คนเรา กว่าจะเกิดมาและเติบโตได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในการดำเนินชีวิตถ้าประสบกับความเจ็บปวด แม้จะเป็นความเจ็บปวดทางใจ ทางอารมณ์ หรือจากสาเหตุอื่นๆ นับว่าน่าเสียดาย สังคมที่ผิดปกติ จะมีเรื่องราวเหล่านี้มากมาย โดยเฉพาะการใช้พระเดชที่ไม่มีคุณธรรมกำกับ จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ดังจะเห็นเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์
ทั้งๆที่สังคมไทยดูจะไม่ค่อยชอบความขัดแย้ง จนมีคำกล่าวว่า ..”ถ้ามีความกันละก็ให้ไปกินขี้หมาดีกว่า” แต่ก็มีจำนวนหนึ่งยอมปวดเพราะมองว่า “ฉันไม่ผิด”“ฉันไม่ยอม”“ฉันไม่แพ้” ประกอบกับยุคนี้ยึดเอากฎหมายมาเป็นสารณะ จึงมีเรื่องเต็มโรงเต็มศาล จับคนไปแออัดอยู่ในเรือนจำจนโป่งแล้วโป่งอีก
กระบวนการขัดยังทางความคิด ขัดแย้งทางผลประโยชน์ ขัดแย้งทางสังคม เช่น กรณีภาคใต้ กรณีการขัดแย้งด้านสิทธิต่างๆ ได้เดินหน้าพัฒนากระบวนการขัดแย้งเขม็งเกลียวมากขึ้นๆ มีความตรึงเครียดที่นำไปสู่ความรุนแรงมากมายหลายมิติหลายกรณี เมื่อโจทย์ เดินหน้าไปอย่างทะลุทะลวงเช่นนี้ จำเลย ในสังคมไทยจะบริหารความขัดแย้งอย่างไร
สถาบันพระปกเกล้า เห็นความสำคัญของวิกฤตความขัดแย้งในสังคม จึงได้จัดตั้งวิทยาลัยสมานฉันท์สันติสุขขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่สร้างความเข้าใจอันดี และการยอมรับซึ่งกันและกันในสังคม อันจะก่อให้เกิดสันติสุขอย่างแท้จริงขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นสถาบันจัดการศึกษาในลักษณะการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการและข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองระหว่างชนกลุ่มต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือหากเกิดความขัดแย้งก็แก้ไขในแนวทางสันติวิธี และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประชาสังคม รวมทั้งศึกษา วิจัย และสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการสมานฉันท์สันติสุข
เมื่อวานนี้ มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศึกษาวิทยาลัยสมนาฉันท์สันติสุข ครั้งที่ 1 ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานกรรมการ ได้กล่าวเปิดประชุม อาจารย์ได้ให้ Key Word คำว่า “พัฒนา หมายถึงการเชื่อมโยง”
สังคมไทยต้องเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่ว่าจะเชื่อมโยงแบบปกติหรือผิดปกติ สิ่งเหล่านี้จะนั่งงอมืองอเท้ารอให้เกิดขึ้นเองคงจะยาก จำเป็นต้องมีวิธีการกระตุ้นให้คนไทยมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ดูแล ป้องการ เสริมสร้างสันติสุข และสันติภาพเชื่อมโยงกันทุกระดับ ระดับครัวเรือน ระดับชุมชน ระดับสถาบันและองค์กร ระดับภูมิภาค และระดับโลก ผลจะเป็นประการใด ขอได้โปรดติดตามด้วยความระทึกระทวยใจต่อไปดีไหมครับ
หมายเหตุ ; วิทยาลัยแห่งนี้ คุณลุงเอก พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ เป็นผู้อำนวยการครับผม สมาชิกท่านใดสนใจเข้าศึกษาหลักสูตรนี้ ขอบัตรคิวกันได้ โดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้าแง่แม่งอนกัน น่าเข้าศึกษาหลักสูตรนี้ทั้งคู่ อิอิ ข่าวดีนะนี่ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน
น่าตาดีไม่เป็นไร ทางสถาบันคิดค่าสมัครตามความหล่อ หล่อมาก จ่ายมาก รับได้เสมอ
อ่านแล้ว หิวจิ๊ด ขึ้นมาเลยละครับ
ขอบคุณครับ
สะมะนึกะ
รายนี้มาแบบถ่อมตัว หน้าตาไม่ไหล่อ แต่หัวใจหล่อ เราก็คิดในราคาแพงกว่าปกตอิยู่ดี เพราะยีงมีที่หล่อที่มีราคา
พ่อขา
แล้วคนสวยนี่เรียนฟรีหรือป่าวคะ
อิอิ จะชวนคนชอบเรียน (พี่ครูอ้อย ป้าแดง หรือดร.กะปุ๋ม ฯลฯ ) ไปเรียนฟรีอีกค่ะ