GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Storytelling ของ "ศา" : "หนูเห็นความมุ่งมั่นของพี่กานดา.."

ตั้งใจอย่างเดียวไม่พอ ต้อง"แสดง"ออกมาให้คนอื่นเห็นด้วย
   storytelling ของกลุ่ม5 จากการสัมนาฯยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ที่บังเอิญหลุดรอดจากการถูกจับ “ประเด็น” ในวันนั้น เป็นเรื่องเล่าของคุณ “วรศา; น้องใหม่ของหน่วย IHC (immunohistochemistry)” ความจริงแล้วในโครงการ patho-otopI นั้น ศาไม่ได้เป็นสมาชิกของทีมใดเลย แต่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเตรียม powerpoint และสอนการใช้คอมพิวเตอร์ให้แก่ “พี่กานดา” เจ้าของโครงการ “Patho4R” (ขอบอกตรงนี้เลยค่ะ ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่พี่เม่ย ชื่นชมและประทับใจมาก..ก..ก เพราะมีความหมายดีๆหลายอย่างแฝงอยู่ในตัวโครงการและทีมผู้จัดทำทุกท่าน)
น้องศาเล่าว่า เห็นพี่กานดาตั้งใจทำงานนี้มาก ทำให้มีความรู้สึกว่าอยากช่วย  "...ศาเห็นความมุ่งมั่นของพี่กานดา พี่เขาตั้งใจมากค่ะ เวลาทำงานก็ทำ ทำ ทำ เวลาซ้อมการนำเสนอก็พยายามพูด ท่อง และท่อง พอมีเวลาก็ขอซ้อมอีกรอบนะ...และ..ศาภูมิใจที่พี่กานดาประสบความสำเร็จ”
    ประเด็นนี้น่าสนใจมากค่ะ ปัจจัยของความสำเร็จหนึ่งของ"พี่กานดา"ซึ่งนอกจากเจ้าตัวจะมีความตั้งใจทำงานแล้ว ก็คือ ได้แสดงความมุ่งมั่นและพยายามออกมา (คาดว่าคงจะทั้งสีหน้า แววตาและการกระทำ)จนผู้อยู่ใกล้เคียงได้รับรู้ ทำให้ได้รับความร่วมมือและความช่วยเหลือเป็นอย่างดี นี่เป็นเรื่องสำคัญนะคะ เพราะถ้าเราตั้งใจทำงานอะไรสักอย่าง แต่ไม่ได้แสดงออกมาให้ผู้ร่วมงานที่อยู่ข้างเคียงได้เห็นหรือรับรู้ เขาก็อาจจะลังเลที่จะเข้าไปช่วยเหลือ (งานก็สำเร็จได้ค่ะแต่อาจจะช้าและเหนื่อยหน่อยนะคะ) แต่ถ้าได้แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนเนี่ย..ใครๆก็เต็มใจให้ความร่วมมือค่ะ งานจะสำเร็จได้เร็วขึ้น
   เขียนถึงตอนนี้แล้วพี่เม่ยก็นึกถึง "นวลตา" แห่งทีมเก็บตก สมาชิกฮีมาโตนี่แหละค่ะ ปัจจัยหนึ่งของความสำเร็จที่เจ้าตัวอาจจะคาดไม่ถึง ก็คือ "ตาได้แสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน จนพี่เม่ยเห็นได้" ทำให้พี่เม่ยไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือและให้คำแนะนำอย่างสุดความสามารถ และในที่สุดตาก็ประสบความสำเร็จค่ะ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 16048
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ขอบคุณค่ะอาจารย์...ตาขอเรียกว่า อ. เม่ยนะค่ะ เพราะตาเป็นลูกศิษย์ที่เรียน พนง.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชั้นปีที่ 2 ค่ะ สำหรับตัวตาเองยอมรับนะค่ะว่ามีความพยายามสูง เนื่องจากมีความรู้น้อยและด้อยประสบการณ์จึงมีคติประจำใจนะค่ะ "ความพยายามคือความสำเร็จ" และตาเองได้สมัครทำโครงการ patho-otopI 2 โครงการ การแบ่งเวลาในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญมากและตาเองขาดความเชื่อมั่นในการนำเสนอผลงานเพราะมีปัณหาในการออกเสียง ความสำเร็จที่ตาได้รับก็ขอมอบให้พี่เลี้ยง(อ.เม่ย)และที่ปรึกษา(อ.นุชรัตน์) ทีมงาน และ เพื่อนๆ ฮีมาโตค่ะ ....ตายังต้องขอความช่วยเหลือและคำแนะนำจาก...อ.เม่ยอีกนะค่ะ  ขอบคุณค่ะ

ได้อ่านข้อคิดเห็นของพี่นวลตา ก็อดจะร่วมแจมด้วยไม่ได้ เพราะอันที่จริงก็มีนักพูดที่ประสบความสำเร็จตั้งหลาย ๆ คน ก็มีปัญหาในการออกเสียงไม่ชัด แต่มันอาจอยู่ที่ความเชื่อมั่นมากกว่าค่ะ เคยได้ยินคำสอนหรือคติเตือนใจที่ผู้เขียนรู้สึกประทับใจมากค่ะ คือ "อย่าปล่อยให้ความกลัวมาทำร้ายตัวเราเอง" (จำไม่ได้ว่าอาจจะเป็นจากโฆษณา หรืออะไรสักอย่าง) เพราะเราส่วนใหญ่มักจะสร้างความคิด -กลัวโน่นกลัวนี่ขึ้นมาเป็นสาเหตุให้เราไม่มั่นใจ ไม่กล้าทำอะไร  แม้แต่ผู้เขียนก็เช่นกันค่ะ ถ้ามีเหตุต้องพูดก็จะกลัวและตื่นเต้นทุกครั้งหัวใจแทบจะออกมาเต้นข้างนอกเชียว !!!!
แนมแฝงของศาเองลูกแมว แต่พี่เม่ยจะเป็นคนแรกที่น้องศาอยากบอกว่าศาหล่ะขำกับนามแฝงตัวเองจนรับไม่ได้แล้ว เพราะตั้งตอนที่ยังทำอะไรกับบล็อกไม่เป็นเลย เพิ่งสมัคร มันฟังดูน่ารักเกินไปเพราะตัวขนาดนี้ น่าจะเป็นลูกหมีควายอะไรประมาณนั้น... อยากบอกพี่ หรืออาจารย์เม่ยของทุกคนว่าศาก็รู้สึกดีใจที่คำพูดเล็กๆได้ทำให้ผู้ใหญ่อย่างพี่เม่ยเก็บไปคิดจนนอนไม่หลับได้ แต่ขอยืนยันว่าศารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆตามที่พูด บางครั้งเมื่อเราเห็นคนใกล้ตัวเราประสบความสำเร็จแม้นไม่ถึงขั้นผลิตจรวดลงดาวอังคารแต่เขาได้ทำในสิ่งที่เขาเองก็ไม่คิดว่าจะทำได้ และเขาก็ทำได้ดีมันทำให้คนช่วยลุ้นน้ำตาจะไหลที่ได้เห็นรอยยิ้มแห่งความสำเร็จของเขามันรู้สึกว่ามันยอดมากเลยจ๊อด ...ตอนนี้พี่กานดาคนใหม่ กล้า เก่งและที่สำคัญมีรอยยิ้มสวยๆ ให้ศามองทุกวันเลย อีกอย่างพี่กานดากับศาเราต่างเป็นครูของกันและกันเพราะพี่กานดาสอนให้ศารู้ในสิ่งไม่รู้ตั้งเยอะ เพราะหลายอย่างเขาไม่ได้สอนในห้องเรียนเลยนะ  ตื้นตันใจจัง