มิจฉาชิพ,หลวกลวง

วันที่ 17 มกราคม 2551 ผมออกจากบ้านเพื่อหวังจะไปงานสัมนา VOIP ของทาง SIPA จัดขึ้นที่โรงแรมดิแอมเมอร์รอ แถวรัชดาภิเษก และผมได้นัดเจอคุณพงษ์ที่ร่วมทำ WEB กับผม
มานาน เจอคุณพงษ์ตอนเที่ยงพอดี พูดคุยกันจนถึง 12.57 น. ผมก็ขอตัวจะไปฟังสัมนา ผมก็ได้ยินโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พอรับก็เป็นระบบอัตโนมัต พูดน่าเชื่อถือมาก  (ไม่โชว์เบอร์
โทรเข้าด้วย)

สวัสดีนี่เป็นระบบข้อมูลอัตโนมัติของธนาคาร สแตน ....... ท่านได้ทำบัตรเครดิตกับธนาคาร
และมีวงเงินค้างชำระในบัตรเครดิตเป็นจำนวน ......... หาท่านมีข้อสงสัยกรุณากด 9 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่

ด้วยความร้อนใจผมก็กด 9 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ พอเจ้าหน้ารับเป็นเสียงผู้ชาย รายงานชื่อ
นามสกุลอย่างรวดเร็ว พร้อมบอกตำแหน่งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร สแตน.... ฝ่ายเร่งรัดหนี้สิน ผมก็จัดการถามถึงปัญหาว่าผมไม่ได้ใช้งานบัตรเครดิตดังกล่าวแล้วก็ไม่เคยเปิดบัญชีใด ๆ กับธนาคาร เขาก็ขอทราบชื่อ กับนามสกุลผม ผมก็บอกไป ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคีย์
ข้อมูลเพื่อตรวจสอบ หลังจากนั้นเขาบอกว่าผมมีหนี้ 88000 บาท ผมก็ยังยืนยันว่าผมไม่ได้
ใช้งาน เขาก็เริ่มสร้างความน่าเชื่อถือโดยผมยอดว่าผมไปใช้ที่ไหนบ้าง เวลาเท่าไหร่ เขาบอกว่าผมใช้อยู่ห้าง เซ็นทรัล ชิดลม ผมเลยไม่แน่ใจว่ามีคนในครอบครัวหรือคุณแม่เอาข้อมูลผมไปทำอะไรหรือเปล่า ผมก็เลยว่าผมจะติดต่อกลับได้ที่เบอร์ไหน ผมขอตรวจสอบอีกที เขาบอกเบอร์ผมมาซึ่งเป็นเบอร์ถูกต้องของธนาคารดังกล่าว แต่เขาบอกว่าให้ต่อ 5
ผมวางหูก็เดือดร้อนใจเนื่องจากกลัว เพราะว่าเจ้าหน้าที่บอกว่าจะแจ้งข้อหาให้ธนาคารแห่ง
ประเทศไทยดำเนินคดี ผมก็เลยตัดสินใจโทรหาแม่ก่อน แม่ก็บอกให้ผมไปเจอที่บ้านแล้วก็
ไปที่ธนาคารด้วยกัน ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่ทราบว่าผมถูกหลอกโดยแก็งค์มิจฉาชีพ

ผมโทรหาพี่ฑูรย์ที่งานสัมนาบอกพี่เขาพี่เขาก็แนะนำหลายอย่างหลังจากนั้นผมก็โทรหาคุณอนุชิตเพื่อนรุ่นพี่ผม เขาก็ให้คำแนะนำว่าอย่าไปเซ็นอะไรให้แบ็งค์ ต้องแจ้งความก่อนเนื่องจากเราไม่ได้ใช้บัตรดังกล่าว (ระหว่างที่โทรหาพี่เหล่านี้ ผมพยายามติดต่อไปที่เบอร์ที่เขาให้
เพื่อจะประสานงานต่อ แต่ผมต่อ 5 แล้วมันหลุดตลอด ผมเลยตัดสินใจตัด 0 อีกรอบเพื่อเข้าระบบประชาสัมพันธ์) ผมถามว่าผมจะต่อฝ่ายเร่งรัดหนี้บัดเครดิต ยังไม่ทันสิ้นเสียงผมเขาก็โอนสายไปให้ฝ่ายลูกค้า ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าโทรศัพท์ผมจะถูก Track หรือเปล่า รับมาคำถามแรกผมถามย้ำชื่อพนักงานผู้รับสายเพื่อความปลอดภัย) ได้สนทนากับพนักงานผู้รับสายแล้ว
ชื่อคุณอัษการต์ (สะกดผิดขออภัยด้วย) เขาขอรหัสบัตรประจำตัวประชาชนผม เพื่อเช็คข้อมูลเขาบอกว่าผมไม่มีหนี้กับธนาคารแต่อย่างไร ผมก็ถามเขาเขาบอกว่าช่วงนี้จะมีแก็งค์
มิจฉาชีพใช้ระบบอัตโนมัติโทรไปหลอกลวงลูกค้า ให้ลูกค้าโอนเงินบางส่วนที่เป็นหนี้ให้ซึ่งตัวเลขที่เขาบอกน่าตกใจมากว่า 1 วันมีคนโทรมาแบบนี้ 100 กว่าราย แล้วถามว่าเขาให้เบอร์แบ็งค์ถูกได้ยังไง เขาบอกว่าบางคนก็ให้เบอร์ผิดเป็นเบอร์โรงพยาบาลศรีธัญญาบ้าง แต่สุดท้ายเขาก็จะโทรมาที่แบ็งค์ แต่บางคนก็ต้องเสียทรัพย์ไปแล้วถึงติดต่อทางแบ็งค์ก็มี
ผมก็โล่งใจไปอันดับหนึ่งละว่าอย่างน้อยหนี้ 80000 กว่าไม่เป็นความจริง (แต่ที่สำคัญมัน
รู้เบอร์โทรผมมันจะโทรมาเปลี่ยนรูปแบบหลอกลวงเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งผมก็กลัวว่าจะตามมันไม่ทันเหมือนกัน)
ผมมาเจอคุณแม่ เล่าให้ฟังคุณแม่ก็ไม่แน่ใจติดต่อกลับไปยังเบอร์ดังกล่าวก็ไม่ได้คุยกับคุณอัษการต์แต่ได้คุยกับคุณแววดาว ซึ่งก็อธิบายให้แม่ผมเข้าใจ แต่แม่ผมขอให้เช็คว่าผมมีหนี้กับธนาคารหรือมีการเปิดบัตรเครดิตกับธนาคารหรือเปล่าเพราะว่าแม่ผมกลัวเหมือนกัน เห็นเขาบอกว่าจะติดต่อกลับก็ยังไม่ติดต่อ ผมก็รออยู่ขณะนี้ 5.15 แล้วก็ยังไม่ได้รับการติดต่อผมกลัวอยู่เหมือนกันว่าผมจะถูก Track โทรศัพท์ หรือ Ship เบอร์หรือเปล่า กลัวจริง ๆ
ผมโทรไปหาคุณอนุชิตอีกรอบ เขาให้ Idea ผมเรื่องไปขอ Records ของโทรศัพท์ที่โทรหาเราน่าจะเก็บ ผมไปถามที่ Dtac Call Center เซ็นทรัลพระราม 2 เขาบอกว่าไม่สามารถหาข้อมูลในส่วนนี้ได้เนื่องจากเขาจะเก็บแต่เบอร์โทรออก เพราะเบอร์โทรเข้ามันไม่ได้เอามาคิดเงิน แล้วส่วนใหญ่เบอร์ที่โทรมาของกลุ่มมิจฉาชีพจะเป็นเบอร์พิเศษไม่ใช้เบอร์ธรรมดา (เบอร์เทพ อันนี้ผมตั้งเองนะ) สรุปคือผมก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครโทรมา โทรมาทำไม
แล้วถ้าผมหลงเชื่อโอนเงินไป หรือผู้เคราะห์ร้ายแบบผมวันหนึ่งมีสัก 5 คน โอนสัก 3 คนเขาเหล่านั้นจะทำยังไง