สภาวะโลกร้อน นาข้าวปล่อยก๊าซมีเทน

ขอเล่าเรื่องสภาวะโลกร้อนต่อนะคะ  ตอนนี้เรื่องนาข้าวที่เขาบอกกันว่าทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจกนั้น  มันเกี่ยวข้องกับเราโดยตรง  เราต้องมีข้อมูลเรื่องนี้ไว้เพื่ออธิบายต่อ...

    ข้อมูลจาก SGSEE (บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม)บอกว่ากรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน รายงานข้อมูลในปี2546 ว่าประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศประมาณ 344 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซค์เทียบเท่า  คิดเป็นการปล่อยจากภาคพลังงานร้อยละ 56  รองลงมาจากภาคเกษตรกรรมร้อยละ 24  จากขยะมูลฝอยและของเสียร้อยละ 8  จากป่าไม้และการใช้ที่ดินร้อยละ 7 และจากกระบวนการอุตสาหกรรมร้อยละ 5

      ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากนาข้าว คิดเป็นประมาณร้อยละ 10 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ หรือประมาณ 40 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า  ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับภาคพลังงาน....  โดยก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยจากนาข้าวส่วนใหญ่คือ ก๊าซมีเทน  ซึ่งเกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ที่อยู่ในดินนาในสภาพไร้อากาศ  (นาข้าวมีสภาพน้ำท่วมขัง)  จุลินทรีย์จะย่อยสารอินทรีย์ที่ต้นข้าวและรากข้าวมากที่สุดช่วงต้นข้าวออกดอก  ออกรวง ผลจากการย่อยสลายในสภาพที่ขาดออกซิเจนนี้จะเกิดก๊าซมีเทนขึ้นและก๊าซนี้จะปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศผ่านทางช่องว่างในลำต้นข้าว

    ก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหนึ่งที่มีอิทธิพลมากซึ่งสามารถอยู่ในบรรยากาศได้นานถึง 11 ปี  ก่อผลในการกักเก็บความร้อนให้ชั้นบรรยากาศของโลกมีอุณหภูมิสูงกว่า คาร์บอนไดออกโซค์ถึง 21 เท่า  ดังนั้นจะพบว่าหากมีการปล่อยก๊าซมีเทน 1 ตันจะเท่ากับปล่อยคาร์บอนไดออกไซค์ 21 ตัน

       มีข้อคิดว่า การลดก๊าซมีเทนจากการทำนาข้าว  ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ไม่กระทบต่อวิถีชีวิตชาวนา เนื่องจากการปลูกข้าวเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต  แนวทางการลดก๊าซมีเทนจากนาข้าวคือ  การจัดการน้ำในนา  ให้ปล่อยน้ำออกจากนาในช่วงที่ต้นข้าวกำลังออกดอก ออกรวงเนื่องจากเป็นช่วงที่ต้นข้าวปล่อยก๊าซมีเทนมากที่สุด   เป็นการทำให้เกิดสภาพอากาศในดินให้มีออกซิเจน จะไม่เกิดก๊าซมีเทน    จากนั้นจึงสูบน้ำกลับเข้านาภายใน 3 วัน   เขาบอกว่าวิธีแบบนี้จะลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ประมาณร้อยละ 30-40 จากปริมาณการปล่อยเดิม

       อ่านแล้ว คิดยังไงคะ...สงสารชาวนานะ...จนแล้วเขายังหาว่ามีส่วนทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนอีก..