หลังจากได้รับทราบคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 2 พฤษภาคม 2549 แล้ว แทนที่จะยอมปฏิบัติตามโดยดี  กระทรวงการคลังกลับมีหนังสือลงวันที่ 14 มิถุนายน 2549 ไปหารือ สำนักงาน ก.พ. เกี่ยวกับการปฏิบัติ   ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้ว  สำนักงาน ก.พ. ก็มีหนังสือตอบสรุปได้ว่า โดยที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งทั้งสองฉบับ กรณีจึงเป็นผลให้คำสั่งทั้งสองฉบับดังกล่าว ถูกเพิกถอนโดยคำพิพากษาดังกล่าว กระทรวงการคลังจึงไม่จำเป็นต้องออกคำสั่ง เพิกถอนคำสั่งข้างต้นแต่อย่างใดอีก เริ่มได้กลิ่นทะแม่ง ๆ แล้วไหมล่ะ ยังมียิ่งกว่านั้นมาตามดูกันต่อไป  ที่สำนักงาน ก.พ. ชงเรื่องตอบกระทรวงการคลังอีกตอนว่า  ส่วนคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน (ระดับ 10) ของบุคคลทั้งสี่จะได้รับผลกระทบหรือไม่ จะต้องพิเคราะห์จากองค์ประกอบหลัก 2 ประการ คือ 1. กระบวนการ (Process) คัดเลือกถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนดหรือไม่ และ 2. บุคคลทั้งสี่      มีคุณสมบัติ ตรงตามคุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งในตำแหน่ง ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันหรือไม่  ถ้าหากการแต่งตั้งได้ดำเนินการคัดเลือกโดยถูกต้องตามกระบวนการคัดเลือกที่ ก.พ.กำหนด และผู้ได้รับแต่งตั้งดังกล่าวมีคุณสมบัติครบถ้วนตรงตามคุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งแล้ว คำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันของข้าราชการทั้งสี่ก็จะเป็นคำสั่งที่มีผลใช้บังคับ ได้ตามกฎหมาย กระทรวงการคลัง ไม่จำเป็นต้องดำเนินการกับคำสั่งนั้นแต่อย่างใด ตรงนี้เองที่ทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมกระทรวงการคลังจึงกำแหงหาญไม่ยอมปฏิบัติตาม คำพิพากษาของศาลปกครองแต่โดยดี ก็เพราะมีกุนซือที่เจ้าเล่ห์แสนกลขนาดศรีธนญชัยเรียกพี่อย่างสำนักงาน ก.พ. นี่เองเล่าก็ขนาดศาลมีคำพิพากษา ให้เพิกถอนการแต่งตั้งให้เป็นรองอธิบดีกรมสรรพากรไปแล้ว สำนักงาน ก.พ.ยังอ้างข้าง ๆ คู ๆ ว่าคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันของข้าราชการ ทั้งสี่เป็นคำสั่งที่มีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย กระทรวงการคลังไม่จำเป็นต้องดำเนินการ กับคำสั่งนั้นแต่อย่างใด  ความเห็นของสำนักงาน ก.พ.นั้นมันยิ่งใหญ่วิเศษวิโสกว่าตัวบทกฎหมาย กระนั้นหรือ เอาเถอะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ช่วยตีความให้คำปรึกษาอีกเรื่องจะเป็นไรไหม สมมติว่าข้าราชการคนหนึ่ง ใช้วุฒิปริญญาตรีสมัครเข้ารับราชการจนเติบโตและเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญ เอาเป็นว่าเป็น เลขาธิการ ก.พ. หรือปลัดกระทรวงการคลัง ก็แล้วกัน ครั้นต่อมาเกิดปรากฏว่าข้าราชการคนนั้นไม่ได้จบชั้นมัธยมสูงสุดในสมัยที่เรียน จึงเป็นผลให้ถูกมหาวิทยาลัยเพิกถอนปริญญาตรี ขอถามว่าจะปล่อยให้ข้าราชการคนนั้นรับราชการต่อไปจนเกษียณหรือไม่... เรื่องทำนองนี้ยังมีต่อโปรดติดตาม

ไทยรัฐ (คอลัมน์มุมข้าราชการ)  23  ม.ค.  51