วันครูปีนี้ มีความประทับใจและได้ข้อคิดที่ได้สนทนากับคุณครูที่เป็นใบ้ และ คุณครูที่มีแขนข้างเดียว

             วันครูในปีนี้  ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณครูที่มีลักษณะพิเศษ 2 ท่าน คุยแล้วได้ข้อคิดเล็กๆ นำมาฝากกันครับ

              คุณครูท่านแรก เป็นคุณครูการศึกษาพิเศษ ท่านเป็นใบ้ครับ เป็นเด็กหนุ่มแต่สุขภาพจิตดี  ผมเห็นไม่มีใครคุยด้วย ผมเลยเข้าไปคุย 

           คุณครูท่านนี้ช่างพูดครับ แต่ผมแปลภาษามือไม่ค่อยออก ต้องให้เพื่อนครูที่มาด้วยกันช่วยแปล คุยกันอยู่ได้สักพัก  ผมก็หมดเรื่องคุย  คุณครูท่านนี้  บอกกับผม ผ่านเพื่อนที่มาด้วยกัน บอกว่า ผมน่ะเหงาแล้ว  ให้ไปคุยกับคนอื่นบ้าง ไม่ต้องห่วงเขา 

              ครับ เป็นการแสดงความรู้สึกที่ดีมากครับ ของคุณครูท่านนี้  ข้อคิดที่ได้ คือ เมื่อเราแสดงความรู้สึกที่ดีออกไป    ความรู้สึกที่ดีนั้นจะย้อนกลับมาหาเราครับ

              คุณครูท่านที่สอง ท่านมีแขนข้างเดียวครับ  ผมเห็นไม่มีใครคุยด้วยอีกเหมือนกัน ก็เลยเข้าไปคุยด้วย 

              คุณครูท่านนี้เป็นนักฟุตบอลครับ  สอนฟุตบอลให้เด็กมัธยม  เป็นคุณครูที่มีสุขภาพจิตดีครับ  ผมกระเซ้าไป 2 ประโยค มีคนอื่นฟังอยู่ด้วย

            มีแขนข้างเดียวนี่ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของการเล่นฟุตบอล  เพราะโอกาสถูกเป่าแฮนด์บอล มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่นมาก

        ตอนเล่นช่วงหนึ่ง ผมเห็นฝ่ายตรงข้างจะมาเหนี่ยวแขนเพื่อไม่ให้ถึงลูก แต่ก็ต้องผิดหวัง  เพราะหาแขนไม่เจอ 

               ทั้ง 2 ประโยค ก็เรียกเสียงหัวเราะได้ รวมทั้งเจ้าตัวเองก็หัวเราะไปด้วย  ผมบอกเขาว่าไม่มีเจตนาจะล้อเลียนปมด้อย แต่เป็นเพราะเห็นว่ามีสุขภาพจิตดี และไม่คิดว่าตัวเองมีปมด้อย   คุณครูท่านนั้นก็บอกว่าใช่  ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองมีปมด้อย อีกทั้งเขายังสามารถนำตัวเขาเองเป็นสื่อในการสอนฟุตบอล

             เขาบอกกับเด็กว่า ตัวครูมีแขนข้างเดียว แต่สามารถเป็นนักฟุตบอลที่มีความสามารถได้   แล้วตัวนักเรียนที่มีแขนสองข้าง ทำไมจะทำไม่ได้ 

            ครับ ก็เป็นข้อคิดในการต่อสู้ชีวิต 

            ขอขอบคุณคุณครูทั้งสองท่านครับ ที่ได้มาเป็นครูของผมอีกที    

             ขอบคุณครับ