ช่วงสัปดาห์ที่แล้วได้อ่านหนังสือ "เนชั่นสุดสัปดาห์" ฉบับที่815 วันที่ 11-17 มกราคม 2551 ซึ่งหน้าปกมีรูปใบหน้าคุณหญิงอ้อ ใส่แว่นตาดำ ขณะกลับมาเมืองไทยเพื่อ .....
ภายในเล่มมีคอลัมนิสต์หลายๆท่านได้เขียนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งในแวดวงการเมือง ศิลป ท่องเที่ยว หรือบทความดีๆไว้อย่างมากมาย
บันทึกนี้จึงอยากหยิบยกเรื่อง เมื่อเจ้าสีหนุ สร้างหนังเรื่อง เขมรแดง นำมาจาก mekong corridor โดยคุณทรงฤทธิ์ โพนเงิน เป็นคอลัมนิสต์ ได้เขียนไว้ในหน้า 84 ว่า
........
หลังจากห่างหายจากการตกเป็นข่าวมานาน โดยนับตั้งแต่ที่ได้ทรงสละราชบัลลังก์ในปลายปี 2004 เป็นต้นมานั้น สมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ก็ได้ปรากฏเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระองค์ได้ทรงเปิดกล้องเพื่อถ่ายทำภาพยนต์เรื่องใหม่ที่พระองค์ทรงเป็นทั้งผู้ประพันธ์-ผู้เขียนบทและผู้กำกับอย่างครบทุกกระบวนด้วยพระองค์เอง
.......
โดยที่ต้องถือว่ากรณีดังกล่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ ก็เพราะว่าภาพยนต์เรื่องใหม่ที่พระองค์เริ่มเดินกล้องถ่ายทำขึ้นในวันปีใหม่ 2008 ที่ผ่านมานี้เอง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอำนาจทางการเมืองในกัมพูชาในช่วงที่กองกำลังเขมรแดงเรืองอำนาจ ซึ่งพระองค์ก็เริ่มถ่ายทำฉากแรกของภาพยนต์ด้วยการย้อนไปในวันที่ 17 เมษายน 1975 อันเป็นวันที่กองกำลังเขมรแดงได้กรีธาทัพเข้ายึดกรุงพนมเปญ โดยมีกองกำลังทหารของ อดีตรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายพล ลอน นอล (ที่ยอมแพ้) เข้าแถวคอยให้การต้อนรับนั่นเอง
........
แน่นอนว่า การที่ สมเด็จเจ้าสีหนุ ได้ทรงเลือกฉากดังกล่าวนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวนั้นย่อมไม่เพียงจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตนาของพระองค์ที่ต้องการจะสร้างภาพยนต์แนวประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น(จริง) ในกัมพูชาเท่านั้น หากแต่ความน่าสนใจของภาพยนต์เรื่องนี้ยังอยู่บนพื้นฐานที่ว่า พระองค์จะทรงนำเสนอข้อมูล และอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตลอดช่วงที่เขมรแดงครองอำนาจอย่างไรอีกด้วย
.....
เพราะเราจะต้องไม่ลืมว่าศาลพิเศษที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาระหว่างรัฐบาลกัมพูชา กับองค์การสหประชาชาติ นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมานั้น กำลังที่จะเริ่มกระบวนการดำเนินคดีเพื่อลงโทษต่อบรรดาอดีตผู้นำเขมรแดง(ที่ยังมีชีวิตอยู่) ในข้อหาอาชญากรสงครามและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมรเกือบ 2,000,000 คน (ในช่วงปี 1975- ต้นปี1979) ในปีนี้
.......
ซึ่งเมื่อประกอบกับการที่คณะผู้พิพากษาศาลพิเศษฯ ได้เคยประกาศอย่างชัดเจนก่อนหน้านี้ว่าจะกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จเจ้าสีหนุ เพื่อให้ทรงเป็นพยานและให้ปากคำในการดำเนินคดีในศาลพิเศษฯด้วยนั้น ยิ่งทำให้ภาพยนต์เรื่องดังกล่าวนี้มีความน่าสนใจ และต้องติดตามอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นไปอีก
............
เนื่องเพราะจนถึงเวลานี้ยังไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่า สมเด็จเจ้าสีหนุจะทรงนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเขมรแดงไปในทางทิศใดและจะจำกัดบริบทของเรื่องไว้เฉพาะในส่วนที่เดกิดขึ้นภายในกัมพูชาเท่านั้นหรือไม่
ทั้งนี้ เพราะโดยตัวของพระองค์เองนั้นทรงได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเขมรแดงโดยตรงนับตั้งแต่การสนับสนุนให้เขมรแดงยึดอำนาจจากรัฐบาลของนายพล ลอน นอล (ผู้ซึ่งได้ทำการรัฐประหารเพื่อยึดอำนาจทางการเมืองของพระองค์ในปี 1970 โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา) จนมาประสพผลสำเร็จในวันที่ 17 เมษายน 1975 และก็ทำให้พระองค์ได้รับการแต่งตั้งเป็นประมุขรัฐอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกเขมรแดงภายใต้การนำของ พล พต ปลดออกจากตำแหน่งในวันที่ 4 เมษายน 1976
......
ครั้นเมื่อเวียดนามได้เริ่มเคลื่อนทัพเข้าสู่กัมพูชา ภายใต้เป้าหมายเพื่อขับไล่เขมรแดงออกจากกรุงพนมเปญ และได้เกิดการสู้รบกันหนักหน่วงมากยิ่งขึ้นทุกขณะนั้น ฝ่ายเขมรแดงก็มอบหมายให้สมเด็จเจ้าสีหนุเดินทางไปเคลื่อนไหวต่อต้านเวียดนาม ด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก
........
จนกระทั่งต่อมา เมื่อเวียดนามสามารถยึดและขับไล่เขมรแดงออกจากกรุงพนมเปญได้อย่างเบ็ดเสร็จในวันที่ 7 มกราคม 1979 แล้วนั้น สมเด็จเจ้าสีหนุ จึงทรงได้ตัดสินพระทัยไปลี้ภัยทางการเมืองอยู่ที่นครปักกิ่ง และบางครั้งบางคราวก็ทรงเสด็จไปที่กรุงเปียงยางอีกด้วย
แต่ด้วยเหตุที่ สมเด็จเจ้าสีหนุ ทรงอยู่ในอำนาจทางการเมืองของกัมพูชามาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ในปี 1941 สลับกับการสละราชบัลลังก์เพื่อมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 10 สมัย และเป็นประมุขของรัฐอีก 2 สมัยนั้น ได้ยังผลทำให้พระองค์ไม่สามารถที่จะหยุดการเคลื่อนไหวเพื่อแสวงหาอำนาจทางการเมืองได้ โดยผลที่ตามมาก็คือ พระองค์ได้ทรงร่วมมือกับฝ่ายเขมรแดงและฝ่าย ซอน ซานน์ จัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นมาในปี 1982 เพื่อต่อต้านเวียดนาม โดยที่พระองค์เองได้รับตำแหน่งเป็นประธานของรัฐบาลผสมชุดดังกล่าวนี้
............................
..... เหตุการณ์กำลังเข้มข้น และสมเด็จเจ้านโดม สีหนุ จะสร้างภาพยนต์ไปในทิศทางใด ที่จะทำให้ทั่วโลกรับรู้ถึงความบริสุทธิ์ของพระองค์เอง หากท่านใดสนใจโปรดรอติดตามอ่านบันทึกในตอนต่อไป หรือหากใจร้อนรอไม่ไหว จะหาหนังสือที่กล่าวไว้ข้างต้นมาอ่านก่อนก็ได้นะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ....
โปรดรอติดตาม ที่นี่ เร็วๆนี้

น่าติดตามจริงๆค่ะ จะคอยอ่านดีกว่า
เขมรแดงได้ฆ่าผู้คนมากมายและทำลายโบราณสถานหลายแห่ง รูปสลักจำนวนมากถูกใช้เป็นเป้าซ้อมปืน
สวัสดีค่ะ ท่านสะมะฯ
เป็นเรื่องที่น่าหวาดหวั่นไม่น้อยเลยค่ะ
วันก่อน ดูหนังเกี่ยวกับ เขมร เล่นเอานอนไม่หลับเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ เขียนน่าชวนติดตามมากเลย
สวัสดีครับคุณพี่นุช คุณนายดอกเตอร์
ขอบคุณ คุณพี่นุชมากครับที่คอยติดตาม
สวัสดีครับpa_daeng
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
-หนังออก - เข้า...เมื่อไร...ซื้อตั้วฝากด้วย..๑ ใบนะคะ
สวัสดีครับ
หนังเรื่องนี้น่าสนใจมาก ๆ เลยครับ
แล้วจะคอยติดตามนะครับ ^^
สวัสดีครับอาจารย์นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
...............................
สวัสดีครับ น้องเอก
ขอบคุณครับ
มันก็เป็นหนึ่งในขบวนการเขมรแดงทำไมไม่จับมันมาประหารอีกซักคนหว่า ไอ้นี้มันหัวคอมมิวนิส จัด แม่งพวกเลวๆตายยากชิบ...