ต่างทยอยกันเข้ามาไม่ขาดสาย ผมทำท่าจะจบไม่ลง แต่จำเป็นต้องหยุด ขอร้องให้พวกเขารู้จักรอคอยครั้งต่อไป

                    ผมกลัวการสนุกสนานเกินไป กลัวการอิ่มใหญ่เกินกระเพาะไป ผมอิ่มกับมันแล้ว เป็นอิ่มเล็กๆในบางมื้อของอารมณ์

                    ณ ที่นี้ "หลายชีวิต  คิดถึงบ้าน" เหล่านี้ ล้วนมีชีวิตของเขาเอง

                   ไม่จำเป็นต้องอยู่ในในอาณัติการประพันธ์ของผมเสมอไป เขาอาจชวนดื่ม เที่ยว ร้องเพลง ตัดผม นั่งแท็กซี่ ถกปรัชญาสาระชีวิต

                    หรือชวนให้คุณรำคาญไม่เข้าเรื่องบ้าง ก็แล้วแต่...

                    ผมเพียงหวัง อย่างไรก็ตาม  ในเมืองหลวงที่เราล้วนคิดถึงบ้าน

                    ดวงหน้าชีวิตที่ต่างล่องลอยนี้ คงไม่โดดเดี่ยวเกินไปนัก !

                                                                                                ไพวรินทร์   ขาวงาม

                                                                                      จากหนังสือ "หลายชีวิต คิดถึงบ้าน"

                  ไปร้านหนังสือดวงกมลสมัย จังหวัดเชียงใหม่ เดินดู หยิบอ่าน จนเพลินไปสดุดอยู่เล่มหนึ่ง คือ หลายชีวิต คิดถึงบ้าน ของไพวรินทร์  ขาวงาม ตามที่ผมเขียนให้ พี่น้องชาวgotoknow ทุกคน ได้อ่านไปนั้น

                   เป็นเพราะผมไปใช้ชีวิตที่ขุนยวม แม่ฮ่องสอน เกือบ 20 ปี  กระมัง จากกรุงเทพเสียนาน

                   ผมจึงอยากให้ใครก็ตามที่มีเวลาว่างจากการงาน หรือพันธะชีวิต ที่ชอบว่าไม่ว่างหรือสร้างข้อแก้ตัวอยู่เสมอๆ แวะไปห้องสมุด หรือตามร้านหนังสือ ไปซื้อหนังสือเล่มนี้ไปอ่าน

                   วันเวลา   ระยะเวลาความทรงจำ เพื่อละลายตำแหน่ง  ฐานะ เสียบ้างก็จะดี หวนคืนสู่ธรรมดามนุษย์เสียบ้าง สักครั้ง 1 ชีวิตนี้

                   รักทุกคน

                                    วิช