ครูของเธอสวมกระโปรงย้อยสีน้ำเงิน ยาวถึงข้อเท้า มีเสื้อสีขาวแขนสั้นพองเล็กน้อยสอดชายไว้ในขอบกระโปรงอย่างเรียบร้อย เอวเล็ก ๆ ใต้ขอบกระโปรงคาดทับด้วยเข็มขัดสีดำเส้นโต ครูของเธอดูสะอาดสอ้าน หน้าตาหมดจด ทรงภูมิและใจดี แววตาของเด็กหญิงตัวน้อยอายุ 7 ขวบ บอกความชื่นชม บูชาเหมือนครูของเธอเป็นบุคคลสำคัญและมหัศจรรย์เพียงหนึ่งเดียวใจโลก           
    
ทุกเช้าเด็กหญิงจะเดินข้ามถนนลาดยางไปโรงเรียน ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามหน้าบ้าน
ของเธอ ห้องเรียนชั้น ป.1 มีเพียงห้องเดียว มีนักเรียนชายหญิง 22 คน วันแรกที่เธอมาเข้าเรียนครูผู้หญิงสาวสวย ตัวเล็ก ๆ ท่าทางใจดีนำเธอเข้าห้องเรียน จัดให้นั่งในโต๊ะตัวยาวกับเพื่อนอีกสองคน ห้องเรียนโถงกว้างขวาง พื้นไม้เป็นมันปลาบ เธอชอบใช้เท้าเปล่าเปลือยที่ไม่เคยสวมรองเท้าถูไล้ไปมากับพื้นอย่างเป็นสุข ทุกวันครูจะบอกให้ทุกคนล้างเท้าก่อนเข้าห้องเรียนโดยจุ่มเท้าลงไปในอ่างปูนเล็ก ๆ ใส่น้ำไว้จนเต็ม ข้างเชิงบันได           
      
ในทุกวันครูให้วางกระดานชนวนใหม่เอี่ยมไว้บนโต๊ะ วางดินสอหินแท่งยาวแข็งแรง
ไว้บนกระดานชนวนอีกทีหนึ่ง มันใหม่จนได้กลิ่นหอมกรุ่น ครูให้เดินแถวตามลำดับสูงต่ำตามครูไปนั่งรวมกันใต้ต้นมะขามใหญ่ ร่มเย็น โปร่งสบาย บนพื้นดินสดสะอาดและหอมมันถูกพวกเธอเดิน วิ่ง และย่ำจนอัดกันแน่นเรียบมาก่อน บัดนี้มันกลายเป็นห้องเรียนที่แสนจะร่มรื่นเย็นสบายและเงียบสงบ ครูนั่งบนเก้าอี้ไม่เก่าแก่แต่แข็งแรง ครูเริ่มต้นบทเรียนโดยให้ใช้ไม่ไผ่แท่งเล็กแทนดินสอ ขีดเขียนลงไปบนพื้นดินที่เรียบแน่นนั้น เป็นตรงบ้างเส้นหยักสม่ำเสมอ เส้นเฉียง วงกลม วงรี จนในที่สุดก็เป็น  ,,,  1, 2 … แล้วครูก็เดินตรวจผลงาน และนำบ้าง ชมบ้าง ให้กำลังใจบ้าง กล้ามเนื้อมือของพวกเธอแข็งแรงรวมกับคีมเหล็ก เหลือเชื่อว่าลายมือของพวกเธอดีวันดีคืน บางครั้งครูก็อ่านเรื่องให้ฟัง แล้วตอบคำถามบ้างถูกบ้างผิด ชั้นเรียนมีแต่เสียงหัวเราะสนุกสนาน บางครั้งครูก็เล่านิทานสั้น ๆ แฝงคติสอนใจทุกคนใจจดจ่ออยู่กับนิทานของครู แววตาของครูอบอุ่น สีหน้าสดใสภายใต้ผมดัดสั้นเป็นลอนอ่อน ๆ ปากของครูขยับขึ้นลงแย้มเยื้อนขณะเล่านิทาน ครูดีมีความสุขที่ได้เล่านิทานให้พวกเธอฟัง  เธอรักนิทานของครูเหลือเกินและจดจำมันได้ทุกถ้อยคำที่ครูเล่า เธอคิดว่าเมื่อโตขึ้นเธอจะเป็นครูแย้มเยื้อนเล่านิทานอย่างเป็นสุขเช่นนี้ให้ได้ ครูให้พวกเธอเล่านิทานของครูคนละท่อนสั้น ๆ เมื่อฟังจบ แล้วก็ตอบคำถามง่าย ๆ ของครู ทุกคนช่วยกันเล่าช่วยกันตอบอย่างเต็มอกเต็มใจเสียงเซ็งแซ่ เวลาในวันหนึ่ง ๆ หมดไปอย่างรวดเร็ว ทุกลมหายใจเข้าออกของพวกเธอคือชั้นเรียนใต้ต้นมะขามสูงใหญ่ที่มีแต่ความสุขสนุกไม่รู้จบ           
        
อาหารมื้อกลางวันของพวกเธอก็มีครูมาร่วมด้วยเสมอ ครูให้ทุกคนล้างมือให้สะอาด
เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดผืนเล็ก ซึ่งตัดมาจากผ้าขาวม้าที่ครูให้นำมาจากบ้าน อาหารนั้นพวกเธอต่างนำมาจากบ้านแล้วกินร่วมกัน โดยแบ่งเป็นกลุ่ม ครูมีอาหารของครูมาจากบ้านเช่นกัน และนำมากินร่วมกับพวกเธอ ครูเดินดูพวกเธอกินข้าว ยิ้มให้ทุกคน เธอชอบการกินอาหารร่วมกัน คิดว่าดีเพราะมีอาหารหลายอย่างและกินอร่อย           
        
เธอชอบชั่วโมงขับร้องและฟ้อนรำ ครูขับร้องเพลงได้ไพเราะ พวกเธอทุกคนร้องเพลง
ของครูได้ ไก่เอย ไก่แจ้ ถึงยามขัน ขันแซ่ กระชั้นเสียง..”  เสียงเอื้อนของครูไพเราะจับใจและท่ารำอันอ่อนช้อยของครูมันตราตรึงอยู่ในความรู้สึกของเธอตลอดมา           
       
เธอมองดอกบานชื่นหลากสีในแปลงริมถนนเข้าโรงเรียนอย่างเป็นสุขและภูมิใจ
ครูมอบหมายให้พวกเธอรับผิดชอบรดน้ำพรวนดิน ครูบอกว่าคนเราต้องการอาหารและความรักความเอาใจใส่ ซึ่งเรียกว่าปุ๋ยชีวิต จึงจะเจริญเติบโตทั้งกายใจ ต้นไม้ก็เช่นกันดอกไม้ของเธอจึงมีดอกโต กลีบดอกอัดกันแน่นเป็นชั้น ๆ มันทำให้โรงเรียนของเธอสวยงามจนเธอแทบไม่อยากกลับบ้าน เพราะเกรงว่าความงามของมันจะหายไปเมื่อลับตาเธอ           
     
วันนี้เธอเป็นครูสอนวิชาภาษาไทยในโรงเรียนใหญ่โตแห่งหนึ่งแถวบ้านเกิดของเธอ
ภาพของครูฝังแน่นเป็นภาพซ้อนอยู่ในตัวเธอ เธอได้รับยกย่องให้เป็นครูภาษาไทยดีเด่นของคุรุสภา ประจำปี พ..2548 และได้รับยกย่องจากนักเรียนให้เป็นครูดีที่หนูรัก ติดต่อกันตลอดมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 เธอขอกตัญชุลีครูด้วยเคารพรักยิ่ง             นางปราณี  มุทธสินธุ์  .หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี